ตลาดรับสร้างบ้านไตรมาส2ทรงตัว สมาคมฯหวังรัฐบาลใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจ

พุธ ๐๖ กรกฎาคม ๒๐๑๑ ๑๕:๕๘
ตลาดรับสร้างบ้านไตรมาส 2 เจอผลกระทบปัจจัยดอกเบี้ย ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ ราคาวัสดุ ปรับสูงขึ้น สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านคาดภาพรวมตลาดทรงตัว แต่คาดการแนวโน้มครึ่งปีหลังจะดีขึ้น หวังรัฐบาลใหม่เดินหน้านโยบายตามที่หาเสียงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และแก้ไขปัญหาแรงงานภาคก่อสร้างขาดแคลน

นายวิบูล จันทรดิลกรัตน์ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 2 นับตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายนที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายของธุรกิจรับสร้างบ้าน ในการบริหารจัดการอย่างรัดกุม เพราะต้องเผชิญกับปัจจัยด้านต่างๆ ที่ส่งผลกระทบทั้งในภาคของผู้ประกอบการและภาคของผู้บริโภค โดยในภาคของผู้ประกอบการ ได้แก่ ปัจจัยราคามันที่ถีบตัวสูงขึ้น ราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับสูงขึ้น และปัญหาแรงงานขาดแคลนโดยเฉพาะแรงงานฝีมือที่มีประสบการณ์ ส่วนในภาคของผู้บริโภค ก็มีปัจจัยที่เข้ามามีผลกระทบต่อการตัดสินใจ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น จึงส่งผลให้สถานการณ์โดยรวมของธุรกิจรับสร้างบ้านในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา อยู่ในระดับใกล้เคียงหรือเติบโตจากช่วงไตรมาสแรกเล็กน้อย

สมาคมฯประเมินว่าธุรกิจรับสร้างบ้านในช่วงไตรมาส 2 ถือว่ายังอยู่ในภาวะที่ค่อนข้างทรงตัว ซึ่งภายใต้แรงกดดันจากปัจจัยต่างๆที่เกิดขึ้นก็ถือว่าดีแล้ว ส่วนแนวโน้มธุรกิจรับสร้างบ้านในช่วงครึ่งปีหลังยังคงต้องติดตามปัจจัยต่างๆ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ และราคาน้ำมัน ว่าจะมีทิศทางการปรับตัวอย่างไร โดยเชื่อว่าแนวโน้มธุรกิจรับสร้างบ้านในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะโดยธรรมชาติของธุรกิจ รับสร้างบ้านในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะมีความต้องการปลูกสร้างบ้านเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากสมาคมฯได้กำหนดงานรับสร้างบ้าน 2011 ขึ้นในเดือนสิงหาคม 2554 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยภายในงานจะมีผู้ประกอบการบริษัทรับสร้างบ้าน ผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง และสถาบันการเงินชั้นนำ มาร่วมออกบูทนำเสนอแบบบ้าน วัสดุ และแพ็กเก็จสินเชื่อเงินกู้ปลูกสร้างบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษให้กับ ผู้ที่สนใจ ซึ่งน่าจะช่วยกระตุ้นตลาดให้กลับมาคึกคักมากขึ้น

นายวิบูลกล่าวต่อว่า ภายหลังการเลือกตั้งผ่านพ้นไปด้วยดี โดยรัฐบาลชุดใหม่ที่มีพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศเป็นที่เรียบร้อย และสามารถดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตามที่ได้ประกาศไว้ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเรียกความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและประชาชนให้กลับมาดีขึ้น โดยเฉพาะการใช้นโยบายภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยหลังแรก หากถูกนำมาเป็นนโยบายหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ สมาคมฯคาดหวังจะเห็นรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาแก้ไขปัญหาแรงงานในภาคก่อสร้างที่ประสบปัญหาขาดแคลนอย่างจริงจัง และนับวันมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หากว่าเมกะโปรเจกต์โครงการรถไฟฟ้าใหม่ๆเริ่มการก่อสร้าง เพราะจะทำให้เกิดการแย่งแรงงาน ประกอบกับรัฐบาลชุดใหม่ได้ประกาศนโยบายหาเสียงจะปรับขึ้นค่าแรงงานเป็น 300 บาทต่อวัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนในภาคการก่อสร้าง ทำให้ภาคการก่อสร้างอาจต้องประสบปัญหา ทั้งเรื่องแรงงานขาดแคลนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในเวลาเดียวกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ บริษัท โอเอซิส มีเดีย จำกัด โทร. 0-2937-4735 ต่อ 21

คุณศรัญญรัตน์ สุวรรณคาม / คุณวิชัย วงศ์พาสุข

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๐๔ เม.ย. OR จับมือภาครัฐและผู้ประกอบการชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพการตลาดผลิตภัณฑ์ OTOP ผ่านโครงการ 'ไทยเด็ด' มุ่งเสริมแกร่งเศรษฐกิจชุมชนไทยอย่างยั่งยืน
๐๔ เม.ย. เทลสกอร์ จับมือพันธมิตร ขับเคลื่อนโครงการ 'Help You, Help Me' สู่ปีที่ 6 ผสานพลังคอนเทนต์ครีเอเตอร์ สนับสนุนโครงการเพื่อสังคม
๐๔ เม.ย. เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว สนับสนุนภารกิจกู้ภัย มอบอาหารและเครื่องดื่มให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์
๐๔ เม.ย. ร้อนๆแบบนี้ มาหมุนให้ฉ่ำ!!สนุกสุดมันส์ไปกับเครื่องเล่น Water Roller ลูกบอลน้ำมหาสนุก
๐๔ เม.ย. ซัมเมอร์นี้ชวนเช็กอินสมุย แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของชาวเวลเนส ที่ BDMS Wellness Clinic สาขา Celes Samui
๐๔ เม.ย. โซเชียลจับตา ตึกถล่ม-อาฟเตอร์ช็อก ประเด็นร้อนหลังแผ่นดินไหว
๐๔ เม.ย. กรมทรัพยากรน้ำ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เหียะน้อย พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่
๐๔ เม.ย. GoWabi แพลตฟอร์มจองบริการบิวตี้ครบวงจรอันดับ 1 ในไทยเปิดตัวบริการ GoWabi POS พร้อมประกาศรางวัล GoWabi Top Rated
๐๔ เม.ย. ทีทีบี เชิญชวนเที่ยว พิพิธภัณฑ์ครุฑ สืบสานพลังศรัทธา สรงน้ำ สมเด็จมหาราชทรงครุฑ เสริมพลังบุญรับปีใหม่ไทย
๐๔ เม.ย. บัตรเครดิต ทีทีบี มอบโปรฯ ฟรีอัปเกรด! HUT บุฟเฟต์ อิ่มไม่อั้น จ่ายเพียง 399 บาท