บลจ.กสิกรไทย ส่งกองทุน Term Fund เสนอขายต่อเนื่อง ชูกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ไทย 25 เดือน B เน้นลงทุนในหุ้นกู้เอกชน เปิดขาย 29 ม.ค. 4 ก.พ.นี้

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Monday January 28, 2019 14:39
กรุงเทพฯ--28 ม.ค.--บลจ.กสิกรไทย

บลจ.กสิกรไทย ชวนผู้ลงทุนพักเงินยาวขึ้น ได้จังหวะส่งกองทุนตราสารหนี้อายุโครงการประมาณ 25 เดือน ชูโอกาสรับผลตอบแทน 2.30% ต่อปี รับซื้อคืนอัตโนมัติทุก 6 เดือน เน้นลงทุนในหุ้นกู้เอกชน เสนอขาย 29 ม.ค. – 4 ก.พ.นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 500 บาท

นายชัชชัย สฤษดิ์อภิรักษ์ Chief Investment Officer (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ. กสิกรไทย) เปิดเผยว่า ในวันที่ 29 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2562 บลจ. กสิกรไทย จะเสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ไทย 25 เดือน B (KTF25MB) ประมาณการผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนคาดว่าจะได้รับที่ 2.30% ต่อปี โดยจะลงทุนในตราสารหนี้ไทย และกองทุนมีอายุโครงการประมาณ 25 เดือน เหมาะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่สามารถลงทุนได้ยาวขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยกองทุนดังกล่าวจะเน้นการลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทในประเทศไทย ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้กองทุนจะมีการจ่ายผลตอบแทนโดยการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติทุกๆ 6 เดือน

ด้านมุมมองตลาดตราสารหนี้ไทย นายชัชชัยกล่าวว่า ทิศทางการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ไทยระยะสั้น หรือตราสารหนี้ไทยที่มีอายุประมาณ 2 ปี ประเมินว่าในปี 62 น่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบใกล้เคียงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เนื่องจากแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังส่งสัญญาณไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตามคาดว่าในปีนี้น่าจะมีการปรับขึ้นอีก 1 ครั้ง เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นทำให้การขึ้นดอกเบี้ยน่าจะมีแนวโน้มอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ไทยระยะยาว หรือตราสารหนี้ไทยอายุ 10 ปี คาดว่าจะผันผวนสูง และมีโอกาสแกว่งตัวลงในกรอบจำกัด ทั้งนี้ปัจจัยที่ต้องจับตาต่อเนื่องคือ จังหวะการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯในปีนี้ โดยการประชุมของ FED ล่าสุดจะมีขึ้นในวันที่ 29-30 ม.ค.นี้ รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายสหรัฐฯ ตลอดจนความขัดแย้งระหว่างภูมิภาค ที่อาจส่งผลต่อความผันผวนของตราสารหนี้ในระยะสั้น บลจ.กสิกรไทยจึงแนะนำให้ผู้ลงทุนที่สามารถลงทุนได้ในระยะยาว และสามารถรับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลางถึงต่ำ อาจเลือกล็อกผลตอบแทนกับกองทุนตราสารหนี้ประเภทกำหนดอายุโครงการที่มีกำหนดระยะเวลาลงทุนยาวนานขึ้น เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น

นายชัชชัยกล่าวต่อไปว่า นอกเหนือจากกองทุน KTF25MB ดังกล่าวแล้ว เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในระยะเวลา 3 - 6 เดือน ในระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2562 บลจ.กสิกรไทยยังเปิดเสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน GG (KFF6MGG) ประมาณการผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนคาดว่าจะได้รับที่ 1.70% ต่อปี และกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 3 เดือน BK (KFF3MBK) ประมาณการผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนคาดว่าจะได้รับที่ 1.50% ต่อปี โดยทั้ง 2 กองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน และสำหรับผู้ลงทุนบุคคลธรรมดาไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งผู้ลงทุนสามารถลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 500 บาท

