'มิชลิน' จับมือ 'ไพโรเวฟ' ร่วมยกระดับ นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการรีไซเคิลขยะพลาสติกสู่ภาค

ข่าวประชาสัมพันธ์ไอที อินเทอร์เน็ท Friday November 20, 2020 15:11
กรุงเทพฯ--20 พ.ย.--มิชลิน

กลุ่มมิชลินและบริษัทสัญชาติแคนาดา 'ไพโรเวฟ' (Pyrowave) ผสานพลังเพื่อเร่งขับเคลื่อน

นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการรีไซเคิลขยะพลาสติกออกสู่ตลาดให้เร็วขึ้น

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันเทคโนโลยีดังกล่าวเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างเร่งด่วนเทคโนโลยีนี้มุ่งเพิ่มสัดส่วนการใช้วัสดุที่ยั่งยืน ทั้งในการผลิตยางล้อของมิชลินและใน

อุตสาหกรรมอื่นๆ
นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการรีไซเคิลขยะพลาสติกสู่ภาคอุตสาหกรรม

'ไพโรเวฟ' ผู้บุกเบิกการใช้ไฟฟ้าในกระบวนการทางเคมีและการรีไซเคิลพลาสติก และ 'มิชลิน' ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการสัญจรอย่างยั่งยืน ตกลงใจร่วมกันยกระดับนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการรีไซเคิลขยะพลาสติกสู่ภาคอุตสาหกรรม

ไพโรเวฟ บริษัทสัญชาติแคนาดา ได้ประกาศการทำข้อตกลงร่วมพัฒนากับกลุ่มมิชลิน ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่ ไพโรเวฟ พัฒนาขึ้นช่วยให้เกิดความเป็นไปได้ที่จะผลิตสไตรีนรีไซเคิล (Recycled Styrene) จากพลาสติกที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ แผ่นฉนวนกันความร้อน และ/หรือเครื่องใช้ในครัวเรือนต่างๆ สไตรีนที่ได้จากการรีไซเคิลนี้เป็น'โมโนเมอร์' (Monomer) ที่สำคัญชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้ในการผลิตโพลีสไตรีน (Polystyrene) และยางสังเคราะห์สำหรับยางล้อและสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมาก

ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยี ไพโรเวฟ ช่วยให้สามารถรีไซเคิลพลาสติกด้วยการใช้คลื่นไมโครเวฟ เทคโนโลยีนี้แตกต่างจากกระบวนการทางความร้อน (Thermal Process) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพราะช่วยรีไซเคิลขยะพลาสติกให้กลายเป็นวัตถุดิบคุณภาพสูงด้วยการใช้กระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นรูปแบบพลังงานที่ปัจจุบันมีศักยภาพในการกำจัดคาร์บอนได้สูงสุด นอกจากเทคโนโลยีดังกล่าวจะมีความเที่ยงตรงกว่าเทคโนโลยีทั่วไปแล้ว ยังให้ผลผลิตในปริมาณสูงกว่าซึ่งสามารถนำมาใช้แทนวัตถุดิบตั้งต้นจากน้ำมันหรือก๊าซ

ข้อตกลงร่วมพัฒนาระหว่าง มิชลิน และ ไพโรเวฟ ครั้งนี้จะส่งผลต่อการนำห่วงโซ่คุณค่าใหม่ๆ ไปใช้ในระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนด้านพลาสติก ส่งผลให้เกิดความเป็นไปได้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่หรือการผลิตสินค้าใหม่ๆ จากพลาสติกรีไซเคิลในภาคยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือยางล้อ

พัฒนาชุดสาธิตทางอุตสาหกรรมภายในปี 2566

มิชลิน และ ไพโรเวฟ จะทำงานร่วมกันตลอดระยะเวลาหลายเดือนข้างหน้าเพื่อผลักดันเทคโนโลยี ไพโรเวฟ เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายที่จะได้รับใบรับรองและเปิดตัวทำตลาดเชิงพาณิชย์ในตลาดต่างๆ ทั่วโลก ข้อตกลงการร่วมพัฒนานี้ซึ่งใช้งบลงทุนทั้งสิ้นมากกว่า 20 ล้านยูโร จะผสานความเชี่ยวชาญของ ไพโรเวฟ เข้ากับทักษะความชำนาญทางอุตสาหกรรมของมิชลิน

เพื่อผลักดันให้การตรวจสอบยืนยันเทคโนโลยีดังกล่าวและการออกใบรับรองผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ทีมงานด้านเทคนิคของมิชลินจะทำงานร่วมกับทีมงานด้านเทคนิคของ ไพโรเวฟ เพื่อพัฒนาชุดสาธิตทางอุตสาหกรรมขึ้นภายในปี 2566 โดยมิชลินจะเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนและดำเนินการทดลองชุดสาธิตดังกล่าว ทั้งนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวจะเป็นไปตามมาตรฐานขั้นสูงสุดที่กลุ่มมิชลินกำหนดในด้านความปลอดภัย การดำเนินงาน และสมรรถนะ

