กระทรวงอุตสาหกรรมเยี่ยมสถานประกอบการโอปอย หนุนเศรษฐกิจฐานราก

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Monday September 19, 2016 11:11
กรุงเทพฯ--19 ก.ย.--กระทรวงอุตสาหกรรม

กระทรวงอุตสาหกรรมลงพื้นที่เยี่ยม 2 สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ OPOAIจังหวัดลำพูน – จังหวัดเชียงใหม่ หนุนเศรษฐกิจฐานรากสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรครบวงจร

กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (สปอ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม 2 สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ OPOAI ในภาคเหนือ ได้แก่ บริษัท ไทยอกริฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) สาขาลำพูน และบริษัท ศิริเรืองอำไพ จำกัด เพื่อติดตามผลการดำเนินโครงการฯ เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรที่อยู่ในโครงการฯ ให้สามารถบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ได้ทั้งตลาด ในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันเพื่อก้าวไปสู่อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรอย่างครบวงจร ซึ่งการลงพื้นที่เยี่ยม 2 สถานประกอบการนับว่ามีผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการเป็นที่น่าพอใจสามารถปรับปรุงคุณภาพการผลิตและพัฒนางานได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การลงพื้นที่เข้าเยี่ยมสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค (One Province One Agro-Industrial Product) OPOAI (โอปอย) เพื่อเป็นการติดตามผลการดำเนินงานจากการเข้าร่วมโครงการฯ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้มีการเติบโตที่ยั่งยืน โดยได้เข้าเยี่ยมสถานประกอบการในภาคเหนือประเภทกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร ทั้งผัก ผลไม้ และพืชไร่ ประกอบด้วย บริษัท ไทยอกริฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) สาขาลำพูน ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลเมืองจี้ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ประกอบธุรกิจผลิตลิ้นจี่ ลำไย ลูกชิดในน้ำเชื่อม หน่อไม้บรรจุกระป๋อง ข้าวโพดอ่อน ในลักษณะบรรจุถุงสุญญากาศจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ สถานประกอบการแห่งที่สองที่ได้เข้าเยี่ยม คือ บริษัท ศิริเรืองอำไพ จำกัด ตั้งอยู่ที่ตำบลตลาดขวัญ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องเทศ และสมุนไพร ในลักษณะคัดชั่ง และบรรจุถุง มีกลุ่มลูกค้าส่งให้ห้างแม็คโคร 90% จำหน่ายภายในประเทศ 5% และจำหน่ายต่างประเทศในสัดส่วน 5% ได้แก่ จีน อิสราเอล และไต้หวัน

ทั้งนี้จากการเข้าเยี่ยมสถานประกอบการทั้งสองแห่งพบว่า บริษัท ไทยอกริฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) สาขาลำพูน มีจุดอ่อนด้านความสูญเสียจากกระบวนการผลิต บุคลากรขาดความชำนาญ ยังไม่มีเทคนิคในการลดต้นทุน ขณะที่บริษัท ศิริเรืองอำไพ จำกัด มีจุดอ่อนเรื่องคลังสินค้าไม่มีการระบุตำแหน่งการจัดเก็บผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน ทำให้มีปัญหาเรื่องการจ่ายสินค้าไม่เป็นระบบ ไม่สามารถดำเนินการตามแผนการผลิตที่วางไว้ได้ เมื่อทีมที่ปรึกษาได้เข้าไป ให้คำปรึกษาเข้าไปให้คำปรึกษาก็พยายามปรับแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งผลที่ได้รับก็เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด และทางสถานประกอบการก็มีการต่อยอดการพัฒนาโดยใช้กับผลิตภัณฑ์อื่น ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ทั้ง 2 แห่ง

