เปิดตัวศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก อีกหนึ่งความภูมิใจที่ศิริราชมอบให้แผ่นดิน

ข่าวประชาสัมพันธ์สุขภาพ อาหาร Friday November 30, 2018 08:58
กรุงเทพฯ--30 พ.ย.--ศูนย์การแพทย์กาญนาภิเษก

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล แถลงข่าวเปิดตัว "ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก" เป็นส่วนหนึ่งของศิริราช เพิ่มศักยภาพการรักษาพยาบาล และเชื่อมต่อระบบสาธารณสุขพื้นที่ภาคใต้ตอนบน รวมถึงการเรียนการสอน และการฝึกอบรม โอกาสนี้ชวนคนไทยสร้างศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกส่วนขยาย (ระยะที่ 2) ด้วยภาพยนตร์ชุด "ต้นกล้าศิริราช" โดยมี ผศ. ร.อ.ทพ.ชัชชัย คุณาวิศรุต รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ ผู้แทนรักษาการแทนอธิการบดี ม.มหิดล ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดลรศ.นพ.ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และรศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.ศิริราช

สืบเนื่องจากสภามหาวิทยาลัยมหิดลมีมติให้ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ภายใต้สังกัดสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560 การรวมกันของทั้งสององค์กร นับเป็นการประสานเกื้อกูลซึ่งกันและกัน กล่าวคือ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งอยู่ภายใต้คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมีการรักษาแบบตติยภูมิ (อาการรุนแรง ซับซ้อน) และมีพันธกิจในการให้บริการต่อเนื่อง ครอบคลุมพื้นที่เขต 5 หรือภาคใต้ตอนบน (นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์) ในขณะที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก ให้บริการทางการแพทย์ทั่วไป และการรักษาเฉพาะทางในระดับทุติยภูมิ ประกอบกับสถานที่ตั้งอยู่ระหว่างโรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลในเขตภาคใต้ตอนบน การรวมกันจะทำให้เกิดการพัฒนาการรักษาพยาบาลและการเชื่อมต่อการให้บริการระบบสาธารณสุขของเขต 5 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งเพิ่มศักยภาพด้านการเรียนการสอนและการฝึกอบรม รวมถึงพัฒนาระบบการบริหารโรงพยาบาลแบบองค์รวม เพื่อประโยชน์แก่ผู้ป่วยให้ได้รับบริการอย่างเท่าเทียมและครบวงจร

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า "ศิริราชมีความมุ่งมั่นหาแนวทางในการรักษาผู้ป่วยจำนวนมากท่ามกลางทรัพยากรที่มีจำกัด ทั้งเรื่องสถานที่ บุคลากร และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อให้ประชาชนคนไทยได้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาได้ทั่วถึงมากขึ้น จึงได้มุ่งเน้นการบริหารจัดการเชิงรุก เพิ่มศักยภาพศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกในการรักษาพยาบาล โดยมีศิริราชในฐานะรุ่นพี่ ให้การสนับสนุนด้านวิชาการ เชื่อมโยงองค์ความรู้ และฝึกฝนอบรมต่อยอดวิชาชีพแก่กัน ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงตลอดจนพื้นที่เขต 5 ได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาระบบเครือข่ายและการส่งต่อผู้ป่วย ซึ่งนอกจากเป็นการขยายโอกาสการรักษาไปสู่ประชาชน ยังเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การขยายพื้นที่ฝึกฝนให้นักศึกษาแพทย์และแพทย์ได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติงานเพื่อดูแลประชาชนอย่างเชี่ยวชาญ โดยมีบุคลากรศิริราชให้คำปรึกษาและร่วมวางแผนการดำเนินงานเพื่อก้าวต่อไปในอนาคต"

รศ.นพ.ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก กล่าวถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการผสานความร่วมมือครั้งนี้ "สิ่งที่ศิริราชและศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกกำลังทำหน้าที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน ไม่ใช่แค่การเพิ่มสถานที่ บุคลากร หรืออุปกรณ์ในการรองรับผู้ป่วยแต่เราจะพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุด โดยประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงสามารถรับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพที่ศูนย์การแพทย์ฯ โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาลศิริราช

ขณะนี้จึงมีการพัฒนาอาคารส่วนขยาย ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก เพื่อให้สามารถรองรับผู้ป่วยโรคทั่วไปและโรคเฉพาะทางที่ไม่ซับซ้อนในเขตพื้นที่นี้ได้มากขึ้นกว่าเดิม จากปกติเรามีเตียงเพียง 60 เตียง วางแผนจะเพิ่มเป็น 200 เตียง เพื่อดูแลผู้ป่วยในและผู้ป่วยหนักในห้องไอซียูได้มากขึ้น โดยที่ปัจจุบันมีผู้ป่วยรับบริการ 350,000 คนต่อปี หลังจากก่อสร้างเสร็จสามารถรองรับผู้ป่วยเพิ่มเป็น 700,000 คนต่อปี ซึ่งต้องใช้งบประมาณการก่อสร้างและจัดหาครุภัณฑ์ทั้งหมด 850 ล้านบาท โดยได้รับงบประมาณจากรัฐบาล 500 ล้านบาท ทางศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกต้องระดมทุนอีก 350 ล้านบาท เมื่อแล้วเสร็จก็จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่เรียนรู้และฝึกประสบการณ์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลได้อีกด้วย พื้นที่ตรงนี้จะช่วยให้นักศึกษาได้ลงมือฝึกปฏิบัติในโรคต่าง ๆ ได้มากขึ้น โดยมีอาจารย์หมอให้คำแนะนำ ได้ใกล้ชิดกับประชาชน รวมทั้งขยายขอบเขตการทำวิจัยด้านสุขภาพให้ครอบคลุมทั้งในระดับทุติยภูมิและตติยภูมิร่วมกันระหว่างแพทย์ทั้งสองโรงพยาบาล เพื่อสร้างคนให้เติบโตเป็นบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขต่อไป"

ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก อีกหนึ่งความภูมิใจที่ศิริราชมอบให้แผ่นดิน ในวันนี้เปรียบเสมือน "ต้นกล้า" ที่พร้อมเติบโตเป็นร่มเงาให้ประชาชนได้พึ่งพิงยามเจ็บไข้ สร้างความยั่งยืน ด้วยการพัฒนาการเรียนการสอน การฝึกอบรม การวิจัยแก่บุคลากรทางการแพทย์ และยังเป็นจุดเชื่อมโยงการให้บริการระบบสาธารณสุขในเขตพื้นที่ปริมณฑลและภาคใต้ตอนบนของประเทศไทย

มาร่วมสมทบทุนพัฒนาศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ส่วนขยาย (ระยะที่ 2) เพิ่มโอกาสการรักษาอย่างทั่วถึงเพื่อคนไทย บริจาคได้ที่

1. ศิริราชมูลนิธิ กองทุนศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก
ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 901-7-00988-8
2. มูลนิธิศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก
ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 280-200388-2
3. งานการคลัง ชั้น 4 ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก
ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 316-304130-9
4. สแกนผ่าน QR CODE ทาง Application ธนาคารต่าง

ท่านที่ประสงค์ต้องการขอรับใบเสร็จรับเงินเพื่อนำไปลดหย่อนภาษี กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงิน พร้อมแจ้งชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ พร้อมระบุว่าบริจาคสมทบทุนสร้างอาคารส่วนขยายศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก (D003884) โดยส่งผ่านทาง e-mail: donate_siriraj@hotmail.com, Line Offical: @sirirajfoundation, โทรสาร 0 2419 7687 ทางไปรษณีย์: ศิริราชมูลนิธิ เลขที่ 2 ตึกมหิดลบำเพ็ญ ชั้น 1 โรงพยาบาลศิริราช ถนนวังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 เพื่อจะได้จัดส่งใบเสร็จให้ท่านต่อไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานกิจกรรมพิเศษและสิทธิประโยชน์ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก โทร. 0 2849 6799 วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00-16.00 น.


Latest Press Release

จิตเวชโคราชแนะ 5 กลุ่มอาหาร 2 เครื่องดื่ม ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ากินแล้วฟิน!! 2 ประเภทอาหารต้องห้าม ชี้อาจซ้ำเติมอาการ!!

รพ.จิตเวชนครราชสีมาแนะเมนูอาหารผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ชี้อาหารที่ควรทานมีผลดีช่วยเสริมประสิทธิภาพยารักษา มี 5 กลุ่ม อาทิ ปลาช่อน ปลาดุก ไข่ กล้วย เห็ดทุกชนิด และ2 ชนิดเครื่องดื่มที่ควรดื่มคือน้ำอัญชันและน้ำลำไย ช่วยอารมณ์ดี หลับดีขึ้น ส่วนอาหารต้องห้ามทานมี...

วู้ดดี้ วุฒิธร สุดปลื้ม กระแสตอบรับดีเกินคาด คนไทยสายฟิตแห่เข้าร่วมงาน Fitfest 2019 เนืองแน่น กว่า 80,000 คน!

นับว่ากระแสดีตั้งแต่เปิดตัวงานเลย สำหรับ Fitfest 2019 สวนสนุกแห่งการออกกำลังกายที่ใหญ่และมันส์ที่สุด ที่เพิ่งจบไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ทำเอาหัวเรือใหญ่ตัวพ่อสายฟิตอย่าง วู้ดดี้ – วุฒิธร สุดปลื้ม...

เคมิน เผยวิสัยทัศน์และโลโก้ใหม่ พร้อมเดินหน้าสู่อนาคต

บริษัทผู้ผลิตส่วนผสมอาหารระดับโลกมุ่งเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของประชากรโลก 80% อย่างยั่งยืนภายในปีพ.ศ. 2585 เคมิน อินดัสตรีส์ (Kemin Industries) บริษัทผู้ผลิตส่วนผสมอาหารระดับโลก เผยวิสัยทัศน์และโลโก้ใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของบริษัทสำหรับปี 2585...

นักวิชาการ ย้ำ ! บริโภคเนื้อไก่ไทยปลอดภัย ปราศจากฮอร์โมนเร่งโต

นักวิชาการ ม.มหิดล ยืนยันเนื้อไก่ไทยปลอดภัย ปราศจากฮอร์โมนเร่งโต ชี้สาเหตุวัยรุ่นโตเร็วกว่าวัย มาจากกรรมพันธุ์ ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง และพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่หันมาบริโภคฟาสต์ฟู้ดกันมากขึ้น อ.สพ.ญ.พัชราภรณ์ ขำพิมพ์...

กินแบบ DASH DIET(แดช ไดเอท) ดีต่อโรคหัวใจ...ลดความดันได้อยู่หมัด

การปล่อยให้ร่างกายมีความดันโลหิตสูงย่อมส่งผลเสียต่อหัวใจ เพราะหัวใจต้องสูบฉีดเลือดหนักขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเกิดความเสื่อมและผนังหลอดเลือดเกิดไขมันเกาะได้ง่ายยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้...

Related Topics