BGRIM โชว์กำไรไตรมาส 4/62 โต 215% ลูกค้าใหม่เข้ามาต่อเนื่อง เคาะปันผล 0.22 บาทต่อหุ้น

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Tuesday February 25, 2020 14:29
กรุงเทพฯ--25 ก.พ.--บี.กริม เพาเวอร์

BGRIM โชว์กำไรไตรมาส 4/62 โต 215% ลูกค้าใหม่เข้ามาต่อเนื่องเคาะปันผลครึ่งปีหลัง 0.22 บาทต่อหุ้น

BGRIM ฟอร์มดีโชว์กำไรสุทธิไตรมาส 4 เติบโตขึ้นถึง 215% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขยายธุรกิจต่อเนื่องมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นถึง 40% มั่นใจการบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพ ลูกค้าใหม่ทยอยเข้ามาต่อเนื่องในปี'63 เดินหน้าขยายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกาศจ่ายปันผลครึ่งปีหลังที่ 0.22 บาทต่อหุ้น

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM ผู้ผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า ผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2562 บริษัทมีกำไรสุทธิจากงบรวม 816 ล้านบาทและกำไรสุทธิที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 409 ล้านบาทเติบโตถึง 215% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หากพิจารณากำไรสุทธิจากการดำเนินงานงบการเงินรวมอยู่ที่ 832 ล้านบาท เติบโตถึง 118% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 428 ล้านบาท เติบโตถึง 94.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับปี 2562 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการปี 2562 อยู่ที่ 44,132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปีก่อน 20.6% และมีกำไรสุทธิจากงบการเงินรวมอยู่ที่ 3,977 ล้านบาท เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ 2,331 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 25.1% อันเนื่องมาจากการขยายกำลังการผลิตถึง 40% จากโครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งจากการเข้าซื้อกิจการและการพัฒนาโครงการใหม่ รวมถึงสามารถประหยัดเชื้อเพลิงจากการปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซของโรงไฟฟ้าจากพลังความร้อนร่วม 2 โครงการ และการลดต้นทุนทางการเงินจากการรีไฟแนนซ์เงินกู้ด้วย

ด้านมาตรการสำหรับการบริหารจัดการน้ำ บริษัทมีนโยบายและมาตรการการบริหารจัดการน้ำเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการใช้น้ำและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำตามแนวทางความยั่งยืน น้ำส่วนใหญ่ที่ถูกนำมาใช้ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมมาจากน้ำที่ผ่านกระบวนการ recycle หรือจากการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งนี้บริษัทยังมีแผนการควบคุมการผลิตไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งนำมาสู่การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการวางแผนการบริหารจัดการน้ำร่วมกับนิคมอุตสาหกรรมอย่างรอบคอบ ทำให้มั่นใจว่าปริมาณน้ำสำรองในบ่อกักเก็บน้ำของนิคมอุตสาหกรรมเพียงพอต่อการเดินเครื่องไปจนถึงช่วงฤดูฝน บริษัทมั่นใจว่าสามารถผลิตไฟฟ้าและไอน้ำที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรมรายเดิมและลูกค้ารายใหม่

ทั้งนี้ บริษัทมีฐานลูกค้าระดับโลกที่มีความมั่นคงระดับสูงเป็นจำนวนมาก ทำให้ภาพรวมการขายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมในเดือน ม.ค. 2563 ยังคงแข็งแกร่ง ด้วยปริมาณการขายไฟในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันก่อนปีก่อน นอกจากนี้ยังมีลูกค้ารายใหม่อีกหลายรายที่ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวม 23 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกำหนดการทยอยเชื่อมต่อกับโรงไฟฟ้าของบริษัทในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2563

ขณะเดียวกันยังคงมีความต้องการใช้ไฟฟ้าจากลูกค้าอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพมากกว่า 1,000 ราย ในนิคมอุตสาหกรรม ที่มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมของบริษัทตั้งอยู่ แต่ยังไม่ได้ให้บริการ