"การได้ลงพื้นที่เยี่ยมสถานประกอบการเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับผู้ประกอบการ SMEs ตระหนักถึงความสำคัญ และประโยชน์ที่จะได้รับจากการเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งสิ่งที่สถานประกอบการได้รับไม่ใช่แค่การลดต้นทุนในปีที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น สิ่งที่ได้ตามมาคือเรื่องของการบริหารจัดการที่เป็นระบบ อีกทั้งยังสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไป ต่อยอดในการพัฒนากับผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกด้วย นอกจากนี้ยังหวังว่า โอปอยจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะถักทอเชื่อมโยงเทคโนโลยีหลักที่ต้นน้ำ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมกลางน้ำ และสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ให้กับอุตสาหกรรมปลายน้ำสืบต่อไป" ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวทิ้งท้าย

นายภัทรวรรธน์ ปิลังโหลด ผู้จัดการโรงงาน บริษัท ไทยอกริฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) สาขาลำพูน กล่าวว่า จากการที่บริษัทได้เข้าร่วมโครงการโอปอยในปี 2559 ประเภทแผนงานที่ 2 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทำให้บริษัทมองเห็นจุดอ่อนภายในกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป คือ มีความสูญเสียจากกระบวนการผลิตสูงถึงร้อยละ 0.1472 และพนักงานยังขาดความรู้ ความชำนาญด้านการเพิ่มผลผลิต การตรวจวัดและวิเคราะห์ความสูญเสียจากปัจจัยต่างๆ

ทีมที่ปรึกษาของโครงการฯ คัดเลือกการเพิ่มผลผลิตด้วยการลดของเสียจากกระบวนการผลิตที่เป็น 1 ใน 7 คือ ผลิตภัณฑ์หน่อไม้ในน้ำเกลือบรรจุถุงขนาด 454 กรัม โดยเลือกทำการศึกษาและลดของเสียจาก "กระบวนการ seal ถุงสุญญากาศ" ผลลัพธ์ที่ได้พบว่าสามารถลดค่าการเกิดการสูญเสียจากปัญหาเศษติดชีล ลดปริมาณขยะจากการใช้ถุง และน้ำปรุงของหน่อไม้ในน้ำเกลือ จากเดิมร้อยละ 0.796 ลดลงเหลือ 0.018 คิดเป็นร้อยละ 97.74 หรือ ลดต้นทุนการผลิตเท่ากับ 230,127.06 บาท/ปี นอกจากนี้ทางสถานประกอบการยังนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดการพัฒนากับผลิตภัณฑ์บรรจุถุงสุญญากาศชนิดอื่น อีก 4 รายการ สามารถลดต้นทุนการผลิตเท่ากับ 1,019,567.00 ซึ่งรวมผลลัพธ์ที่ได้จากการดำเนินโครงการฯ ในขณะนี้ 1,249,694.06 บาท/ปี

นายภัทรวรรธน์ ปิลังโหลด กล่าวว่า "จากสภาวะเศรษฐกิจการส่งออกที่ชะลอตัวลง ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่จะต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงให้ทันกับสถานการณ์ โดยเฉพาะด้านต้นทุนการผลิตสินค้า ต้องขอขอบคุณทางกระทรวงอุตสาหกรรมที่ให้โอกาสทางบริษัทฯ เข้าร่วมโครงการโอปอย ซึ่งสามารถตอบโจทย์ และสอดคล้องกับนโยบาย กลยุทธ์ ความต้องการของภาคธุรกิจได้เป็นอย่างดี ตลอดจนสามารถยกระดับ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจแปรรูปการเกษตร ให้มีการเติบโตในระดับสากล อีกทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในก้าวสู่ ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมและรัฐบาลต่อไป"

ด้านนางอำไพ ศิริอนันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศิริเรืองอำไพ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องเทศ และสมุนไพรอบแห้งกล่าวว่า บริษัทได้เข้าร่วมโครงการโอปอยในปี 2559 ประเภทแผนงานที่ 3 การปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน พบว่าทางบริษัทมีจุดอ่อนเรื่องของคลังสินค้าสำเร็จรูปและสินค้ากึ่งสำเร็จรูป ไม่มีการระบุตำแหน่งการจัดเก็บผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน อีกทั้งปัญหาเรื่องวัตถุดิบไม่มีคุณภาพ และประเภทแผนงานที่ 5 การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ / ระบบมาตรฐานสากล

