ฟอร์ติเน็ตเปิดตัวโอเอส FortiOS 6.2 เพื่อยกระดับแพลทฟอร์มความปลอดภัยไซเบอร์

ข่าวประชาสัมพันธ์ไอที อินเทอร์เน็ท Tuesday June 11, 2019 17:01
กรุงเทพฯ--11 มิ.ย.--Communication Arts

ฟอร์ติเน็ต (Fortinet(R) NASDAQ: FTNT) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบบูรณาการและอัตโนมัติประกาศเปิดตัวระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุด FortiOS 6.2 ในงาน Accelerate 19 ซึ่งเป็นงานประชุมลูกค้าและคู่ค้าระดับโลกจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ที่ฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งระบบปฏิบัติการ FortiOS 6.2 ช่วยพัฒนาวิวัฒนาการของซีเคียวริตี้แฟบริคทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่กว่า 300 รายการจากผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของฟอร์ติเน็ต สานต่อวิสัยทัศน์ของฟอร์ติเน็ตในยุคของ Security-driven network ที่ใช้ระบบความปลอดภัยเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเครือข่าย ตอบสนองความต้องการของเครือข่ายส่วนเอจ (Edge) ยุคใหม่และสภาพแวดล้อมแบบคลาวด์ในการเปลี่ยนสู่องค์กรดิจิทัล

นายเคน ซี ผู้ก่อตั้ง ประธานคณะกรรมการและซีอีโอแห่งฟอร์ติเน็ตได้กล่าวว่า "การปฏิรูประบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่องทำให้เครือข่ายส่วนเอจ - ไม่ใช่แค่คลาวด์ - มีความสำคัญมากขึ้นสำหรับการดำเนินธุรกิจ ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการรักษาความปลอดภัยให้กับพื้นผิวที่ล่อแหลมต่อการถูกโจมตีทางดิจิทัลที่ขยายพื้นที่มากขึ้นอันเป็นผลเนื่องมาจากการขยายตัวของการใช้อุปกรณ์ในส่วนเอจอย่างรวดเร็ว และเนื่องจากความสำเร็จของธุรกิจนั้นในปัจจุบันวัดกันด้วยความเร็วเป็นหน่วยไมโครวินาที องค์กรจึงไม่สามารถแลกประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วของเครือข่ายกับการป้องกันที่มองว่าอาจทำให้เกิดความล่าช้า ซึ่งอันที่จริงแล้ว ความปลอดภัยต้องเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจที่มีความเร็วสูงนั้นในทุกหนทุกแห่ง แม้กระทั่งส่วนเอจของเครือข่าย ในการบรรลุเป้าหมายนี้ องค์กรต้องประยุกต์ใช้วิธีการรักษาความปลอดภัยที่อยู่บนเครือข่ายผืนผ้าซีเคียวริตี้แฟบริค (Security Fabric) ให้ครอบคลุมเครือข่ายทั้งหมด ทั้งอุปกรณ์และแพลตฟอร์มความปลอดภัยที่แยกกันทำงาน จึงให้การป้องกันที่กว้างขวาง บูรณาการเป็นหนึงเดียว และทำงานได้อย่างอัตโนมัติแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นก็ตาม"

ฟอร์ติเน็ตช่วยแก้ไขความท้าทายสำคัญที่ลูกค้าเผชิญอยู่

มองเห็นพื้นผิวที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบดิจิทัลได้อย่างครอบคลุม: ฟอร์ติเน็ตขยายศักยภาพการมองเห็นให้กว้างไกลขึ้น ทำให้การปรับใช้และการจัดการง่ายขึ้นทั่วทั้งแพลทฟอร์มด้านความปลอดภัย ด้วยการผนวกรวมการทำงานที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างโซลูชั่นของฟอร์ติเน็ตและของพันธมิตรกว่า 70 ราย โดยโซลูชั่นเน็กซ์เจเนอเรชั่นไฟร์วอลล์ฟอร์ติเกต (FortiGate NGFW) และโซลูชั่นซีเคียวเอสดี-แวน (FortiGate Secure SD-WAN) ที่อยู่ในตัวของฟอร์ติเกตและพอร์ตโฟลิโอขนาดใหญ่ของแพลทฟอร์มคลาวด์ได้ถูกเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ๆ มากขึ้น อาทิ ความสามารถในการทำ Intense based segmentation เพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยในระบบเครือข่าย ลูกค้าสามารถเพิ่มความศักยภาพในการมองเห็นภัยคุกคามแบบใหม่ใน FortiOS 6.2 ด้วยการใช้บริการการป้องกันแบบ 360 Protection Service ของฟอร์ติเน็ตซึ่งได้รวมบริการระดับมืออาชีพอื่นๆ อยู่ด้วยแล้ว

