เปิดการเรียนรู้สุดคลาสสิกกับเยาวชนนักสะสมแสตมป์ ในยุคดิจิทัลครอบงำ

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Monday September 19, 2016 10:00
กรุงเทพฯ--19 ก.ย.--เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์

"ยิ่งเรียนรู้ ยิ่งรอบรู้" คือแนวคิดของคนที่ขวนขวายใฝ่รู้ โดยเฉพาะโลกปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล ทำให้การเรียนรู้ของเยาวชนทำได้หลายช่องทาง ซึ่งเป็นประโยชน์ในการช่วยทำให้สามารถค้นคว้า และก้าวทันข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว แต่ในทางกลับกันหากมีการใช้เกินความจำเป็น โดยเฉพาะการใช้งานโซเชียลมีเดียของเยาวชนไทยที่ปัจจุบันพบว่ามีการใช้งานสูงถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน อาจมีผลเสียตามมาได้ เช่น ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง สุขภาพเสื่อมโทรม ปัญหาการเรียน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แม้เยาวชนส่วนมากจะใช้เวลาเกือบทั้งหมดต่อวันไปกับโลกออนไลน์ แต่ยังมีบางส่วนที่สามารถจัดสรรเวลาไปกับสิ่งที่ชื่นชอบหรืองานอดิเรกได้ อาทิ เล่นกีฬา สร้างสรรค์งานศิลปะ เล่นดนตรี ถ่ายภาพ รวมไปถึงสะสมสิ่งของที่ชื่นชอบ

ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยจึงอยากกระตุ้นความเป็นนักสะสมในตัวของเยาวชน ให้ได้เห็นคุณค่าและความสำคัญของแสตมป์ไทยของสะสมสุดคลาสสิกของคนไทยให้มากขึ้น และเนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ไปรษณีย์ไทยจึงยกตัวอย่าง 3 เยาวชนต้นแบบนักสะสมแสตมป์ เพื่อสะท้อนแนวคิดความเป็นเยาวชนคุณภาพในภาวะโลกดิจิทัล ดังนี้

"แสตมป์เปิดหน้าต่างท่องเที่ยว"

น้องพรรณอร มีสาวงษ์ นิสิตคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ อายุ 21 ปี เล่าว่า การสะสมแสตมป์ของตนเองเริ่มต้นจากได้มีโอกาสติดตามคุณแม่ไปงานจัดแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชียครั้งหนึ่ง ได้เห็นว่ามีแสตมป์จากหลายประเทศทั้งแบบที่ใช้แล้ว ยังไม่ได้ใช้ และแสตมป์หายาก ของแต่ละประเทศมาจัดแสดง และจัดจำหน่ายจำนวนมาก ซึ่งแสตมป์แต่ละดวงบ่งบอกเอกลักษณ์ความเป็นประเทศนั้น ๆ ได้อย่างชัดเจน จึงได้ขอคุณแม่ซื้อแสตมป์ภาพสวยงามต่าง ๆ มาหลายแบบ ทำให้เกิดความสนใจและเก็บสะสมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน อีกหนึ่งแรงบันดาลใจในการสะสมแสตมป์คือการได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร บอกเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวและความยากของการจัดสร้างแสตมป์แต่ละดวง ทำให้เห็นคุณค่าของแสตมป์มากขึ้น สำหรับแสตมป์ที่ชอบมากที่สุดคือ แสตมป์ภาพธรรมชาติ และภาพสถานที่สำคัญของสถานที่ต่าง ๆ ของไทย เพราะเป็นคนชอบท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ เช่น อุทยาน ภูเขา น้ำตก ทะเล ฯลฯ ทำให้เวลาเห็นภาพธรรมชาติหรือสถานที่ต่าง ๆ บนดวงแสตมป์ เป็นแรงกระตุ้นที่จะทำให้ออกไปท่องเที่ยวตามรอยแสตมป์เพื่อไปสัมผัสสิ่งเหล่านั้นด้วยตัวเอง

"แสตมป์เสริมอรรถรสศิลป์"

