ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กร บ. เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป ที่ BBB+ และเปลี่ยนแนวโน้มเป็น Stable จาก Positive

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Thursday September 17, 2015 17:18
กรุงเทพฯ--17 ก.ย.--ทริสเรทติ้ง

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ "BBB+" และปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทเป็น "Stable" หรือ "คงที่" จาก "Positive" หรือ "บวก" ซึ่งสะท้อนมุมมองของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะใช้เวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ในการที่จะได้รับประโยชน์จากธุรกิจดิจิตอลทีวี

อันดับเครดิตสะท้อนถึงชื่อเสียงของบริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป ในฐานะผู้ให้บริการด้านข่าวสารผ่านสื่อหลากหลายประเภท ตลอดจนสถานะที่แข็งแกร่งของสื่อหนังสือพิมพ์ของบริษัท และสภาพคล่องที่ดี อย่างไรก็ตาม จุดเด่นดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากความผันผวนของอุตสาหกรรมโฆษณาที่เป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท ตลอดจนการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจดิจิตอลทีวี และความสามารถในการทำกำไรที่ลดลงของบริษัท

แนวโน้มอันดับเครดิต "Stable" หรือ "คงที่" สะท้อนถึงความคาดหมายว่าบริษัทจะยังคงดำรงสถานะผู้นำในการห้บริการด้านข่าวสารผ่านทางสื่อหลากหลายประเภทและมีสถานะการเงินที่แข็งแรงต่อไปได้ ทั้งนี้ อันดับเครดิตมีโอกาสที่จะถูกปรับเพิ่มขึ้นหากบริษัทมีผลประกอบการที่ดีกว่าที่คาดหมายและมีเงินทุนจากการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันมาก อันดับเครดิตของบริษัทมีโอกาสที่จะถูกปรับลดลงในกรณีที่การแข่งขันในธุรกิจดิจิตอลทีวีทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นหรือหากผลการดำเนินงานโดยรวมของบริษัทอ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง

บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป หรือเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ "เนชั่นกรุ๊ป" เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านสื่อในระดับแนวหน้าของไทย บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา โดย ณ เดือนพฤษภาคม 2558 ผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทประกอบด้วย บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (12.21%) นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น (10.01%) นายศิร์วสิษฎ์ สายน้ำผึ้ง (9.14%) และ บริษัท โพลาริส แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) (7.54%) ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งจะติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นดังกล่าวว่าจะมีผลกระทบต่อทิศทางในการดำเนินธุรกิจหรือผู้บริหารสำคัญของบริษัทหรือไม่เพียงใด ซึ่งทั้ง 2 ประเด็นล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนคุณภาพเครดิตของบริษัท

ธุรกิจของบริษัทประกอบด้วย สื่อหนังสือพิมพ์ สื่อกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาระบันเทิง การศึกษา การพิมพ์ และขนส่ง ธุรกิจหลักของบริษัทได้แก่ธุรกิจสื่อหนังสือพิมพ์และธุรกิจสื่อกระจายเสียงและแพร่ภาพซึ่งสร้างรายได้ 45% และ 40% ของรายได้รวมของบริษัทในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 และมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 31% และ 45% ตามลำดับ

รายได้ค่าโฆษณาในสื่อหนังสือพิมพ์และดิจิตอลทีวีถือเป็นรายได้หลักของบริษัท โดยทั่วไปแล้ว งบโฆษณาสำหรับทุกสื่อจะแปรผันไปตามภาวะเศรษฐกิจ ปัจจัยต่าง ๆ อาทิ ภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของหนี้ภาคครัวเรือนส่งผลกระทบต่อการบริโภคของภาคครัวเรือนและงบโฆษณา ทั้งนี้ ข้อมูลของสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทยระบุว่างบโฆษณารวมในสื่อทุกประเภทลดลง 11% ในปี 2557 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2558 นั้น งบโฆษณารวมในสื่อทุกประเภทปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 24% ซึ่งเป็นการเพิ่มจากงบโฆษณาผ่านสื่อดิจิตอลทีวีเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม งบโฆษณาส่วนใหญ่ยังอยู่ในธุรกิจทีวีระบบอนาล็อกหรือฟรีทีวีที่กำลังค่อย ๆ ลดสัดส่วนลง คาดว่างบโฆษณาจากฟรีทีวีจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นดิจิตอลทีวีในที่สุด ในขณะที่งบโฆษณาในสื่อหนังสือพิมพ์ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 9% ของงบโฆษณาทั้งหมดนั้นลดลง 3% ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2558 ทั้งนี้ การเพิ่มความนิยมในสื่อออนไลน์ส่งผลให้มูลค่ารวมของการโฆษณาผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ไม่มีการเติบโตในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ในปี 2557 บริษัทมีรายได้รวม 2,828 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งสอดคล้องกับภาวะของอุตสาหกรรม โดยรายได้จากธุรกิจหนังสือพิมพ์ลดลง 18% มาอยู่ที่ 1,386 ล้านบาทซึ่งแสดงให้เห็นภาวะที่ใกล้ถึงจุดอิ่มตัว ในขณะที่รายได้จากธุรกิจสื่อกระจายเสียงและแพร่ภาพเพิ่มขึ้น 37% มาอยู่ที่ 1,031 ล้านบาทจากผลการดำเนินงานของธุรกิจดิจิตอลทีวีที่เริ่มในช่วงปลายเดือนเมษายน 2557 สำหรับครึ่งแรกของปี 2558 บริษัทมีรายได้รวม 1,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยธุรกิจสื่อกระจายเสียงและแพร่ภาพมีรายได้เพิ่มขึ้น 50% เป็น 577 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 385 ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากธุรกิจหนังสือพิมพ์ลดลง 4% จากปีก่อน โดยอยู่ที่ 649 ล้านบาท