สำหรับกองทุน KFF3MBK ที่มีอายุโครงการ 3 เดือน และ KFF6MGG ที่มีอายุโครงการ 6 เดือน เบื้องต้นคาดว่าจะเข้าไปลงทุนในเงินฝาก Bank of China เงินฝาก China Construction Bank และเงินฝาก Agricultural Bank of China, ประเทศจีน, เงินฝาก Commercial Bank of Qatar และบัตรเงินฝาก Qatar National Bank, ประเทศกาตาร์ รวมถึงจะลงทุนในเงินฝาก Union National Bank PJSC และเงินฝาก Abu Dhabi Commercial Bank, ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากนี้ยังคาดว่าจะลงทุนในเงินฝาก PT Bank Rakyat Indonesia, ประเทศอินโดนีเซีย

ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ยังได้เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนต่อเนื่องให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนกับกองทุนตราสารหนี้แบบที่มีกำหนดอายุโครงการ (Fixed Term Fund) ของบลจ.กสิกรไทย ซึ่งเมื่อกองทุนครบกำหนดอายุโครงการ บริษัทจัดการจะนำเงินค่าขายคืนอัตโนมัติไปซื้อหน่วยลงทุนที่ผู้ลงทุนเลือกได้กองทุนใดกองทุนหนึ่งใน 3 กองทุน คือ กองทุนเปิดเค ตลาดเงิน (K-MONEY) กองทุนเปิดเค ตราสารรัฐระยะสั้น (K-TREASURY) หรือกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ระยะสั้น (K-SF) ของบลจ.กสิกรไทย

ผู้ที่สนใจสามารถลงทุนกับกองทุน KTF25MB, กองทุน KFF6MGG และกองทุน KFF3MBK ได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 500 บาท และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอรับหนังสือชี้ชวนเสนอขายได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือสอบถาม KAsset Contact Center 0 2673 3888

ตราสารที่กองทุน KTF25MB   คาดว่าจะลงทุน               อันดับเครดิต   สัดส่วน     ประมาณการผลตอบแทน

การลงทุน   (ต่อปี)
ของตราสาร           ของกองทุน
หุ้นกู้ บริษัทดีแทค ไตรเน็ต จำกัด                         AA/TRIS     9.00%     2.45%               0.22%
หุ้นกู้ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)               AA/TRIS     9.00%     2.50%               0.23%
หุ้นกู้ บริษัทซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)           A+/TRIS     9.00%     2.50%               0.23%
หุ้นกู้ บริษัทไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)       A/TRIS     9.00%     2.50%               0.23%
หุ้นกู้ บริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)           A/TRIS     9.00%     2.50%               0.23%
หุ้นกู้ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน)   A/TRIS     9.00%     2.50%               0.23%
หุ้นกู้ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)             A-/TRIS     9.00%     2.60%               0.23%
หุ้นกู้ บริษัท ภัทรลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)                   A-/TRIS     9.00%     2.60%               0.23%
หุ้นกู้ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)                 A-/TRIS     9.00%     2.60%               0.23%
หุ้นกู้ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)     BBB+/TRIS   9.00%     3.00%               0.27%
หุ้นกู้ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)                     A/TRIS     8.00%     2.45%               0.20%
หุ้นกู้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)               AAA/TRIS   2.00%     2.25%               0.05%
รวม                                             2.58%
ประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุน                                                                   0.28%
ประมาณการผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับ                                                     2.30%

ตราสารที่กองทุน   KFF6MGG   คาดว่าจะลงทุน                     อันดับเครดิต     สัดส่วน     ประมาณการผลตอบแทน

การลงทุน   (ต่อปี)
ของตราสาร           ของกองทุน
เงินฝากBank of China,ประเทศจีน                           A1/Moody's   19.00%   1.90%               0.36%
เงินฝากAgricultural Bank of China,ประเทศจีน               A1/Moody's   19.00%   1.85%               0.35%
เงินฝากCommercial Bank of Qatar,ประเทศกาตาร์             A3/Moody's   19.00%   2.20%               0.42%
บัตรเงินฝากQatar National Bank,ประเทศกาตาร์               Aa3/Moody's   19.00%   2.10%               0.40%
เงินฝากUnion National Bank PJSC,ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์   A1/Moody's   19.00%   2.00%               0.38%
เงินฝากChina Construction Bank,ประเทศจีน                 A1/Moody's   5.00%     1.80%               0.09%
รวม                                                     2.00%
ประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุน                                                                           0.30%
ประมาณการผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับ                                                             1.70%