ป้องกันและตรวจจับภัยคุกคามขั้นสูงแบบบูรณาการ: ฟอร์ติเน็ตยังคงเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ด้วยวิธีการยึดมั่นตามมาตรฐานอุตสาหกรรมล่าสุดเสมอ จัดบริการแบบเบ็ดเสร็จตามมาตรฐาน TLS 1.3 เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับทราฟฟิคทางอินเทอร์เน็ต รวมถึงใช้เทคโนโลยีในการใช้อุบายเหยื่อล่อภัยใหม่ๆ (Deception-based technologies) เพื่อรับมือกับภัยที่คุกคามเข้ามาในซีเคียวริตี้แฟบริคได้อย่างราบรื่นต่อเนื่องตั้งแต่เครือข่ายส่วนกลางไปจนถึงขอบและคลาวด์ ซึ่งฟอร์ติเน็ตมีเทคโนโลยี FortiDeceptor ที่สามารถให้การป้องกันที่ดีที่สุด ให้ความปลอดภัยในการเชื่อมโยงประเภทสาย สามารถตอบสนองกับมัลแวร์และผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาตที่ต้องการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในเครือข่ายได้อย่างอัตโนมัติ

ตอบสนองต่อภัยคุกคามอย่างอัตโนมัติ: ความสามารถในการผสานรวมและความสามารถด้านการทำงานอัตโนมัติขั้นสูงของซีเคียวริตี้แฟบริคช่วยให้ลูกค้าลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้วยศักยภาพการมองเห็นและการจัดการทุกโซลูชั่นที่อยู่ในซีเคียวริตี้แฟบริคบนหน้าจอเดียวกัน นอกจากนี้ ฟอร์ติเน็ตใช้ฟังก์ชั่นการเรียนรู้ระบบแบบอัตโนมัติและแมชชีนเลิ่ร์นนิ่ง (Automation and machine learning) ในการลดความซับซ้อนขยายขอบเขตการควบคุมและฟังก์ชั่นอัตโนมัติที่สำคัญอันที่จะช่วยให้สามารถตอบสนองภัยคุกคามได้อย่างความเร็ว และยิ่งไปกว่านั้น ฟอร์ติเน็ตใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษย์ (AI) จากศูนย์วิจัยด้านภัยคุกคาม (FortiGuard Labs) ที่จะช่วยวิเคราะห์ เพิ่มความเร็ว และความแม่นยำในการตรวจจับภัยคุกคามและการตอบสนองอัตโนมัติได้เป็นอย่างดี

รายละเอียดเพิ่มเติม:

ซีเคียวริตี้แฟบริคของฟอร์ติเน็ต (Fortinet Security Fabric) นำเสนอโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่ครอบคลุมมากที่สุดในอุตสาหกรรม ซึ่งมีอยู่ในหลายรูปแบบ และทำงานได้อย่างหลากหลายในแพลตฟอร์มที่กว้างที่สุด ทั้งนี้ การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบปฏิบัติการ FortiOS 6.2 ในครั้งนี้ จึงเป็นการขยายขีดความสามารถของผู้นำในอุตสาหกรรมด้านความปลอดภัยของฟอร์ติเน็ตซึ่งตั้งอยู่บนความมุ่งมั่นสร้างเกราะป้องกันจากภัยคุกคามขั้นสูงแบบ End-to-end ในขณะที่ช่วยลดความซับซ้อนอย่างเห็นได้ชัด ในการออกแบบ ติดตั้ง จัดการและปรับปรุงสถาปัตยกรรมระบบความปลอดภัยโดยหลักๆ มีรายละเอียดดังนี้