มุ่งเพิ่มสัดส่วนการใช้วัสดุที่ยั่งยืน ทั้งในการผลิตยางล้อของมิชลินและในอุตสาหกรรมอื่นๆ

หลังจากประเมินผลมาเป็นเวลา 1 ปี มิชลินไม่เพียงได้เห็นภาพการทำงานของกระบวนการรีไซเคิลดังกล่าว แต่ยังได้ทดลองนำตัวอย่างสไตรีนที่ได้จากการรีไซเคิลมาใช้เป็นองค์ประกอบของยางมิชลิน กระบวนการผลิตโพลีเมอร์ขึ้นมาใหม่นี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของกลุ่มมิชลินและเป้าหมายในการผลิตสินค้าที่ยั่งยืน

โซเนีย อาร์ติเนียน-เฟรดู (Sonia Artinian-Fredou) รองประธานบริหาร ฝ่ายบริการพร้อมโซลูชั่นและวัสดุไฮเทค ของกลุ่มมิชลิน เปิดเผยว่า "การร่วมพันธมิตรครั้งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่ยั่งยืนของกลุ่มมิชลิน ซึ่งมีเป้าหมายที่จะผลิตยางล้อด้วยวัสดุที่มีความยั่งยืนมากขึ้นและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในช่องทางการรีไซเคิลต่างๆ ทั้งนี้ เราเชื่อในศักยภาพของเทคโนโลยีไพโรเวฟและมีวิสัยทัศน์สอดคล้องกันในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น"

โจเซลีน ดูเซต์ (Jocelyn Doucet) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร ไพโรเวฟ กล่าวว่า "การร่วมพันธมิตรครั้งนี้เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นยกระดับเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม โดยอาศัยความชำนาญและความแข็งแกร่งทางเทคนิคของกลุ่มมิชลิน อีกทั้งพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความน่าสนใจและศักยภาพของการใช้ไฟฟ้าในกระบวนการทางเคมี…ทั้งในเชิงสิ่งแวดล้อมและเชิงพาณิชย์…สำหรับผู้ที่ต้องการมีบทบาทด้านห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก การร่วมพันธมิตรกับมิชลินส่งผลให้เราอยู่ในจุดที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเพื่อทำให้เกิดวัสดุแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน"

กี่ยวกับไพโรเวฟ

ไพโรเวฟ เป็นผู้บุกเบิกการใช้ไฟฟ้าในกระบวนการทางเคมีด้วยคลื่นไมโครเวฟที่มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ "คาร์บอนฟุตฟริ้นท์" ต่ำ ทั้งยังเป็นผู้นำในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนด้านพลาสติกและการรีไซเคิลทางเคมีด้วยคลื่นไมโครเวฟ เพื่อให้สามารถนำพลาสติกที่ผ่านการบริโภคและการใช้งานทางอุตสาหกรรมกลับมาทำให้เป็นพลาสติกใหม่ ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด แพลทฟอร์มเทคโนโลยีการแปลงสภาพโพลีเมอร์ให้กลับคืนสู่สภาพดั้งเดิมเชิงเร่งปฏิกิริยาด้วยคลื่นไมโครเวฟพลังสูง (High-Power Microwave Catalytic Depolymerization Technology Platform) ซึ่งเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของไพโรเวฟ เป็นความก้าวหน้าขั้นสูงสุดในระดับโลก และปัจจุบันยังเป็นนวัตกรรมแถวหน้าในวงการพลาสติกยุคใหม่ การที่เทคโนโลยีไพโรเวฟสามารถแปรรูปพลาสติกให้กลับคืนอยู่ในรูปโมเลกุลเหมือนกับวัสดุตั้งต้น ทำให้การรีไซเคิลพลาสติกเป็นไปได้อย่างไม่สิ้นสุด ทั้งยังเป็นโซลูชั่นด้านระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ตอบโจทย์ความท้าทายระดับโลกในเรื่องการรีไซเคิลพลาสติกอีกด้วย

