กทม. เดินหน้าสร้างสถานที่ราชการและสวนสาธารณะปลอดเหล้า

พุธ ๓๑ สิงหาคม ๒๐๑๑ ๑๓:๔๘
ลงนาม MOU ร่วมกับ สธ. และจับมือเครือข่าย บังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด พร้อมรณรงค์ ส่งเสริมให้สถานที่ราชการและสวนสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นเขตปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จริงจัง

นพ.พีระพงษ์ สายเชื้อ รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดสถานที่ราชการและสวนสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) เพื่อรณรงค์ ส่งเสริมให้สถานที่ราชการและสวนสาธารณะในกรุงเทพฯ ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม รวมถึงช่วยลดปัญหาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิ อุบัติเหตุ อาชญากรรม เศรษฐกิจ ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้สถานที่ราชการและสวนสาธารณะที่อยู่ในกำกับดูแลของราชการห้ามขาย ห้ามดื่ม และห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด อนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในร้านค้าหรือสโมสรที่เปิดบริการเป็นประจำหรือถาวรที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ห้ามขายให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และขายได้เฉพาะเวลาที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น ได้แก่ เวลา 11.00 — 14.00 น. และ 17.00 — 24.00 น. หากพบผู้กระทำผิดด้วยการโฆษณาหรือส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 50,000 บาท ถ้าขายหรือบริโภคในสถานที่หรือบริเวณต้องห้าม มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีขายนอกเวลาที่กำหนด มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้จัดทำแผนบูรณาการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2553 — 2555 เพื่อใช้บังคับ กำกับดูแลสถานที่ราชการและสวนสาธารณะให้ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 อย่างเข้มงวด ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และประชาชนทราบข้อกฎหมายอย่างถูกต้อง อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่ตรวจ ดูแล และควบคุมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาได้ใช้ควบคุมในการจัดงานตามประเพณี และวัฒนธรรมต่างๆ อย่างเข้มงวด เพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งจากการสำรวจพฤติกรรมการดื่มสุราของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2550 พบว่า ผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไป ทั้งหมด 51.2 ล้านคน ดื่มสุรา 14.9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 29 ซึ่งผู้ชายดื่มมากกว่าผู้หญิงประมาณ 6 เท่า นอกจากนี้ กลุ่มเยาวชนอายุต่ำกว่า 24 ปี มีอัตราการดื่มร้อยละ 22 โดยเริ่มดื่มเมื่ออายุเฉลี่ย 17 ปี และกลุ่มวัยทำงานมีอัตราการดื่มสูงสุดร้อยละ 34 โดยเริ่มดื่มเมื่ออายุเฉลี่ย 20 ปี

หากประชาชนพบเบาะแสการกระทำผิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 แจ้งได้ที่ สายด่วน กทม. โทร. 1555 และสายด่วนรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเหล้าของกระทรวงสาธารณสุข โทร. 0 2590 1332 ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๐๓ เม.ย. โอซีซี มอบความสุข ตัดผมฟรีให้กลุ่มผู้สูงอายุ
๐๓ เม.ย. OR คงอันดับเครดิตที่ระดับ AA จาก TRIS Rating ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ด้วยแนวโน้ม Stable สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัทในฐานะผู้นำตลาดค้าปลีกน้ำมัน
๐๓ เม.ย. เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Hikvision เสริมแกร่งตลาดโซลูชันความปลอดภัยในประเทศไทย
๐๓ เม.ย. มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย) ส่งมอบผลิตภัณฑ์ในเครือฯ ร่วมเป็นกำลังให้เหล่าอาสาสมัครกู้ภัย
๐๓ เม.ย. กทม. กำชับบุคลากรโรงเรียนในสังกัดปฏิบัติตามระเบียบ-เร่งจัดสวัสดิการดูแลอย่างเหมาะสม
๐๓ เม.ย. CHOW ตอกย้ำคุณภาพมาตรฐานสากล ผ่านการรับรอง ISO 9001 และ ISO 14001
๐๓ เม.ย. คาเฟ่ อเมซอน เปิดสาขาใหม่ ร้านกาแฟแบรนด์แรก ณ รัฐสภา ชวนสัมผัสประสบการณ์เครื่องดื่มคุณภาพ พร้อมวิวแม่น้ำเจ้าพระย
๐๓ เม.ย. SMPC ส่งมอบหุ่นยนต์ดินสอช่วยงานแพทย์ ให้ รพ.มหาวิทยาลัยพะเยา และ รพ.พะเยา
๐๓ เม.ย. เมกาบางนา จับมือ บัตรเครดิตวีซ่ากสิกรไทย เสิร์ฟโปรเด็ด มื้อนี้ K เลย อิ่มคุ้ม X4 ที่เมกาบางนา
๐๓ เม.ย. เหนือ-อีสาน ยังอ่วมฝุ่น กรมอนามัย เร่งลงพื้นที่ แนะวิธีทำห้องปลอดฝุ่น-มุ้งสู้ฝุ่น