ระบบปฏิบัติการ FortiOS 6.2 ใหม่ ที่ขยายผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นในเครือข่ายผืนผ้าซีเคียวริตี้แฟบริคของฟอร์ติเน็ต ได้แก่:

o FortiADC (Application Delivery Controller) - ควบคุมการส่งแอปพลิเคชัน
o FortiToken – ตรวจสอบผู้ใช้และอุปกรณ์
o FortiCASB – เชื่อมโยงด้านความปลอดภัยในการเข้าถึงระบบคลาวด์สาธารณะ

o FortiDDoS (Distributed Denial of Service) - ป้องกันภัยคุกคามที่ก่อให้เกิดการปฏิเสธการให้บริการแบบกระจาย

o FortiNAC (Network Access Controller) - ควบคุมการเข้าถึงเครือข่าย

o VDOM (Virtual Domains) – โดเมนเสมือนที่สามารถทำการแยกส่วนการบริหารจัดการกับทราฟฟิค ด้วย Split-task VDOM Mode

ซีเคียวเอสดี-แวน (Secure SD-WAN)

ในปัจจุบันนี้ ความสามารถ SD-WAN ขั้นสูงของซีเคียวริตี้แฟบริคได้รวมฟังก์ชั่นและบริการ WAN ที่ยอดเยี่ยมที่สุดไว้เรียบร้อยแล้ว ความสามารถใหม่เหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานแอพพลิเคชั่นที่สำคัญทางธุรกิจโดยใช้การเชื่อมต่อที่คุ้มค่ากับสาขาขององค์กร ประโยชน์จากการใช้ซีเคียวเอสดี-แวน รวมถึง:

o การแก้ไขลิงก์ของ WAN โดยใช้การแก้ไขข้อผิดพลาดแบบ Forward Error Correction เพื่อจัดการการเชื่อมต่อ WAN ที่มีความผันผวนสำหรับแอปพลิเคชันที่ใช้การสื่อสารแบบรวมศูนย์เบ็ดเสร็จ

o การวัดแบนด์วิดท์ WAN แบบออนดีมานด์ได้ตามต้องการ

o ตัวควบคุมโอเวอร์เลย์ เพื่อจัดการปัญหาการเชื่อมต่อที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น

o สามารถรวมแบนด์วิดท์แบบโอเวอร์เลย์ที่แชร์ร่วมกันอยู่ระหว่างการเชื่อมต่อแบบมัลติเพิ้ล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานและขจัดปัญหาความล่าช้า

o การรับรู้แอปพลิเคชันความเร็วสูงเพื่อเร่งการส่งแพ็กเก็ต เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้งานปลายทางจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดและแอปพลิเคชันที่มีประสิทธิภาพสูงอยู่ตลอดเวลา

การรักษาความปลอดภัยสำหรับมัลติคลาวด์
  • ในขณะนี้ อุปกรณ์เน็กซ์เจเนอเรชั่นไฟร์วอลล์ฟอร์ติเกต (FortiGate NGFW) ของฟอร์ติเน็ตใช้ผสานรวมกับซอฟต์แวร์ Kubernetes ผ่าน FortiOS 6.2 Fabric Connectors เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับคอนเทนเนอร์ด้านความปลอดภัยแบบใหม่ๆ ทั้งนี้ ความสามารถเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าปกป้องทราฟฟิคที่รับส่งระหว่าง Data center กับ Location อื่นๆ เช่น Server ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตหรือ Data center อื่นๆ (North-South traffic) โดยกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยตามฉลากและข้อมูลประเภท Beta-data ของคอนเทนเนอร์และทรัพยากรบนคลาวด์ได้
  • ฟอร์ติเมล (FortiMail) จะรวมเข้ากับ O365 Exchange Online ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ข่าวกรองภัยคุกคามล่าสุดจากศูนย์วิจัย FortiGuard เพื่อป้องกันอีเมลที่รับส่งผ่าน O365 Exchange ได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ การรวมการทำงานนี้ไม่จำเป็นต้องมีการกำหนดตั้งค่าใหม่สำหรับเครือข่ายหรือโฟลว์การรับส่งจดหมาย แต่จะเชื่อมต่อโดยตรงกับ O365 API ได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้องค์กรมีการป้องกันภัยคุกคามขั้นสูงเพื่อให้มั่นใจว่าอีเมลของพวกเขาจะปลอดภัยดี
  • ฟอร์ติเกต –วีเอ็ม (FortiGate – VM) อุปกรณ์นี้ใช้ตัวประมวลผลที่ออกแบบมาให้ทำงานบนสถาปัตยกรรมด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะ เพื่อรองรับแอปพลิเคชันประสิทธิภาพสูงในระบบคลาวด์ ทั้งนี้ อุปกรณ์ฟอร์ติเกต –วีเอ็มเสมือนใช้ตัวประมวลผล SPU เสมือนใหม่ เรียกว่า vSPU จะยิ่งสามารถเร่งความเร็วในการทำงานในระบบคลาวด์ส่วนตัวและระบบคลาวด์สาธารณะ จึงช่วยให้ลูกค้าสามารถย้ายแอพพลิเคชั่นประสิทธิภาพสูงไปยังคลาวด์ได้อย่างมั่นใจ ทั้งนี้ จากการใช้ตัวประมวลผล vSPU เสมือนใหม่นี้ ส่งผลให้ฟอร์ติเกต –วีเอ็มยังคงเป็นรายแรกในตลาดที่มีสถาปัตยกรรมที่รองรับเทคโนโลยีเสมือนที่มีประสิทธิภาพสูงได้ เช่น AWS, อินสแตนซ์ประเภท C5n Instance, Intel QAT, Oracle Native Acceleration และอื่นๆ
เปิดระบบนิเวศแบบเปิด