มั่นใจทะลุเป้าหมายกำลังการผลิต 5,000 เมกะวัตต์ ขณะนี้มีโครงการที่อยู่ระหว่างการศึกษาโอกาสลงทุนในโครงการใหม่ร่วมกับพันธมิตรอีกหลายโครงการ ทั้งจากพลังงานก๊าซและพลังงานทดแทน ในประเทศไทย เวียดนาม เกาหลีใต้ มาเลเซีย กัมพูชา ลาว และประเทศอื่นๆ อีกทั้งมีแผนควบรวมกิจการอีกหลายแห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตที่เปิดดำเนินการและอยู่ระหว่างการพัฒนารวม 3,424 เมกะวัตต์ ตัวอย่างโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานลมบ่อทอง ขนาด 16 เมกะวัตต์ และ โครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ 39 เมกะวัตต์ในประเทศกัมพูชา รวมถึงโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคารวมขนาด 6 เมกะวัตต์ในประเทศฟิลิปปินส์และตามกรอบการพัฒนาอีกประมาณ 30 เมกะวัตต์ให้กับพันธมิตรในประเทศโอมาน

และตอกย้ำความสำเร็จด้วยรางวัลมากมายในปี 2562 โดยบริษัทได้รับรางวัลทั้งหมด 10 รางวัล ทั้งระดับประเทศและระดับสากล ในหลายแขนง ได้แก่ Best Renewable Projects, Green Bond Financing, Best CEO และ Best IR Team และอีก 7 รางวัลในส่วนของ ESG และความยั่งยืน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบ ในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมประกาศจ่ายปันผล งวดครึ่งปีหลัง 0.22 บาทต่อหุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 13 มีนาคม 2563 และวันที่จ่ายปันผล คือ 11 พฤษภาคม 2563


Latest Press Release

ธพว.ขานรับนโยบาย ธปท. ออกมาตรการเลื่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้ลูกค้า 6 เดือน

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ มีความห่วงใย และตระหนักดีถึงความเดือดร้อนของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019...

สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนมีนาคม 2563

ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2563 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดที่ 1,125.86 จุด ลดลง 16% จากเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ดี มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 71,714 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.8% จากค่าเฉลี่ยทั้งปี 2562...

“สคร. จัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดิน 6 เดือน ปีงบประมาณ 2563 รวมจำนวน 101,173 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 54 ของเป้าหมายทั้งปี”

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในเดือนมีนาคม 2563 สคร. จัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินจากรัฐวิสาหกิจและกิจการที่กระทรวงการคลังถือหุ้นต่ำกว่า ร้อยละ 50 (กิจการฯ) จำนวน 4,307 ล้านบาท...

บลจ.กสิกรไทย ประเมินดัชนีมีโอกาสกลับมา 1,350 จุด หาก COVID-19 คลี่คลา แนะทำกำไรระยะยาวผ่าน K SUPERSTAR SSFX ก่อนจบ IPO 10 เม.ย.นี้

บลจ.กสิกรไทย แนะทำกำไรระยะยาวผ่าน กองทุนเปิดเค ซูเปอร์สตาร์ เพื่อการออมพิเศษ (K-SUPSTAR-SSFX) มองเป็นจังหวะเก็บหุ้นราคาดี มีอนาคต เนื่องจาก ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมากจากต้นปี ประกอบกับความหวังที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 อาจเริ่มคลี่คลายลง...

บอร์ด “สหไทย เทอร์มินอล (PORT)” อนุมัติเลื่อนจัดประชุม AGM พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.07 บาท ยิลล์สูง 5.2% ร่วมมือรัฐป้องกันโควิด

สหไทย เทอร์มินอล (PORT) ผู้นำการให้บริการท่าเทียบเรือพานิชย์และบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.07 บาทต่อหุ้น ให้ยิลล์สูง 5.2% พร้อมเลื่อนประชุม AGM ออกไปก่อน “เสาวคุณ คุรุจิตร” ซีอีโอ บมจ.สหไทย เทอร์มินอล (PORT)...

Related Topics