น้องแสงดาว ศรีเมือง นักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อายุ 23 ปี กล่าวว่า การที่เลือกสะสมแสตมป์เพราะแสตมป์แต่ละดวงมีเสน่ห์ มีลวดลายที่สวยงาม และมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างออกไป ให้ความรู้สึกเหมือนการได้สะสมงานศิลปะอย่างหนึ่ง ซึ่งมีคุณค่าทางจิตใจ และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ในอนาคต เพราะเมื่อเวลาผ่านไปแสตมป์ที่เก่าและหายากก็จะมีมูลค่าสูงขึ้น ทำให้การสะสมแสตมป์เป็นการสะสมทรัพย์ทางอ้อมอีกด้วย นอกจากนี้กิจกรรมการสะสมแสตมป์ทำให้ได้มิตรภาพเพิ่มขึ้น มีเพื่อนมากขึ้น จากการเข้ากลุ่มคนที่มีรสนิยมและความชอบในการสะสมแสตมป์เหมือนกัน ทำให้ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวระหว่างกันและกัน ทั้งการนำแสตมป์แบบใหม่ ๆ มาแชร์กัน การเล่าเรื่องราวแสตมป์หายากสู่กันฟัง สร้างความเพลิดเพลินให้แก่กิจกรรมนี้ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

"แสตมป์กับไดอารี่ชีวิต"

น้องกุลยา กุลโภคิน นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อายุ 22 ปี เล่าเพิ่มเติมว่า ตนเองเริ่มสะสมแสตมป์ตั้งแต่เรียนชั้นประถม โดยมีคุณแม่เป็นต้นแบบ ซึ่งท่านสะสมตั้งแต่ยุคที่การเขียนจดหมายถึงกันยังเฟื่องฟูและการสะสมแสตมป์เป็นงานอดิเรกยอดฮิต คุณแม่มักเอาแสตมป์มาให้ดูพร้อมกับเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับของภาพแสตมป์ต่างๆ ให้ฟัง ทำให้ได้ซึมซับความสำคัญและเสน่ห์ของแสตมป์มากขึ้น แต่สังคมยุคปัจจุบันที่โลกเข้าสู่ความเป็นดิจิทัลมากขึ้น แสตมป์ถูกลดบทบาทลง ประกอบกับวิถีชีวิตของเยาวชนยุคปัจจุบันที่ใช้เวลาในแต่ละวันไปกับโซเชียลมีเดีย ซึ่งตนเองก็เป็นหนึ่งในเยาวชนส่วนใหญ่ที่ใช้โซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวัน คิดว่าไม่ได้เป็นเรื่องยากที่จะแบ่งเวลามาทำงานอดิเรกที่ชอบ โดยเฉพาะการสะสมแสตมป์ที่ชื่นชอบเพราะความน่าสนใจของแสตมป์ไม่ใช่แค่เพียงแค่หลักฐานการชำระเงินค่าใช้บริการไปรษณีย์ แต่คือ ความสวยงามของภาพบนดวงแสตมป์ และแสตมป์ก็ทำหน้าที่เป็นเครื่องบันทึกประวัติศาสตร์ ตลอดจนเป็นเครื่องบ่งบอกเอกลักษณ์ของประเทศ การสะสมแสตมป์จึงเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่สามารถเพิ่มพูนความรู้กับสิ่งที่ชอบได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งเป็นการเปิดมุมมองและโลกทัศน์ใหม่ ๆ ให้ตนเอง ปัจจุบันที่บ้านมีแสตมป์มากมายหลายแบบ และจากหลายประเทศรวมกว่า 500 ดวง

นางสาวกุลยา บอกอย่างเชื่อมั่นว่า แม้ปัจจุบันโลกจะเปลี่ยนเป็นยุคดิจิทัล การส่งจดหมายส่วนตัวเพื่อสื่อสารกันลดลงมาก ส่งผลให้การใช้งานแสตมป์ลดลงไปด้วย แต่แสตมป์จะไม่สูญหายไปจากคนไทยแน่นอน หากยังได้รับการสนับสนุนจากคนไทยด้วยกันเอง จึงอยากเชิญชวนให้เยาวชนรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญกับแสตมป์หลักฐานทางการสื่อสารนี้มากขึ้น ผ่านการใช้งานหรือการสะสม เพราะการที่เรามีความชอบในสิ่งใดแล้วตั้งใจทำแม้จะเป็นเพียงงานอดิเรกก็จะพบประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้นมากมาย เช่นเดียวกับการสะสมแสตมป์สิ่งของสะสมเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยความหมาย ที่นอกจากผู้สะสมจะได้ชื่นชมภาพสวยงามฝีมือคนไทยแล้วยังจะช่วยให้ผู้สะสมเป็นผู้ใฝ่รู้ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะได้แสตมป์แต่ละดวงมาสะสม อีกทั้งช่วยให้เป็นคนที่ใจเย็น ละเอียดอ่อน เป็นระเบียบ และมีสมาธิเนื่องจากการลอกล้างแสตมป์ การหยิบจับ หรือการจัดเก็บต้องอาศัยความประณีต และต้องใช้เวลาพอสมควร

