ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตสากลของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยที่ 'BBB+’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Tuesday October 27, 2020 18:24
กรุงเทพฯ--27 ต.ค.--ฟิทช์ เรทติ้งส์

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Foreign-currency Issuer Default Rating หรือ IDR) ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM) ที่ 'BBB+’ และคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ 'AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

สำหรับรายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดแสดงไว้ในส่วนท้าย
ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

การประกาศคงอันดับเครดิตของธนาคารสะท้อนถึงมุมมองของฟิทช์ที่เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลไทยจะให้การสนับสนุนแก่ธนาคารในกรณีที่มีความจำเป็นอย่างทันท่วงที อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ EXIM อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลของรัฐบาลไทย (BBB+/แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นบวก/F1) ในขณะที่อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ EXIM ที่ 'AAA(tha)’ เป็นอันดับเครดิตที่สูงที่สุดสำหรับอันดับเครดิตภายในประเทศ ทั้งนี้อันดับเครดิตของ EXIM มีปัจจัยสนับสนุนมาจากบทบาทที่สำคัญเชิงนโยบายของธนาคารในด้านการสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศและการลงทุน นอกจากนี้ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างธนาคารกับรัฐบาลเป็นผลมาจากสถานะทางกฎหมายของธนาคารในฐานะที่เป็นธนาคารรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะและเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (Specialized Financial Institution)   อีกทั้งธนาคารมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดและมีอำนาจควบคุมการดำเนินงาน

ผลประกอบการของ EXIMที่ปรับตัวอ่อนลง สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวแย่ลงอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาและแรงกดดันด้านรายได้และคุณภาพสินทรัพย์ที่คาดว่าจะยังคงมีต่อเนื่องจนถึงปีหน้า อย่างไรก็ตามฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งของธนาคารน่าจะเป็นปัจจัยรองรับความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ความเสี่ยงยังได้รับการลดทอนลงจากการสนับสนุนทางการเงินอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาล เช่นการชดเชยรายได้และการชดเชยผลขาดทุนซึ่งฟิทช์เชื่อว่าจะยังมีอยู่ต่อไป

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

การปรับเพิ่มอันดับเครดิตของประเทศไทย จะส่งผลในทางเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว อันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและอันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำของ EXIM อย่างไรก็ตามการปรับเพิ่มอันดับเครดิตของประเทศไทยไม่น่าจะส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตภายในประเทศของธนาคารเนื่องจากอันดับเครดิตภายในประเทศของ EXIM อยู่ในระดับคะแนนสูงสุดแล้ว

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

การปรับลดอันดับเครดิตของประเทศไทยอาจบ่งชี้ถึงความสามารถที่ลดลงของรัฐบาลในการให้การสนับสนุนแก่ธนาคารรัฐ ซึ่งรวมถึง EXIM และจะส่งผลกระทบในทิศทางเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศ อันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ และอันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำของ EXIM

ฟิทช์อาจทำการปรับลดอันดับเครดิตของ EXIM หากฟิทช์มีความเห็นว่าโอกาสที่รัฐบาลจะให้การช่วยเหลือสนับสนุนแก่ธนาคารปรับตัวลดลง ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจเกิดขึ้นหากรัฐบาลลดสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารลงอย่างมีนัยสำคัญและถาวรหรือธนาคารมีบทบาทในเชิงนโยบายที่ด้อยลง รวมทั้งหากมีการเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของธนาคารและสถานะการเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจ อย่างไรก็ตามฟิทช์เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะปานกลาง

ทั้งนี้การปรับลดอันดับอันดับเครดิตภายในประเทศของ EXIM จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของโครงสร้างเครดิตของ EXIM กับธนาคารหรือบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศเช่นกัน

อันดับเครดิตที่มีความเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตอื่น
อันดับเครดิตของ EXIM มีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างอันดับเครดิตของประเทศไทย
การพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)

