แสนสิริเผยแผนธุรกิจปี 61 ก้าวแกร่งครั้งใหญ่สู่ Tomorrow is Unfolded ทุบทุกสถิติ New High ทั้งเป้ายอดขายและมูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่ เปิดตัว 31 โครงการ มูลค่าถึง 63,200 ลบ. ตั้งเป้ายอดขาย 45,000 ลบ.

ข่าวประชาสัมพันธ์อสังหาริมทรัพย์ Monday January 29, 2018 16:48
กรุงเทพฯ--29 ม.ค.--โอกิลวี่ พับลิค รีเลชั่นส์

แสนสิริ เผยแผนรุกธุรกิจครั้งสำคัญปี 2561 ก้าวแกร่งสู่โรดแมพการดำเนินธุรกิจ "Tomorrow is Unfolded" ภายใต้ 7 กุญแจสำคัญ ได้แก่ รุกกว้างตลาดต่างชาติ – ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำทั้งไทยและระดับโลก – ลุยตลาดทาวน์เฮาส์ – เปิดตัว Condo รูปแบบใหม่เพื่อสร้างประสบการณ์ฉีกจากกฎเกณฑ์เดิมๆ - รุกพัฒนา Digital Transformation ในทุกด้านต่อยอดความสำเร็จ – เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรด้วยวิธีการทำงานแบบ Agile เพื่อการเติบโตแบบก้าวกระโดด และมุ่งผลักดันวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงในทุกมิติ พร้อมแผนเปิดโครงการใหม่รวม 31 โครงการ มูลค่ารวม 63,200 ล้านบาท รุกตั้งเป้าพรีเซลล์ 45,000 ล้านบาททุบทุกสถิติ New High นอกจากนี้ยังเผยผลประกอบการปี 2560 ที่แข็งแกร่งน่าพอใจ จากยอดพรีเซลล์ 38,600 ล้านบาท เติบโต 24% จากปี 2559

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า "จากการดำเนินงานตามแนวคิด Journey for Tomorrow ที่มุ่งเน้นการปฏิวัติองค์กรอย่างรอบด้านในปีที่ผ่านมา ทำให้ก้าวแรกของ Journey ของเราประสบความสำเร็จทั้งในด้านยอดขายและรายได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการรุกตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง และมีความพร้อมความแข็งแกร่งที่จะเติบโตต่อเนื่องในปี 2561"

ความสำเร็จที่สำคัญในปีที่ผ่านมา ได้แก่ การเปิดตัวโครงการทั้งสิ้น 14 โครงการรวมมูลค่า 37,200 ล้านบาท และทำยอดพรีเซลล์สูงถึง 38,600 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 24% จากปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากการทำการตลาดครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์ รวมทั้งยังประสบความสำเร็จจากการขยายฐานลูกค้าได้อย่างครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดรวมทั้งในกลุ่มลูกค้าไทยและกลุ่มลูกค้าต่างชาติ นอกจากนี้ การทยอยเปิดโครงการใหม่ตลอดทั้งปียังทำให้ แสนสิริมีรายได้กระจายต่อเนื่องตลอดทั้งปี สร้างความแข็งแกร่งทางด้านการเงินเป็นอย่างมากอีกด้วย

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้แสนสิริมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งประกอบด้วย 6 ประการ คือ

1. ตอกย้ำความสำเร็จจากตลาดต่างชาติและครองความเป็นผู้นำอันดับ 1 ของอสังหาฯ ไทย ในกลุ่มลูกค้าต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง จากการรุกการทำการตลาดอย่างจริงจัง โดยแสนสิริสามารถทำยอดขายตลาดต่างชาติในปี 2560 ได้ถึง 9,300 ล้านบาท เกินจากเป้ายอดขายที่วางไว้ 7,500 ล้านบาท และเติบโตขึ้นถึง 72% เมื่อเทียบจากปี 2559

2. การสานต่อการร่วมทุนกับพันธมิตร ทั้งกลุ่มบีทีเอส และโตคิวกรุ๊ป โดยในปี 2560 มีโครงการที่เปิดใหม่ทั้งหมด 4 โครงการรวมมูลค่า 14,100 ล้านบาท ได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะโครงการ เดอะ ไลน์ สาทร ที่สามารถปิดการขายได้ทันที หลังเปิดขาย online booking ในวันแรก

3. ความสำเร็จจากการขยายฐานลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด ซึ่งสามารถปิดการขายได้ 100% ในทั้ง 13 โครงการที่เปิดตัว รวมมูลค่าโครงการ 18,330 ล้านบาท เติบโตขึ้น 8,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 36% จากปี 2559