FortiOS 6.2 จะช่วยเพิ่มศักยภาพการมองเห็นและการจัดการบนจอเดียว ซึ่งสามารถเห็นและจัดการชุดผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยของฟอร์ติเน็ตที่ป้อนสู่ตลาดเพิ่มออกมาตลอดเวลา รวมถึงโซลูชั่นของผู้ให้บริการรายอื่นๆ จากกลุ่มพันธมิตร Fortinet Fabric-Ready Partner และอุปกรณ์ตัวเชื่อมต่อ ทั้งนี้ การรวมความศักยภาพด้านการป้องกันความปลอดภัยใหม่ๆ และฟังก์ชั่นการทำงานอัตโนมัติผ่านระบบนิเวศเปิดของซีเคียวริตี้แฟบริคนี้ช่วยให้มี:

  • การประเมินและตอบสนองภัยคุกคามเป็นไปเป็นแบบอัตโนมัติ
  • การรับรองในการปฏิบัติตามกฎระเบียบผ่านการวิเคราะห์การจัดอันดับความเสี่ยงขั้นสูงนั้นเป็นไปตามมาตรฐานต่างๆ ของอุตสาหกรรม
ระบบที่ทำงานแบบอัตโนมัติและการประสานกันทำงาน

FortiOS 6.2 ช่วยขยายระบบให้สามารถทำงานและการประสานกันทำงานรวมถึงการโต้ตอบภัยได้เป็นแบบอัตโนมัติทั่วทั้งซีเคียวริตี้แฟบริค โดยการใช้อุปกรณ์ฟอร์ติแมเนเจอร์ (FortiManager) และฟอร์ติอนาไลเซอร์ (FortiAnalyzer) ซึ่งสามารถมอบประโยชน์แก่ลูกค้าดังนี้:

  • การประสานกันทำงานบนจอเดียวกัน: ซึ่งลูกค้าสามารถทำการจัดเตรียมและการจัดการการกำหนดค่าได้ทั่วทั้งผืนผ้าซีเคียวริตี้แฟบริค โดยการพัฒนาฟีเจอร์การทำงานที่สำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งค่าเบื้องต้นจากศูนย์กลางได้โดยอัตโนมัติ (Zero-Touch Provisioning) สำหรับอุปกรณ์ฟอร์ติเกต (FortiGates), ฟอร์ติสวิชต์ (FortiSwitch), ฟอร์ติเอพี (FortiAPs), ซีเคียวเอสดี-แวน (Secure SD-WAN) และอุปกรณ์ตัวเชื่อมต่อ (Fabric Connectors) ที่ใช้ในการเชื่อมต่อระบบคลาวด์และการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น เพิ่มความเร็ว ลดความผิดพลาดและภาระของเจ้าหน้าทีด้านไอที
  • การทำงานอัตโนมัติ: จัดการกระบวนการทำงานแบบ Manual และที่ใช้เวลานานให้เป็นแบบอัตโนมัติตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อลดความซับซ้อนน้อยลง ซึ่งรวมถึงการสแกนประวัติ IOC ที่ใช้ในการค้นหาการคุกคามและไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ / แดชบอร์ด SOC สำหรับการวิเคราะห์เหตุการณ์และการคัดแยกภัยคุกคาม
  • การตอบสนอง: จัดการรวมข้อมูลสินทรัพย์และข้อมูลประจำตัวเข้าด้วยกันเพื่อการตรวจจับภัยคุกคามและหาความเกี่ยวข้องกัน รวมถึงการแก้ไขที่รวดเร็ว และจัดการรวมข้อมูลเข้ากับ Scripts, Webhooks, ServiceNow และอื่นๆ อีกมากมายเพื่อให้แก้ไขเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
ความปลอดภัยที่ใช้เทคโนโลยี AI
  • ศูนย์ FortiGuard Labs ได้พัฒนาระบบตรวจจับและวิเคราะห์ภัยคุกคามเป็นเครือข่าย "FortiGuard AI" ซึ่งเครือข่ายอัจฉริยะนี้จะประกอบด้วยโหนดเชื่อมต่อมากกว่า 9 พันล้านแห่ง ซึ่งไม่เพียงแต่จะตรวจจับและจัดประเภทภัยคุกคามด้วยความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อนแล้ว แต่ยังจะสร้างฟีดข่าวกรองภัยคุกคามที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งโซลูชั่นประเภทต่างๆ ของฟอร์ติเน็ตจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างแข็งขัน
  • ระบบตรวจจับภัยคุกคามบน AI ของ FortiGuard Labs จะสนับสนุนเทคโนโลยีการตรวจจับการละเมิดขั้นสูงแบบใหม่และได้รวมฟีเจอร์การทำงานนี้ลงไปในอุปกรณ์ FortiGate NGFW, FortiWeb, FortiMail, FortiClient, FortiSandbox และ FortiSIEM เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้เพื่อเร่งการตรวจจับภัยคุกคามและการตอบสนองให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • การประสานการทำงานแบบอัตโนมัตินี้ จะใช้ประโยชน์จากข้อมูลอัจฉริยะจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงข่าวกรองภัยคุกคามที่ปรับปรุงคุณภาพข่าวด้วยเทคโนโลยี AI ของ FortiGuard Labs ฟีดข่าวภัยคุกคามของผู้ให้บริการรายอื่นๆจากกลุ่มพันธมิตรและหน่วยข่าวกรองภัยคุกคามท้องถิ่นที่ส่งผ่านซีเคียวริตี้แฟบริค นอกจากนี้ ระบบยังใช้อุปกรณ์ FortiSIEM เพื่อบังคับให้มีการดำเนินการตอบสนองต่อการตรวจจับภัยที่วิเคราะห์ตามพฤติกรรม (User Entity Behavior Analytics: UEBA) ด้วย AI ลูกค้าจึงสามารถมั่นใจในคุณภาพในการตรวจจับภัยของฟอร์ติเน็ต

"เราเลือกที่จะปกป้องเครือข่ายของเราด้วยซีเคียวริตี้แฟบริคของฟอร์ติเน็ต ซึ่งรวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ FortiGate NGFW, FortiMail, FortiSIEM, FortiWeb, FortiClient, FortiSandbox, FortiManager และ FortiAnalyzer ซึ่งส่งผลให้สถาบันเทคโนโลยีการบินและอวกาศแห่งชาติ (The Institute of Aerospace Technology: INTA) สามารถมองเห็นลึกลงไปในแต่ละส่วนของเครือข่ายและอุปกรณ์ได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่า จะเป็นในสถานที่ใดหรือในระบบคลาวด์ เราได้เห็นแล้วว่า การปฏิบัติงานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นและจัดการได้ง่ายขึ้นเนื่องจากสถาปัตยกรรมความปลอดภัยของเราได้รับการปรับใช้จากจอคอนโซลเดียวกันได้ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่า ซีเคียวริตี้แฟบริค มีการขยาย อันรวม FortiOS 6.2 เพื่อให้การป้องกันภัยคุกคามขั้นสูงแบบ End-to-end บนพื้นผิวการโจมตีได้ทั้งหมด" นายเฮอซุส การ์ริโด แอนโตนิโอ ซีไอโอและผู้อำนวยการ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่สถาบันเทคโนโลยีการบินและอวกาศแห่งชาติกล่าว