เกี่ยวกับมิชลิน

มิชลิน ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยางรถยนต์ มุ่งมั่นส่งเสริมการสัญจรของลูกค้าอย่างยั่งยืน ออกแบบและจัดจำหน่ายยางที่เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด ตลอดจนให้บริการและโซลูชั่นที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งครอบคลุมการให้บริการทางดิจิทัล การจัดทำคู่มือและแผนที่สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร รวมถึงการพัฒนาวัสดุทางเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมการสัญจร กลุ่มมิชลินมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองแกลร์มง-แฟร็องประเทศฝรั่งเศส และมีสำนักงานสาขาอยู่ใน 170 ประเทศ โดยมีพนักงาน 127,000 คนทั่วโลก และมีโรงงานผลิตยาง 69 แห่ง ซึ่งผลิตยางรวมกันได้สูงถึง 200 ล้านเส้นในปี 2562

การลงนามร่วมเป็นพันธมิตรระหว่าง มิชลิน และ ไพโรเวฟ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563

(ภาพจากซ้ายไปขวา)

โซเนีย อาร์ติเนียน-เฟรดู (Sonia Artinian-Fredou) รองประธานบริหาร ฝ่ายบริการพร้อมโซลูชั่น และวัสดุไฮเทค ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารกลุ่มมิชลินโจเซลีน ดูเซต์ (Jocelyn Doucet) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร ไพโรเวฟเอริค ฟิลิปป์ ไวเนสส์ (Eric Philippe Vinesse) รองประธานบริหาร ฝ่ายวิจัยและพัฒนา ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารกลุ่มมิชลิน

อุปกรณ์ไพโรเวฟ

Latest Press Release

Fitbit OS 5.1 เฟิร์มแวร์ใหม่ล่าสุดที่ช่วยอัพเกรดความสามารถในการดูแลสุขภาพ พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ให้ผู้ใช้ Fitbit Sense และ Versa 3 สะดวกสบายยิ่งขึ้น

เพิ่มวีธีแทรค SpO2 ที่หลากหลายยิ่งขึ้น รองรับการสั่งงานด้วยเสียงให้สามารถโต้ตอบโดยใช้เสียงได้ผ่าน Alexa รวมไปถึงรองรับการโทรศัพท์ผ่านบลูทูธ Fitbit (NYSE: FIT) เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดซอฟท์แวร์ OS 5.1 ได้แล้ว...

ใคร ๆ ก็อยากใช้ "โทร+เน็ต" ลื่นปรู๊ดปร๊าด FINN MOBILE แนะ 6 แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพสัญญาณมือถือ ทำเองง่าย ๆ ไม่ง้อ Call Center

ตอนนี้ใคร ๆ ก็ Live ก็ Share ผ่านเน็ต นอกเหนือไปจากจะพูดคุยเมาท์มอยหากันผ่านแอปหรือแพลตฟอร์มสื่อสารต่าง ๆ มากขึ้น ที่คุ้นและเป็นที่นิยมก็มี Facebook Messenger, LINE Call, FaceTime ใน iPhone และอีกมากมายหลายแอป...

ซุปเปอร์แนป (ประเทศไทย) ลงนามความร่วมมือกับ eASPNet (ไต้หวัน) ตอบรับโอกาสการเติบโต ด้านความต้องการคลาวด์คอมพิวติ้งในอาเซียน

คลาวด์คอมพิวติ้งกำลังเติบโตอย่างน่าจับตา โดยผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าประมาณการรายได้ในตลาดคลาวด์คอมพิวติ้งในอาเซียนจะสูงถึง 30.32 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568 จึงเป็นเหตุผลสำคัญสำหรับ ซุปเปอร์แนป (ประเทศไทย)...

ครั้งแรกในอาเซียน! CAT จับมือ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) เปิดให้บริการ AWS Outposts ชูโซลูชันไฮบริดคลาวด์ครบวงจรเต็มรูปแบบ

CAT พลิกโฉมวงการไอทีประเทศไทย จับมือพาร์ทเนอร์คลาวด์ระดับโลก อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) เปิดตัวโซลูชัน CAT Cloud powered by AWS พร้อมบริการ AWS Outposts ไฮบริดคลาวด์เต็มรูปแบบรายแรกในอาเซียน เชื่อมตรงบริการ AWS แบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One-Stop...

'JOOX' จับมือ 'GARMIN' ปลดล็อความสนุกเพิ่มช่องทางการฟังเพลงระหว่างออกกำลังกาย

เอาใจผู้บริโภคกันไม่หยุด! นาทีนี้ต้องยกให้ JOOX แอปคอมมูนิตี้สำหรับคนรักเสียงเพลงอันดับ 1 ที่ไม่เพียงจัดโปรเจกต์พิเศษส่งตรงความบันเทิงตลอดปี 63 ล่าสุดแม่ทัพใหญ่ JOOX ประเทศไทย นายกฤตธี มโนลีหกุล จับมือ GARMIN แบรนด์สมาร์ทวอทช์ระดับโลก...

Related Topics