4. ประสบความสำเร็จในการขายโครงการที่อยู่อาศัยทุกแบรนด์ ตั้งแต่โครงการบ้านเดี่ยวแบรนด์ เศรษฐสิริ บุราสิริ และ คณาสิริ โครงการคอนโดมิเนียมทุกโครงการ ได้แก่ แฟลกชิพคอนโดมิเนียม 98 Wireless, เดอะไลน์, เดอะ เบส คอนโดมิเนียมแบรนด์ เฮ้าส์ และดี คอนโด

5. การเปิดประตูสู่การลงทุนในต่างประเทศรวมมูลค่า 80 ล้านดอลล่าร์ หรือประมาณ 2,650 ล้านบาท ใน 6 บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ ได้แก่ The Standard, One Night, JustCo, Hostmaker, Monocle และ Farmshelf

6. การพัฒนาด้าน Digital Transformation ใน 2 ด้าน คือ
  • การเปิดตัว "สิริ เวนเจอร์ส" (SIRI VENTURES) บริษัทร่วมทุนกับธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อผลักดัน Property Technology อย่างเต็มรูปแบบ
  • Siri LifeTech ที่มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ครบครันและสะดวกสบายในทุกมิติ ได้แก่ Sansiri Home Service Application, AI Box, SAN:DEE Delivery Robot, Sansiri AI Box, Smart Move, Farmshelf และ Samitivej@Home

"ในปี 2561 เราเห็นเทรนด์สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยจะส่งสัญญาณที่ดีให้กับตลาดอสังหาฯ ผู้บริโภคมีไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับประสบการณ์แปลกใหม่ sharing economy trend มีผลต่อการใช้ชีวิตต่างจากรูปแบบเดิมๆ และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีจะก่อให้เกิดทั้งโอกาสใหม่ๆและการ disruption ต่อหลายธุรกิจ ใครที่สามารถปรับตัว นำเสนอสิ่งที่โดนใจลูกค้าได้ก่อน และเป็นผู้กำหนด trend จะเป็นผู้ชนะในการทำธุรกิจ เราเชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้จะกระตุ้นการขยายตัวของตลาดและเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภค ดังนั้นในปีนี้เราจึงมุ่งนำเสนอโครงการรวมถึงการบริการที่หลากหลาย สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ ให้สอดรับกับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และต่างประเทศ ที่สำคัญคือการสานต่อการเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศทั้งรายใหม่และเก่า" นายอุทัย กล่าว

สำหรับแนวทางสำคัญในการดำเนินธุรกิจของแสนสิริในปี 2561 แสนสิริจะก้าวแกร่งครั้งใหญ่สู่ "Tomorrow is Unfolded" ประกอบด้วย

1. รุกเพิ่มตลาดต่างชาติเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและรักษาความเป็นที่หนึ่งในตลาดต่างประเทศ โดยมีการตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นถึง 40% จากปี 2560 เป็น 13,000 ล้านบาท เพื่อรองรับแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและเอเชีย โดยล่าสุดในช่วงต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดออฟฟิศในต่างประเทศเพิ่มขึ้นแห่งที่ 6 ที่ฮ่องกง รวมทั้งกำลังมองความเป็นไปได้ที่จะขยายสู่ตลาดอื่นๆ เช่น เกาหลี ไต้หวัน และสร้างฐานที่แข็งแกร่งมากขึ้นในญี่ปุ่น

2. สานต่อกลยุทธ์การเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยการเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ สำหรับกลุ่มโครงการที่อยู่อาศัย จะมีโครงการใหม่จากการลงทุนร่วมกับบีทีเอสและโตคิว กรุ๊ป อีกประมาณ 4-6 โครงการ มีมูลค่ารวมประมาณ 12,000-19,000 ล้านบาท รวมทั้งยังมีแผนเปิดโครงการที่พักอาศัย The Standard Residence และ Monocle Residenceเป็นครั้งแรกของโลก ส่วนในกลุ่มธุรกิจใหม่ๆ JustCo บริษัทได้เตรียมเปิด 4 สาขา โดยจะเปิด 2 สาขาแรกที่อาคาร AIA Sathorn ในเดือนพฤษภาคม และอาคาร All Seasons Place ในเดือนสิงหาคม โดยเล็งมอบสิทธิพิเศษให้ลูกบ้านแสนสิริเข้าใช้บริการ ส่วน Hostmaker จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ลูกบ้านและสร้างเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ

3. เดินหน้าลุยตลาดทาวน์เฮ้าส์ สอดรับกับเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่มีแนวโน้มซื้อโครงการทาวน์เฮ้าส์มากขึ้นประกอบกับความต้องการของทาวน์เฮ้าส์ในตลาดนั้นสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยในปีนี้แสนสิริจะเปิดตัวโครงการทาวน์เฮ้าส์ใหม่ทั้งหมด 11 โครงการ รวมมูลค่า 9,600 ล้านบาท