"สภาพแวดล้อมความปลอดภัยของวันนี้ต้องการการมองเห็นที่กว้างขวางไปบนพื้นผิวที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบดิจิทัลทั้งหมด เมื่อรวมกับบริการประเภท Managed Services การสนับสนุนและความเชี่ยวชาญที่ครบถ้วนของไดแมนชั่น ดาต้า จึงทำให้ฟอร์ติเน็ตและไดแมนชั่น ดาต้าสามารถเสนอโซลูชั่นความปลอดภัยคุณภาพสูงในราคาประหยัด สามารถจัดมอบการป้องกันและการจัดการภัยคุกคามแบบมัลติเลเยอร์ มีความยืดหยุ่นในการปรับให้เข้ากับธุรกิจของลูกค้าได้" นายโจชัว ไนท์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป หน่วยงานความปลอดภัยไซเบอร์ ที่ไดแมนชั่น ดาต้ากล่าว

"องค์กรต่างๆ กำลังมองหาวิธีที่จะทำให้เครือข่ายทำงานซับซ้อนน้อยลงกว่าในทุกวันนี้ ซึ่ง วิธีการบริหารผ่านหน้าจอเดียวของฟอร์ติเน็ต ในการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงแบบ End-to-end ผ่านผืนผ้าเคียวริตี้แฟบริคนั้น สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ด้วยความก้าวหน้าที่ประกาศในวันนี้พร้อม FortiOS 6.2 จึงทำให้ฟอร์ติเน็ตสามารถรักษาความปลอดภัยให้กับลูกค้าได้อย่างแข็งแกร่งและง่ายขึ้น" – กล่าวโดยนายซิอุส เคราวาล่า นักวิเคราะห์หลักของสถาบัน ZK Research


Latest Press Release

เทคโนโลยีด้านการบริหารบุคลากรที่ทันสมัย ช่วยขจัดอคติ และสร้างความเท่าเทียมกันให้แก่บุคลากรที่หลากหลาย

การบริหารบุคลากรที่มีความหลากหลายและไม่เลือกปฏิบัติทวีความสำคัญมากขึ้นเพราะการแข่งขันด้านต่างๆ ขององค์กร เช่น ความต้องการบุคลากรที่มีความสามารถ ความต้องการฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้น และการแข่งขันกันเพื่อครองส่วนแบ่งทางการตลาด ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว...

มธบ.จัดเสวนาติดอาวุธความรู้ด้านเงินดิจิทัลและบล็อกเชน เชิญกูรูร่วมแชร์ไอเดีย เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสของธุรกิจ?

เทคโนโลยีที่มีพัฒนาการอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องส่งผลให้วิถีชีวิต องค์กรธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม แม้กระทั่งภาครัฐถูกดิสรัปต์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกภาคส่วนจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงและนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะ...

เมโทรซิสเต็มส์ฯ จัดงานสัมนา MSC Open House for Japanese Customer เปิดบ้านแนะนำโซลูชั่นกับกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่น

บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมนา "MSC Open House for Japanese Customer" ในวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 โดยนายวีรพันธุ์ ดุรงค์แสงค์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจดิจิตอลโซลูชั่น (DSG)...

หัวเว่ยตั้งเป้าประสบความสำเร็จด้านเทคโนโลยี AI

มร. เหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติจีน กล่าวว่า หัวเว่ยหวังที่จะพัฒนาไปไกลกว่า 5G และเล็งที่อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) มร. เหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของหัวเว่ย กล่าวในระหว่างการประชุมภายในว่า "5G...

ฟูจิ ซีร็อกซ์ เปิดตัวเครื่องพิมพ์สี A3 ระดับไฮเอนด์ รองรับการใช้งานในออฟฟิศและงานพิมพ์ออนดีมานด์ พิมพ์โปสการ์ดได้เร็วขึ้น

บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวเครื่องพิมพ์สี A3 รุ่น DocuPrint C5155 d (50 ppm)หมายเหตุ1 รองรับการพิมพ์โปสการ์ดและงานพิมพ์ตามยอดสั่งจำนวนน้อยหรืองานพิมพ์ออนดีมานด์ (print-on-demand) ในสำนักงาน โดยมีการปรับปรุงความเร็วในการพิมพ์ DocuPrint...

Related Topics