ทีมที่ปรึกษาของโครงการฯ ได้เข้ามาให้ความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการพัฒนาเพื่อปรับปรุงคุณภาพโดยมีการทดลองการทำงานเป็นทีมในการแก้ไขข้อบกพร่องแต่ละจุด สามารถลดต้นทุนลดความสูญเสีย คิดเป็นมูลค่า 365,981 บาท คิดเป็น 31.17% นอกจากนี้ด้รับการตรวจให้การรับรองมาตรฐาน HACCP จากหน่วยงาน Certified Body เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2559 ทำให้ทางบริษัทฯ มีโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคมีความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ คาดการณ์ว่า ในปี 2560-2564 จะมีมูลค่าการขายที่เพิ่มขึ้น 13,102,000.- รวมทั้ง 2 แผนงาน ทางบริษัทฯ สามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้รวม 13,467,981.00

นางอำไพ ศิริอนันต์ กล่าวว่า "เป็นโชคดีของทางบริษัทของเรามากๆ ที่ได้เข้าร่วมโครงการกับทางกระทรวงอุตสาหกรรม สิ่งที่เราได้รับ คือ แนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาองค์กร การปรับปรุงกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ การลดของเสียในกระบวนการผลิต ทำให้เพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจ รวมไปถึงความรู้จากการอบรมที่พนักงานได้รับ ยังช่วยพัฒนาองค์ความรู้ให้กับบุคลากรของเรา การทำกิจกรรม QCC แผนภูมิก้างปลา เครื่องมือคุณภาพต่างๆ เป็นสิ่งที่พนักงานได้รับไปแล้วนำไปใช้ต่อได้อีก"


Latest Press Release

มาร์ส เผยกลยุทธ์ใหม่ มุ่งส่งเสริมการผลิตโกโก้อย่างยั่งยืน

มาร์ส ริกลีย์ คอนเฟคชันเนอรี (Mars Wrigley Confectionery) ผู้ผลิตช็อกโกแลตมานานกว่า 100 ปี และเป็นหนึ่งในผู้ซื้อโกโก้รายใหญ่ของโลก ได้ประกาศกลยุทธ์ใหม่ในการยกเครื่องห่วงโซ่อุปทานโกโก้ กลยุทธ์ใหม่ในชื่อ "Cocoa for Generations"...

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้การต้อนรับสำนักการจราจรและขนส่ง(สจส.) เข้าเยี่ยมชมการก่อสร้างโครงการฯ

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2561 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยนายกิตติ เอกวัลลภ ผู้อำนวยการกองบริหารงานก่อสร้าง 5 และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานก่อสร้าง 2 พร้อมด้วยกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา PCGRN และ ผู้รับจ้างงานก่อสร้างโยธาสัญญาที่ 1...

แอดแมน 2018 ชี้ โฆษณาวันนี้ไม่ควรมีดีแค่ขายของ พร้อมกระตุ้นคนโฆษณาใส่ใจสร้างงานเพื่อสังคม

สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย แถลงข่าวจัดงาน แอดแมน อวอร์ดส แอนด์ ซิมโปเซียม 2018 (Adman Awards & Symposium 2018) งานประกวดและแสดงผลงานของคนในวงการโฆษณาและการสื่อสารการตลาด...

ส.อ.ท. พร้อมจัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2561 ECO Innovation Forum 2018 ภายใต้แนวคิด Toward the Smart Eco-City and Sustainable Urbanization หนุนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ชูนโยบายสนับสนุนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน (Sustainable Urbanization) เพื่อสร้างความมั่งคั่งและกระจายความมั่งคั่งไปยังภูมิภาคต่าง ๆ โดยใช้ศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาในแต่ละพื้นที่...

ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรียืนยันร่วมปาฐกถาในงาน Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 18 ที่กรุงเทพฯ

ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมทั้งผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจระดับโลกอีก 40 คน ยืนยันร่วมกล่าวปาฐกถาและร่วมพูดคุยบนเวทีในงาน Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 18 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ โรงแรม ดิ แอทธินีโฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น...

Related Topics