4. สร้างความแตกต่างด้วยดีไซน์ที่รังสรรค์เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตรอบด้าน ด้วยการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมเซ็กเม้นต์ใหม่จำนวน 4 โครงการ ที่มีดีไซน์เฉพาะตัวออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีการสร้าง Lab Room และ Lab House ที่เราเรียกเป็นการภายในว่า Haus 2025 สำหรับการทดสอบห้องและบ้านเพื่ออนาคต โดยรวมถึงการทดสอบนวัตกรรมและเทคโนโลยี

5. ก้าวสำคัญในการสานต่อ Digital Transformation Chapter 2 โดยมุ่งเน้น 3 ด้านได้แก่
  • มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและมองหานวัตกรรมที่นำมาต่อยอดได้สำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม
  • มุ่งลงทุนต่อยอดโดยมีสิริ เวนเจอร์สเป็นหน่วยงานหลัก ด้วยแผนลงทุนระยะยาว 3 ปี งบประมาณทั้งสิ้น 1,500 ล้านบาท โดยจะเน้นงาน 3 ด้าน คือ การลงทุนในสตาร์ทอัพ ความร่วมมือในการผลักดันการสร้างระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพ ร่วมกับเครือข่ายนวัตกรรมระดับโลก อาทิ SOSA และ Plug and Play รวมไปถึงการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมเพื่อพัฒนา Home Service Application ช่วยยกระดับความสะดวกสบายและการใช้ชีวิตของลูกค้า
  • ปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในองค์กร เพื่อให้การทำงานนั้นมีความคล่องตัวและก้าวเท่าทันยุคดิจิทัล
โดยการมุ่งเน้นทั้ง 3 ด้านนี้ จะทำให้เกิดผลงานเป็นรูปธรรมได้แก่
  • Product – นำเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง AI, IoT, Wearable และ Robot มาใช้สร้างนวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตที่สะดวกขึ้นสำหรับลูกบ้านแสนสิริ
  • บริการ – ยกระดับการบริการลูกค้าเพื่อให้สะดวกสบาย รวดเร็วมากขึ้น ผ่าน Home Service Application 2.0 พร้อมฟังก์ชัน Thai Voice Command ที่พร้อมเปิดตัวให้ลูกบ้านทุกคนใช้ในไตรมาส 1 ปีนี้
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร – โดยการนำระบบ Salesforce เข้ามาใช้ เพื่อพัฒนาระบบการทำการตลาด รวมถึงระบบการบริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการนำระบบ Primavera ที่ช่วยควบคุมขั้นตอนการก่อสร้าง มาใช้ในองค์กรเป็นครั้งแรก

6. การเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต ผ่าน 3 แนวคิด ได้แก่ 1) การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพื่อต่อยอดการพัฒนาโครงการและบริการในอนาคต 2) การปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานแบบใหม่ที่สร้างแรงจูงใจให้บุคลากรพร้อมดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้มาร่วมงานกับแสนสิริ หนึ่งในแนวคิดที่แสนสิริใช้ตอนนี้คือ Every Day is Friday ทำให้บุคลากรมีความสุขและมีความกระตือรือร้นในการทำงานในทุกๆ วัน นอกจากนี้ยังมีการนำวิธีการทำงานแบบ Agile way of working มาใช้ โดยเป็นรูปแบบการทำงานที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ลดขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยาก มีอิสระทุกการทำงาน และเปิดรับทุกความคิดสร้างสรรค์โดยเอาความต้องการลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ และ 3) การสร้างความมั่นคงในการทำงาน (Life-long Employability) มุ่งสร้างเสริมพัฒนาบุคลากรของแสนสิริให้มีคุณค่า มีความสามารถเติบโตไปสู่ความสำเร็จพร้อมกับองค์กรอีกด้วย นอกจากนี้แสนสิริมีแผนเปิดตัวโครงการ "New Generation of Young Designer" เพื่อเปิดรับเด็กรุ่นใหม่ที่พกพาไอเดียที่น่าสนใจมาผนวกกับความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของแสนสิริ เพื่อพัฒนาโครงการและบริการที่ตรงใจคนรุ่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

7. เดินหน้าวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน (Sustainability) แสนสิริมุ่งสร้างความยั่งยืนภายในองค์กรผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่

  • Environment - อาทิ ลดการใช้กระดาษ (Paperless) ลดคาร์บอน ฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ผ่านการลดขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็น เป็นต้น
  • Social – ที่ผ่านมาแสนสิริได้ร่วมกับยูนิเซฟเพื่อพัฒนาสิทธิเด็กในประเทศไทยมานานกว่า 7 ปีแล้ว และยังจัดกิจกรรมสำหรับเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กในไซต์งานก่อสร้าง นอกจากนี้ยังเน้นการออกแบบโครงการต่างๆ ให้ทุกคนสามารถใช้งานได้เท่าเทียมกัน หรือที่เรียกว่า Universal Design
  • Good Governance – ยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินงานอย่างโปร่งใส ถูกต้อง

