แพทย์ผิวหนังเตือนอันตรายอยากขาวด้วยกลูตาไทโอน แนะดูแลผิวให้สุขภาพดี เนียนใสแบบฉบับสาวเอเชีย

อังคาร ๐๒ มีนาคม ๒๐๑๐ ๑๔:๐๔
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางผิวหนัง โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก ออกเตือนสาวๆ อยากผิวขาวด้วยกลูตาไทโอน ต้องปรึกษาและอยู่ในการควบคุมของแพทย์ ฉีดด้วยตนเองอาจอันตรายถึงชีวิต ทั้งยังให้ผลผิวขาวเพียงระยะสั้นๆ พร้อมแนะทางเลือกที่ดีกว่า โดยสร้างเสน่ห์จากผิวสุขภาพดีในแบบฉบับของสาวเอเชียเขตร้อน แม้ไม่ขาวแต่สวยเนียนใส สุขภาพดี

นพ.ประยูร เจนตระกูลโรจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลผิวหนัง อโศก แสดงความห่วงใยสำหรับกระแสการบริโภคกูตาไทโอนเพื่อให้ผิวขาวขึ้นว่า ด้วยค่านิยมของคนในสังคมที่ชื่นชอบผิวขาว จึงทำให้เกิดการสรรหาวิธีบำรุงผิวพรรณให้ขาวผ่อง ซึ่งมีทั้งวิธีปลอดภัย และวิธีที่ยังไม่ได้รับการรับรอง ดังนั้นจึงน่าเป็นห่วงในกรณีหลัง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการบริโภคกลูตาไทโอน

แท้ที่จริงแล้ว กลูตาไทโอน เป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ และได้มีการสกัดขึ้นเพื่อใช้ช่วยผู้ป่วยในการรักษาโรคต่างๆ อาทิ พิษสุราเรื้อรัง หอบหืด มะเร็ง ต้อกระจก ลดอาการข้างเคียงจากยารักษามะเร็ง รวมทั้งผู้ป่วย HIV/AIDS ที่อยู่ในภาวะขาดสารอาหาร และผลข้างเคียงของการให้สารกลูตาไทโอนคือทำให้ผู้ป่วยขาวขึ้นได้ชั่วคราว กล่าวคือสารส่งผลต่อการทำงานของเซลล์เม็ดสี (Melanocytes) จึงมีผู้นำมาใช้โดยต่างวัตถุประสงค์ออกไป

โดยตัวสารกลูตาไทโอนแล้ว ไม่ได้มีอันตรายต่อร่างกายหากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม คือไม่ควรเกิน 60 มิลลิกรัมต่อวันโดยการรับประทาน แต่โดยการฉีดจะต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์เท่านั้น เพราะหากฉีดด้วยตนเองอาจทำให้เกิดอาการช็อค (Anaphylactic Shock) อันเนื่องจากสารปนเปื้อน ซึ่งทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต นอกจากนั้น การรับสารกลูตาไทโอนอาจมีผลข้างเคียง เนื่องจากเซลล์เม็ดสีไม่ได้มีอยู่เพียงในเฉพาะผิวหนัง แต่ยังพบใน เซลล์รากผม ตา เยื่อหุ้มสมอง หู ดังนั้น การได้รับสารกลูตาไทโอนที่มากเกินไป จึงอาจมีผลต่อการทำงานของเซลล์เหล่านี้ เช่น ประสิทธิภาพของตาในการทำงานภายใต้ภาวะแสงแดดจ้าลดลง

สำหรับผลของการรับสาร คือ ผิวที่ขาวขึ้นนั้น จะขาวเฉพาะในช่วงเวลาที่บริโภค เพราะสารกลูตาไทโอนจะไม่ถูกสะสมในร่างกาย คือหากต้องการขาวด้วยวิธีนี้จะต้องบริโภคอย่างต่อเนื่อง ทำให้สิ้นเปลืองไม่จบสิ้น ผู้อำนวยการฯ กล่าวเสริมในประเด็นผิวขาวใสว่า แท้จริงแล้วผิวของคนไทยได้ถูกออกแบบมาให้มีความคล้ำเนื่องด้วยมีเม็ดสีผิว เพื่อป้องกันอันตรายจากแสงแดดที่จะมาทำร้ายผิว ทางเลือกที่ดีกว่าเพียงการมีผิวขาว คือการมีผิวสุขภาพดี ชุ่มชื่นด้วยครีมบำรุงผิว รวมไปถึงควรเลือกรับประทานที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน เอ , วิตามิน ซี ในอาหารจำพวก แตงโม สตรอเบอร์รี่ องุ่น อโวคาโด วอลนัท หน่อไม้ฝั่ง ปลา โดยเฉพาะจำพวกปลาเนื้อแดง

ผิวคนไทยมีเสน่ห์อยู่แล้ว เพียงหลีกเลี่ยงการทำให้หมองคล้ำขึ้น ด้วยวิธีทาครีมกันแดด ค่า SPF 60 ขึ้นไป และค่า PA +++ (สำหรับประเทศไทย) ควรสวมเสื้อผ้าเพื่อป้องกันอันตรายจากรังสียูวีจากแสงแดด ทำทรีตเมนต์ให้อาหารผิว รวมทั้งหากเกิดปัญญาเรื่องผิวควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อสุขภาพผิวที่ดีและปลอดภัย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02 246 5111 Asoke Skin Hospital

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๘:๑๙ ประกาศผลสุดยอดสตาร์ทอัพ คว้ารางวัลจาก Finno Efra Accelerator Demo Day Batch 1 เตรียมบินลัดฟ้าร่วมงานเทคใหญ่ 3
๑๘:๓๘ ซัมซุงซาวด์บาร์ ครองตำแหน่งยอดขายอันดับ 1 ทั่วโลกติดต่อกัน 11 ปี ด้วยคุณภาพเสียงอัจฉริยะจากพลัง AI และการเชื่อมต่อกับทีวีอย่างไร้รอยต่อ
๑๘:๐๐ กทม. เตรียมติดตั้งประปาหัวแดงเขตบางกอกใหญ่เพิ่ม รองรับเหตุอัคคีภัยในพื้นที่
๑๘:๐๐ Readyplanet ต้อนรับนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เปิดโลก Marketing Technology และ E-commerce
๑๘:๓๖ กทม. แจงจัดซื้อกรวยล้มลุกเปิดให้แข่งขันราคาอย่างโปร่งใส-พร้อมให้ความร่วมมือหน่วยงานตรวจสอบ
๑๘:๐๓ กทม. เพิ่มมาตรการป้องกันการแทรกแซงเว็บพนันออนไลน์-กำชับ จนท.ระบบคอมฯ หมั่นตรวจสอบปรับปรุงข้อมูล
๑๘:๐๙ พลิกบทบาท! ดร.วิชิต จากคราฟต์เบียร์สู่โลกการเงิน จับปากกาเขียน 'เงินเฟ้อคือคดีอาญา' ชำแหละปัญหาการเงินยุคใหม่
๑๗:๔๑ DITP เปิดตัวโลโก้ใหม่ เสริมภาพลักษณ์การค้าระหว่างประเทศของไทย ภายใต้แนวคิด 3E CREATE POSSIBILITIES ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยสู่เวทีโลก
๑๗:๐๔ SiS Technology Showcase 2025 Bangkok เปิดประสบการณ์ในหลากหลายโซนเทคโนโลยี
๑๗:๐๐ KGI มอบรางวัลให้กับนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จากการแข่งขันโครงการ KGI Algo Trading Bootcamp Competition