อัตราการทำกำไรของบริษัทได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ อาทิ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รายได้จากธุรกิจหนังสือพิมพ์ที่ลดลง และการดำเนินธุรกิจดิจิตอลทีวีในระยะแรกที่มีอุปสรรคอันเนื่องมาจากกฎระเบียบที่ยังไม่นิ่งและการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้อัตราการทำกำไรของบริษัทอ่อนตัวลงจาก 17.9% ในปี 2557 มาอยู่ที่ 13.9% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2558

โครงสร้างเงินทุนและสภาพคล่องของบริษัทอยู่ในระดับดี ทริสเรทติ้งพิจารณาภาระผูกพันของบริษัทที่จะต้องชำระค่าใบอนุญาตประกอบการดิจิตอลทีวีเป็นภาระหนี้สุทธิจากเงินสดในมือ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2558 บริษัทมีอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนที่ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 29.9% จาก 38.1% ณ สิ้นปี 2557 โดยโครงสร้างเงินทุนที่ดีขึ้นได้รับแรงหนุนบางส่วนจากฐานทุนที่เพิ่มขึ้นจากการใช้สิทธิในใบสำคัญแสดงสิทธิ อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมของบริษัทอยู่ที่ระดับ 28.4% (ปรับอัตราส่วนให้เป็นตัวเลขเต็มปีโดยใช้ข้อมูล 12 เดือนย้อนหลัง) ในขณะที่มีอัตราส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อดอกเบี้ยจ่ายเท่ากับ 8.3 เท่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2558

ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีรายได้เติบโตเฉลี่ยอย่างน้อย 8%-10% ต่อปีในระหว่างปี 2558-2561 ภายใต้สมมติฐานว่าบริษัทจะสามารถพัฒนา หรือจัดหารายการทีวีที่เพิ่มฐานผู้ชมและสร้างรายได้จากโฆษณาในธุรกิจดิจิตอลทีวีได้ เมื่อพิจารณาถึงการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจดิจิตอลทีวีและภาวะชะลอตัวของธุรกิจหนังสือพิมพ์แล้ว ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราการทำกำไรของบริษัทจะอยู่ที่ระดับ 15%-18% ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า หลังจากนั้นรายได้ของบริษัทน่าจะเติบโตในอัตราที่เร็วกว่าต้นทุน

ซึ่งจะส่งผลให้อัตรากำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นในระดับที่สูงกว่า 20% ซึ่งจะทำให้บริษัทมีเงินทุนจากการดำเนินงานที่ระดับ 550-900 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2558-2561 ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2558 บริษัทมีเงินสดในมือจำนวน1,169 ล้านบาท ทริสเรทติ้งเชื่อว่าเงินทุนจากการดำเนินงานและสภาพคล่องที่สำรองเอาไว้นั้นจะมีเพียงพอที่จะรองรับแผนการลงทุนและภาระหนี้ที่จะถึงกำหนดชำระของบริษัท โดยบริษัทมีแผนจะลงทุนรวมประมาณ 150-250 ล้านบาทต่อปีในช่วง 3 ปีข้างหน้าเพื่อใช้สำหรับธุรกิจดิจิตอลทีวีเป็นหลักและมีค่าใบอนุญาตที่บริษัทจะต้องชำระรวม 1,884 ล้านบาทในช่วงปี 2559-2561 ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทจะไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะ 12-24 เดือนข้างหน้า ในขณะที่อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนน่าจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 30%

บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (NMG)
อันดับเครดิตองค์กร: BBB+
แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable

Latest Press Release

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตอบเทรนด์ลงทุนยั่งยืน เพิ่มข้อมูลความยั่งยืนของ บจ. ใน settrade.com

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งเสริมการเผยแพร่ข้อมูลด้านความยั่งยืนของ บจ. ไทย เพื่อให้ผู้ลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน โดยรวบรวม “ESG Information” หรือข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนไทย ทั้งรายชื่อหุ้นในดัชนีความยั่งยืนและผลการประเมิน...

เคทีซีจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 รับวิถีใหม่ (New Normal)

นายปริญญา พัฒนภักดี (กลางซ้าย) ประธานกรรมการ ประธานกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และนายระเฑียร ศรีมงคล (กลางขวา) กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะกรรมการบริษัทฯ...

“สุริยะ” นำทัพภาครัฐ-เอกชนลงพื้นที่สมุทรปราการเติมพลังเอสเอ็มอีไทย อุ้มถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจาก ธพว. ช่วยรักษาการจ้างงาน หนุนสร้างอาชีพ

รมว.อุตสาหกรรม นำทีมผนึกพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน เตรียมลงพื้นที่ ต.แพรกษา จ.สมุทรปราการ วันที่ 13 ก.ค.63 ลุย “เติมพลัง SMEsไทย ก้าวไปด้วยกัน” หนุนเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนของ ธพว. อัตราดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน...

กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งพัฒนาคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยน เสริมความรู้การบริหารสถาบันการเงิน

กรมส่งเสริมสหกรณ์เดินหน้าพัฒนาคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนียนทุกแห่ง ให้มีความรู้ด้านการบริหารสถาบันการเงิน โดยใช้หลักสูตรของคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติ...

ก.ล.ต. เข้ารับรางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใสครั้งที่ 9 ประจำปี 2562 จากสำนักงาน ป.ป.ช.

ก.ล.ต. เข้ารับโล่รางวัลและเกียรติบัตรรางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใส ในพิธีมอบรางวัลองค์กรโปร่งใส ครั้งที่ 9 ประจำปี 2562 จากสำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 จากการเข้าร่วมโครงการด้วยความสมัครใจเป็นปีแรก สะท้อนเจตจำนงการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต...

Related Topics