"นับว่าปี 2561 นี้ เป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทายสำหรับแสนสิริ ด้วยทิศทางการรุกตลาดเต็มสปีดด้วยเป้าพรีเซลล์ 45,000 ล้านบาท นับเป็นเป้าหมายที่สูงที่สุดจากทุกปี รวมถึงแผนเปิดตัวโครงการใหม่ถึง 31 โครงการ รวมมูลค่า 63,200 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นมูลค่าโครงการที่สูงที่สุด แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 12 โครงการรวมมูลค่า 33,500 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วน 53% บ้านเดี่ยว 8 โครงการมูลค่ารวม 20,100 ล้านบาทคิดเป็น 32% และทาวน์เฮ้าส์รวม 11 โครงการรวมมูลค่า 9,600 ล้านบาทคิดเป็น 15% ซึ่งจากเทรนด์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ปัจจัยเกื้อหนุนในทางบวก รวมทั้งทิศทางที่เป็นรูปธรรมในการดำเนินธุรกิจสำหรับปี 2561 เรามั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายพรีเซลที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน นอกจากนี้แสนสิริยังพร้อมเดินหน้าสร้างปรากฎการณ์ใหม่ๆ ให้แก่วงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ผ่านโครงการแนวใหม่ หรือ นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยที่ไม่เคยมีมาก่อน รวมถึงการสร้างชื่อให้แบรนด์แสนสิริกลายเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตามองในตลาดต่างประเทศอีกด้วย" นายอุทัยกล่าวปิดท้าย


Latest Press Release

แสนสิริตอกย้ำความสำเร็จ แบรนด์ สิริ เพลส รอบกรุงเทพฯ ไตรมาสสุดท้ายรุกเพิ่ม 2 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 2,500 ลบ. มั่นใจทาวน์เฮาส์โตตามเป้า ดันยอดขายโครงการแนวราบแตะ 19,500 ลบ.

แสนสิริเขย่าตลาดทาวน์เฮาส์อีกครั้งในไตรมาส 4 เปิดตัวแบรนด์ "สิริ เพลส" อีก 2 โครงการใหม่รองรับความต้องการลูกค้าครอบคลุมรอบกรุงเทพฯ ได้แก่ "สิริ เพลส ราชพฤกษ์-345" และ "สิริ เพลส จรัญฯ-ปิ่นเกล้า" มูลค่าโครงการรวม 2,500 ล้านบาท...

ภาพข่าว: เดอะคิวบ์ พลัส พหลโยธิน 56 ร่วมกับชุมชนทำบุญตักบาตรน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

บริษัท คิวบ์ เรียล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้พัฒนาและบริหารงานโครงการเดอะคิวบ์ พลัส พหลโยธิน 56 (The Cube Plus Phahonyothin 56) นำโดย คุณสัณห์พงษ์ วงษ์อาจ (ที่ 2 จากขวา) ผู้จัดการฝ่ายนิติกรรม และเจ้าหน้าที่โครงการฯ ร่วมด้วย คุณวัชรินทร์ อนันต์หน่อ (ที่ 4...

Emaar เผยตัวเลข GDP ต่อหัวที่สูงและโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ช่วยขับเคลื่อนมูลค่าเพิ่มด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในทำเลทองของดูไบ

เหล่าผู้เชี่ยวชาญในตลาดเปิดเผยว่า เมื่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ต่อหัวอยู่ในระดับสูง และมีการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกแล้ว การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยระดับพรีเมียมในดูไบ...

ภาพข่าว: เดอะคิวบ์ พลัส พหลโยธิน 56 ร่วมกับชุมชนทำบุญตักบาตรน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

บริษัท คิวบ์ เรียล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้พัฒนาและบริหารงานโครงการคอนโดมิเนียม เดอะคิวบ์ พลัส พหลโยธิน 56 (The Cube Plus Phahonyothin 56) นำโดย คุณสัณห์พงษ์ วงษ์อาจ (ที่ 2 จากขวา) ผู้จัดการฝ่ายนิติกรรม และเจ้าหน้าที่โครงการฯ ร่วมด้วย คุณวัชรินทร์...

ปักหมุด โดว์เช่ ลาซาล คอนโด Low Rise ใกล้ BTS แบริ่งคอนโดสวย ทำเลเด่น ราคาดี ตอบโจทย์คนยุคปัจจุบันยันอนาคต

โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE) บูทีคคอนโดมิเนียม บนทำเลเด่นใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีแบริ่ง ตอบโจทย์คนวัยทำงานที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย ที่ให้ความสะดวกสบายจากปัจจุบันไปยันอนาคต ในราคาที่จับต้องได้ และอัดแน่นไปด้วยคุณภาพคับเพดาน...

Related Topics