ระดับคะแนนความสัมพันธ์ของ ESG ต่ออันดับเครดิต สำหรับโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ (Governance) ของ EXIM ได้รับการปรับเป็น '3' จากเดิม '4' เป็นการสะท้อนถึงมุมมองของฟิทช์ว่าการที่รัฐบาลมีอิทธิพลต่อโครงสร้างการกำกับดูแลของ EXIM โดยผ่านการถือหุ้น 100% ในธนาคารและตัวแทนอยู่ในคณะกรรมการเป็นลักษณะโครงสร้างตามปกติของธนาคาร ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล แต่โดยภาพรวมไม่ส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตของ EXIM

หากไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนนี้ แสดงว่าธนาคารมีระดับคะแนนความสัมพันธ์ของ ESG ต่ออันดับเครดิต ไม่เกินระดับ 3 ซึ่งหมายความว่าปัจจัยด้าน ESG จะไม่ส่งผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบในระดับที่น้อยมากต่ออันดับเครดิตของธนาคาร ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยจากลักษณะของธุรกิจหรือจากการบริหารจัดการของธนาคารก็ตาม


Latest Press Release

รู้จักบล็อกเชนใน 5 นาที กับ SE Digital ทำไมตลาดทุนยุคใหม่ถึงหันมาใช้บล็อกเชนเทโซส?

ในแวดวงเทคโนโลยีการเงินการลงทุนหรือแม้แต่ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคนพูดถึง "บล็อกเชน" กันบ่อยขึ้น สำหรับคนทั่วไปการทำความเข้าใจบล็อกเชนอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปถ้าเราจะรู้จักการทำงานอย่างคร่าว ๆ...

โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล เตรียมเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 152,641,540 หุ้น ก้าวสู่ผู้นำนวัตกรรมความงามและสุขภาพของเอเชีย

โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล เตรียมเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 152,641,540 หุ้น ก้าวสู่ผู้นำนวัตกรรมความงามและสุขภาพของเอเชีย ล่าสุด สำนักงาน ก.ล.ต.ประกาศนับ 1 ไฟลิ่งเรียบร้อยแล้ว บมจ. โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล...

GBS มองกรอบดัชนีสัปดาห์นี้ 1,500 - 1,550 จุด แนะช้อน EA-GPSC-BCPG-BGRIM-RATCH-BBL-TISCO เข้าพอร์ต

บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้ ส่อแววเคลื่อนไหวในกรอบดัชนี 1,500 -1,550 จุด ชี้ปัจจัยการลงทุนยังคงผันผวนมีทั้งข่าวดี - ร้าย เป็นตัวแปรการลงทุน แนะนำทยอยเก็บหุ้นกลุ่ม GREEN ENERGY อาทิ EA, GPSC, BCPG, BGRIM และ RATCH รับ...

DEMCO คว้างานจัดหา-ติดตั้งอุปกรณ์ 115 เควี "ไทยจูรอง เอ็นจิเนียริ่ง"มูลค่า 120 ลบ. ดัน Backlog พุ่งแตะ 3,520 ลบ.

DEMCO แจกข่าวดี! คว้างานจัดหา-ติดตั้งอุปกรณ์ 115 เควี "ไทยจูรอง เอ็นจิเนียริ่ง" มูลค่า 120 ล้านบาท ดันงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) พุ่งแตะ 3,520 ล้านบาท ฟาก "พงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์"แย้มแผนปี 64 ใส่เกียร์เดินหน้าประมูลงานรับเหมาภาครัฐและเอกชนต่อเนื่อง...

ทรู คาดเปิดให้จองซื้อหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2564 วันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2564 เตรียมเสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไป 4 ชุด ดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 3.30-4.50% ต่อปี

กลุ่มทรู ผู้นำโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทัล เดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าและบริการรองรับการใช้ชีวิตและวิถีธุรกิจในยุคใหม่ (Next Normal) เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน เตรียมเปิดให้จองซื้อหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ...

Related Topics