กอบกาญจน์และขัตติยาพร้อมนำทัพเคแบงก์สู้ศึกการแข่งขันและวิกฤติโลก

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Tuesday April 7, 2020 14:03
กรุงเทพฯ--7 เม.ย.--ธนาคารกสิกรไทย

สองหญิงแกร่ง กอบกาญจน์จับมือขัตติยารับโจทย์สำคัญนำกสิกรไทยฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจและสู้ศึกดิสรัปชั่น (Disruption) วางอนาคตสร้างธนาคารเป็นองค์กรใหญ่ที่คล่องตัวสูง ขับเคลื่อนเร็วพร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทีม พาธนาคาร ลูกค้า และเศรษฐกิจประเทศชาติรอดไปด้วยกัน คาดหากโควิด-19 คุมได้ในไตรมาส 2 จีดีพีติดลบ 5.0%

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ช่วงนี้สภาพเศรษฐกิจไทยอ่อนแอลง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า ปัญหาคุณภาพสินเชื่อจะเป็นปัจจัยเสี่ยงสำหรับธุรกิจธนาคาร โดยอาจต้องติดตามสถานการณ์ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้กลุ่มสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ รวมถึงสินเชื่อส่วนบุคคล ตลอดจนสินเชื่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ทั้งที่พึ่งพิงตลาดและกำลังซื้อในประเทศ และที่พึ่งพิงตลาดส่งออก ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามคาดว่ามาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจของภาครัฐ จะมีส่วนสำคัญในการลดทอนผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์การปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย จะช่วยลดภาระการกันสำรองของสถาบันการเงิน

ภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ณ ปัจจุบัน ส่งผลให้การทบทวนประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 2563 คาดว่าจะหดตัว -5.0% ท่ามกลางสมมติฐาน

ดังต่อไปนี้
1. สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในไทยและต่างประเทศ
สามารถควบคุมจำนวนการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อได้ในภายในไตรมาสที่ 2
2. เศรษฐกิจโลกและไทยคาดว่า
จะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2563
3.นโยบายการเงินและการคลังที่ทยอยออกมาแล้ว
และที่กำลังจะตามมา จะช่วยประคองกลไกทางเศรษฐกิจ
โดยเฉพาะภาคการเงินให้สามารถดำเนินต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม
ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยปีนี้ คือ

การใช้จ่ายของภาครัฐที่จะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยประคองเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ส่วนปัจจัยเสี่ยง

คือ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว
การส่งออก การบริโภค และการลงทุน อย่างมีนัยสำคัญ

ทิศทางของธนาคารกสิกรไทยที่ดำเนินต่อจากนี้ คือ เข้าไปช่วยเหลือลูกค้าธนาคารในหลาย ๆ ทาง พร้อมมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจของภาครัฐ ที่จะมีส่วนสำคัญในการลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ และในอนาคตข้างหน้า นอกจากการฝ่าวิกฤติไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้แล้ว ธนาคารกสิกรไทยจะยังคงบทบาทการเป็นสถาบันการเงินชั้นนำ ที่จะเป็นตัวจักรสำคัญในการพลิกฟื้นระบบเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปได้ และพร้อมเสมอที่จะรับมือกับความท้าทายรูปแบบใหม่อื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ด้วยบทบาทและหน้าที่ของประธานกรรมการ ในการกำหนดนโยบายและกำกับดูแล ได้ประเมินฝ่ายบริหารและศักยภาพพื้นฐานของธนาคารแล้ว ก็มั่นใจว่า ยังดำรงความแข็งแกร่งเป็นที่น่าพอใจ และเชื่อมั่นว่าฝ่ายจัดการจะสามารถบริหารธนาคารให้ก้าวผ่านโจทย์ธุรกิจในช่วงแพร่ระบาดของโควิด-19 ควบคู่กับการสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจเพื่อรับมือดิสรัปชั่นและความท้าทายอื่นที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างเรียบร้อย

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวถึงความรู้สึกในการรับตำแหน่งใหม่ว่า เป็นความท้าทายอย่างมาก และเชื่อมั่นว่าการดำเนินงานของธนาคารสามารถดำนินการได้อย่างต่อเนื่อง เพราะคณะผู้บริหารของธนาคารมีการกำหนดแผนยุทธศาสตร์และทิศทางธุรกิจสอดคล้องกันมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

การดำเนินธุรกิจของธนาคารกสิกรไทยต่อจากนี้ การจัดการที่จะเร่งทำให้มากขึ้นในภาวะเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ได้แก่

การส่งมอบบริการทางการเงินไปถึงลูกค้ารายรายเล็กให้ได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยยังคงหลักระมัดระวังและการบริหารความเสี่ยงที่ดี ซึ่งเป็นโจทย์ที่ควรเร่งทำเป็นอันดับต้นเพราะจะมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เป็นโจทย์ของธนาคารทั้งในฐานะคนทำธุรกิจและพลเมืองของประเทศการจัดการด้านต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity management) ให้ส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการถึงลูกค้าได้ดีขึ้น เร็วขึ้น และถูกลง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ไม่ใช่แค่การทำตามระเบียบของทางการ ซึ่งหากมองในระดับประเทศแล้วต้นทุนทางการเงินของธนาคารยังนับว่าเป็นเพียงส่วนน้อยของต้นทุนในระบบประเทศ ยังมีภาคส่วนอื่น ๆ ที่สามารถเพิ่ม Productivity ได้อีกมาก เพื่อให้แรงงานการผลิตมีค่าผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเกื้อหนุนสำคัญให้ธุรกิจอยู่รอดในภาวะเศรษฐกิจนี้การจัดการด้านทรัพยากรบุคคล ที่ต้องมีการยกระดับทักษะความสามารถพนักงาน ให้พร้อมรับมือกับภาวะการเปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีใหม่ ๆ