ตราสารที่กองทุน   KFF3MBK คาดว่าจะลงทุน                       อันดับเครดิต     สัดส่วน     ประมาณการผลตอบแทน

การลงทุน   (ต่อปี)
ของตราสาร           ของกองทุน
เงินฝากBank of China,ประเทศจีน                             A1/Moody's     19.00%   1.95%               0.37%
เงินฝากPT Bank Rakyat Indonesia,ประเทศอินโดนีเซีย           Baa2/Moody's   19.00%   2.00%               0.38%
เงินฝากCommercial Bank of Qatar,ประเทศกาตาร์               A3/Moody's     19.00%   2.00%               0.38%
บัตรเงินฝากQatar National Bank,ประเทศกาตาร์                 Aa3/Moody's   19.00%   2.00%               0.38%
เงินฝากUnion National Bank PJSC,ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์   A1/Moody's     19.00%   2.10%               0.40%
เงินฝากAbu Dhabi Commercial Bank,ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์   A1/Moody's     5.00%     1.80%               0.09%
รวม                                                     2.00%
ประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุน                                                                             0.50%
ประมาณการผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับ                                                               1.50%

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ระบุไว้ ทั้งนี้ตราสารที่จะลงทุน สัดส่วนการลงทุน ประมาณการผลตอบแทนและค่าใช้จ่ายของกองทุน อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้กองทุน KFF3MBK และ KFF6MGG มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุน KFF3MBK ในช่วงเวลา 3 เดือนและหน่วยลงทุนของกองทุน KFF6MGG ในช่วงเวลา 6 เดือน และหน่วยลงทุนของกองทุน KTF25MB ในช่วงเวลา 25 เดือนได้ ดังนั้น หากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก


Latest Press Release

ก.ล.ต. แนะนำผู้ลงทุนติดตามสถานการณ์และพิจารณารอบด้าน

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า การปรับตัวลดลงของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในวันนี้ (26 ก.พ. 2563) เป็นผลจากความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)...

DITP เผยนักธุรกิจแห่ร่วมงานบางกอกเจมส์ครั้งที่65 อย่างคึกคัก

งานบางกอกเจมส์เปิดวันแรกบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักมีทั้งเศรษฐีไทยและต่างประเทศแห่ช้อปปิ้งเครื่องประดับ คาดไม่ต่ำกว่า1 หมื่นคน หลังจากมั่นใจในมาตรการคัดกรองไวรัสและคุณภาพสินค้าจากประเทศไทย นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP )...

ภาพข่าว: บล.ไทยพาณิชย์ จัดสัมมนาแนวโน้มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมไทย

บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) จัดงานสัมมนาแนวโน้มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมไทยให้กับนักลงทุนสถาบันในประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวจรีพร จารุกรสกุล (ที่ 4จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม นายไกรลักขณ์ อัศวฉัตรโรจน์ (ที่ 3 จากซ้าย)...

ภาพข่าว: EXIM BANK จัดโครงการเสริมความเป็นเลิศให้ผู้ประกอบการไทยเริ่มต้นส่งออกได้

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา (แถวหน้า กลาง) กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดงานสัมมนา "โครงการเสริมความเป็นเลิศด้านการค้าเพื่อผู้ประกอบการส่งออก" หลักสูตรระดับต้น (Neo Exporter) รุ่น 2...

THRE ประกาศลดทุนล้างขาดทุนสะสมทั้งหมด หลังพลิกมีกำไร คาดจ่ายปันผลปี 63

บอร์ด THRE ไฟเขียวแผนลดพาร์จาก 1 บาท เป็น 0.88 บาท ล้างขาดทุนสะสมทั้งหมด 544,358,340.58 บาท ชงผู้ถือหุ้นอนุมัติ 28 เมษายน 63 มั่นใจจ่ายเงินปันผลได้ปีนี้ หลังแนวโน้มภาพรวมผลการดำเนินงานสดใส ปี 62 พลิกมีกำไร 125 ล้านบาท จากติดลบกว่า 1...

Related Topics