สำหรับผู้สนใจเรื่องราวของแสตมป์และต้องการหาซื้อแสตมป์ที่ระลึกหรือไปรษณียบัตรของไปรษณีย์ไทยสามารถเยี่ยมชมได้ ณ พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรทั้ง 8 แห่งทั่วประเทศ อาทิ นครราชสีมา ขอนแก่น เชียงใหม่ ภูเก็ต โดยในกรุงเทพฯ สามารถเข้าชมได้ที่ พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน (สถานีรถไฟฟ้าสะพานควาย) ที่เปิดให้บริการเยาวชนและประชาชนทั่วไปในวันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา 08.30 - 16.00 น. (ปิดจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

สอบถามเพิ่มเติม โทร 0 2271 2439, 0 2831 3722, 0 2831 3810 หรือเฟซบุ๊คThai Stamp Museumหรือ THP Contact Center 1545 เว็บไซต์ www.thailandpost.co.th


Latest Press Release

สัมผัสประสบการณ์ดินเนอร์แบบเอ็กซ์คลูซีฟท่ามกลางสวนสวยกับเชฟมิชลินสตาร์ เฮนริค อูล-แอนเดอร์เซน

ห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน นำเสนอเมนูเพื่อสุขภาพในรูปแบบมังสวิรัติ เปิดให้ลิ้มลองในวันพฤหัสบดีที่ 29 และวันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน ศกนี้ เชฟมิชลินสตาร์ เฮนริค อูล-แอนเดอร์เซน เชฟที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน...

กลับมาอีกครั้ง งานมหกรรมหนังสือนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย Big Bad Wolf Book Sale Chiang Mai 2561 ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นครั้งแรก!

งานนี้ได้รวมหนังสือภาษาอังกฤษคุณภาพใหม่เอี่ยมกว่าล้านเล่ม ด้วยราคาลดสูงสุด 50-90 % เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง วันที่ 9 ธันวาคม 2561 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากประสบความสำเร็จจากการจัดงาน Big Bad Wolf Book Sale...

ภาพข่าว: เอชเอสบีซีจับมือมูลนิธิ EDF ส่งเสริมศักยภาพ พัฒนาทักษะอนาคตนักเรียนไทยที่ด้อยโอกาส

นายเคลวิน แทน (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย และนายสรรเพชร นิลรัตน์ (ที่ 3 จากขวา) กรรมการมูลนิธิ EDF (มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา) ถ่ายภาพร่วมกับ (ซ้าย-ขวา) นางวรนันท์ สุทธปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด...

ภาพข่าว: เปิดจำหน่ายแว่นตาแบรนด์ดังระดับโลก FLAIR จากเยอรมนี สู่ประเทศไทยครั้งแรก โดย บริษัทอายลิ้งค์ วิชั่น จำกัด

ครั้งแรกในประเทศไทย : คุณประพันธ์ ผดุงเกียรติสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายลิ้งค์ วิชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายแว่นตาแบรนด์ดังระดับโลก พร้อมด้วย Mr. Sven Reib (มร.รีอิป) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดอกเตอร์ ยูเจน เน็ต จำกัด (Flair) และ คุณสาวิตรี...

เอชเอสบีซีจับมือมูลนิธิ EDF ส่งเสริมศักยภาพ พัฒนาทักษะอนาคตนักเรียนไทยที่ด้อยโอกาส

ธนาคารเอชเอสบีซี จับมือมูลนิธิ EDF (มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา) ประกาศเปิดตัวโครงการ "Bank on a Bright Career with HSBC" ระยะเวลา 1 ปี เริ่มธันวาคม 2561 เป็นต้นไป โดยเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการส่งเสริมโอกาสให้เยาวชนของธนาคารเอชเอสบีซี...

Related Topics