นางสาวขัตติยา กล่าวเพิ่มเติมว่า โลกในทุกวันนี้เปลี่ยนไป ทั้งบทบาทของเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและการแข่งขันในธุรกิจอย่างมาก รวมกับวิกฤติเศรษฐกิจที่เข้ามากระทบ ปัจจัยที่จะมาสั่นคลอนและท้าทายชีวิตของลูกค้ามีมากขึ้น ทั้งเชิงธุรกิจและชีวิตส่วนตัว แต่ธนาคารกสิกรไทยจะอยู่กับลูกค้าทุกที่และทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าอยู่กับเราแล้วปลอดภัย โดยจะช่วยเพิ่มอำนาจให้กับการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจของลูกค้า(Empower Every Customer’s Life and Business)ทั้งการสนับสนุนแหล่งเงินทุน บริการทางการเงิน การให้ข้อมูล และโอกาสในการพบผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะกับธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าก้าวนำการเปลี่ยนแปลงเป็นผู้นำในการทำธุรกิจ และได้ใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการ

เหตุการณ์ต่าง ๆ ในภายภาคหน้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงที่เหนือการคาดการณ์ได้มากมาย

เราอาจยังไม่รู้ชัดว่าธุรกิจธนาคารจะเปลี่ยนแปลงไปในรูปลักษณ์ไหน

แต่สิ่งที่เรารู้แน่ชัดคือ เราต้องมีแนวคิดที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง (Change Mind Set) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรมใหม่

ๆ (Innovation) ที่สำคัญที่สุดคือ มีความรับผิดชอบต่อสังคมและโลกใบนี้
(Sustainability) ซึ่งธนาคารกสิกรไทยจะเป็นองค์กรที่ใหญ่แต่เร็ว
คล่องตัวสูง เป็นฟันเฟืองหลักของระบบเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับการนำพาองค์กรฝ่าวิกฤติการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างรุนแรง นับเป็นโจทย์สำคัญอันดับแรกในขณะนี้ ซึ่งนับตั้งแต่การระบาดส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ธนาคารกสิกรไทยได้มีการออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าด้านสินเชื่อไปแล้ว 115,000 ราย ยอดสินเชื่อ 124,000 ล้านบาท และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการและลูกค้าบุคคลที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ธนาคารจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เป้าหมายสำคัญในการฝ่าวิกฤตินี้ คือ พนักงานปลอดภัย สามารถส่งมอบบริการได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าให้ได้มากที่สุด และเตรียมความพร้อมเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศต่อไป ทั้งนี้ จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 และทิศทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงอย่างรุนแรง ธนาคารอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลผลกระทบต่าง ๆ โดยจะมีการทบทวนแผนธุรกิจและเป้าหมายปี 2563 อย่างชัดเจน หลังจากเห็นผลประกอบการของไตรมาสแรก เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในลำดับถัดไป


Latest Press Release

มุมมองด้านความยั่งยืนของสกุลเงินรูปแบบต่างๆ และผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม

ในวาระที่วันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) กำลังจะเวียนมาถึงในปีนี้ ซึ่งเป็นปีสำคัญของการครบรอบ 50 ปีแห่งการจัดตั้งวันคุ้มครองโลก (Earth Day) อีกด้วย...

Stenn ขยายโครงการสินเชื่อการค้าเป็น 500 ล้านดอลลาร์ หลังได้รับเงินลงทุนจากนักลงทุนรายใหม่

Stenn บริษัทฟินเทคด้านสินเชื่อการค้าออนไลน์ ได้รับเงินทุนจาก Barclays Bank, Coface SA และ Crayhill Capital Management LP ในการระดมทุนรอบล่าสุด ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อนำไปใช้ในการขยายโครงการสินเชื่อการค้า Stenn Assets Funding...

'SBITO’ ผนึก 'Blue Card’ มอบสิทธิประโยชน์แก่ลูกค้าสมาชิก Blue Card รับคะแนนสะสมทันทีเมื่อเปิดพอร์ตลงทุนกับ SBITO

บริษัท หลักทรัพย์ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ หรือ SBITO ผู้นำในการให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ และตราสารอนุพันธ์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ ผู้นำในด้านธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจค้าปลีก...

โอกาสสุดท้าย!! ซื้อสลาก ธอส. ชุดพิมานมาศ ก่อน 15 มิ.ย. 63 ได้ดอกเบี้ย 1.00%

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ชวนลูกค้าประชาชนที่ต้องการได้รับผลตอบแทนดีจากการออมพร้อมกับมีโอกาสถูกรางวัลสูงมาซื้อสลากออมทรัพย์ ธอส.ชุดพิมานมาศ หน่วยละ 50,000 บาท หมวดละ 100,000 หน่วย สำหรับ ผู้ที่ซื้อสลากภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2563 เมื่อฝากครบ 3 ปี...

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขอนำส่งข่าวสั้น “ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชวนร่วมสัมมนาออนไลน์ฟรี 2 หลักสูตร รู้แล้ว…รอด! สู้วิกฤต ด้วยเทคนิคบริหารเงิน”

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชวนผู้ลงทุนและผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ 2 หลักสูตร โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้แก่ หลักสูตร “เงินทองต้องวางแผน” ในวันเสาร์ที่ 20 มิ.ย. 63 เวลา 10:00-12:00 น. โดย ดร. อัจฉรา โยมสินธุ์...

Related Topics