ฟินันซ่าคว้างานทะเบียนสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติมาครอง

พุธ ๐๙ พฤษภาคม ๒๐๑๒ ๑๐:๑๑
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) นางสาวกรรณิการ์ เอกเผ่าพันธุ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และนายทฤษฎี ชุติวงษา ผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหาร กอช. ลงนามร่วมกับนายธีรพันธุ์ จิตตาลาน กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. ฟินันซ่า จำกัด นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ และนายนายวราห์ สุจริตกุล กรรมการบริหาร บมจ.ฟินันซ่า โดย กอช. ได้ว่าจ้างให้บลจ.ฟินันซ่า บริหารงานทะเบียนสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ ระยะที่ 1 เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2555 ณ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

นายธีรพันธุ์ จิตตาลาน กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ฟินันซ่า จำกัด เผยกระทรวงการคลังไว้วางใจแต่งตั้งให้ทางบลจ.ฟินันซ่าจัดทำระบบงานทะเบียนสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ และให้บริการเป็นนายทะเบียนสมาชิกกองทุน เนื่องจากบลจ.ฟินันซ่ามีประสบการณ์ทั้งในด้านงานทะเบียนสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนรวม โดยได้ให้บริการจัดทำทะเบียนสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับบริษัทต่าง ๆ เป็นจำนวนถึง 314 บริษัท ด้วยความโดดเด่นและเป็นผู้นำในการพัฒนาระบบให้กับงานทะเบียนสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจาก employee’s choice ไปถึงขั้นที่ปัจจุบันสามารถตอบสนองความต้องการของสมาชิกได้อย่างไร้ขีดจำกัด จึงทำให้ทางบริษัทได้รับความไว้วางใจจากกระทรวงการคลังในการจัดทำระบบงานทะเบียนสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ

กองทุนการออมแห่งชาติจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 เพื่อส่งเสริมให้บุคคลที่ไม่ได้อยู่ภายใต้กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนประกันสังคม หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้มีโอกาสออมเพื่อการเกษียณโดยทางรัฐบาลจะร่วมสมทบด้วยอีกส่วนหนึ่ง โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าเป็นสมาชิกได้สูงถึง 35 ล้านคน

ตั้งแต่ปี 2552 โครงสร้างทางประชากรของประเทศไทย กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า จะมีประชากรอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป 11% และในปี 2563 จะเพิ่มขึ้นถึง 15% และสังคมของกลุ่มคนวัยทำงานจะต้องพบกับความเสี่ยงหลากหลายอาทิเช่น อายุสั้น จากไปก่อนวัยอันควร บางรายอายุยืน แต่หลังเกษียณกลับไม่มีรายได้ และท้ายสุดอาจทุพพลภาพ หรืออาจเจ็บป่วยในระยะยาว และยังมีประชากรอีกเป็นจำนวนมากอยู่นอกระบบประกันสังคม กรณีชราภาพ ซึ่งถือว่าขาดหลักประกันในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงมองเห็นความสำคัญจุดนี้ จึงได้ออก พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ หรือ “กอช.”ขึ้นภายใต้สโลแกน “เกษียณสุขใจ มีบำนาญใช้กับ กอช.” โดยมุ่งหวังให้ประชาชนเข้าถึงการออมเงินที่เหมาะสมและสร้างหลักประกันทางสังคม กองทุนการออมแห่งชาติเป็นกองทุนเพื่อการเกษียณอายุภาคสมัครใจ สำหรับผู้ที่ยังไม่มีหลักประกันทางสังคมเพื่อการชราภาพ เพื่อให้มีรายได้หลังเกษียณในรูปบำนาญ

หลักเกณฑ์การออมเงินกับ “กอช.” นั้น ผู้มีสิทธิจะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุ 15-60 ปี ไม่เป็นสมาชิกกองทุนอื่นใดที่ได้รับเงินสมทบจากรัฐหรือนายจ้าง และไม่ได้อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญภาครัฐหรือเอกชน โดยสมาชิกส่งเงินสะสมเงินเข้ากองทุนไม่ต่ำกว่าครั้งละ 50 บาท แต่ไม่เกิน 13,200 บาท ต่อปีและรัฐบาลจะให้เงินสมทบตามช่วงอายุของสมาชิกและเป็นอัตราส่วนกับจำนวนเงินที่สมาชิกสะสมเข้ากองทุน ตั้งแต่ร้อยละ 50 ถึงร้อยละ 100 โดยไม่เกินเงินสมทบสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด สมาชิกจะได้รับ ได้รับบำนาญรายเดือนจนตลอดชีวิตเมื่อสมาชิกอายุครบ 60 ปี เป็นต้นไป และมีเงินออมที่มากพอ ซึ่งสมาชิกที่ออมมาก ก็จะได้รับบำนาญมากตามไปด้วยและในกรณีที่สมาชิกทุพพลภาพก่อนอายุครบ 60 ปี จะมีสิทธินำเงินออมของตนออกมาใช้ก่อนได้ นอกจากนี้ หากสมาชิกมีความจำเป็นต้องลาออกจากกองทุนก่อนอายุ 60 ปี จะได้รับคืนเฉพาะเงินที่ได้ออมไว้โดยไม่รวมเงินสมทบ อย่างไรก็ดี สมาชิกจะกลับเข้ามาเป็นสมาชิกของกองทุนได้อีกตามความสมัครใจ และหากสมาชิกเสียชีวิต กองทุนจะจ่ายเงินให้แก่ผู้ที่สมาชิกได้แจ้งชื่อไว้หรือให้แก่ทายาทของสมาชิก

สิทธิประโยชน์ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือรัฐบาลค้ำประกันผลตอบแทนให้สมาชิกได้รับจากเงินออมไม่น้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำประเภท 12 เดือนโดยเฉลี่ยของธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่ง นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับบำนาญจาก “กอช.” จะยังมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอีกด้วย

“บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ฟินันซ่า จำกัด จัดทำระบบทะเบียน มีประสบการณ์ด้านงานทะเบียนมายาวนานกว่า 40 ปี ทั้งยังมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถบวกกับ เทคโนโลยีอันทันสมัย เรามีประสบการณ์ด้านระบบทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มากกว่า 20 ปี ทั้งนี้รูปแบบระบบทะเบียนสมาชิกกอช.จะทำงานอยู่บน Web Base Application ดังนั้นจึงสามารถใช้บริการต่าง ๆ รวมถึงทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถรองรับการปฏิบัติงานของหน่วยรับสมัครซึ่งเบื้องต้นกำหนดให้เป็นธนาคาร 3 แห่ง คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารกรุงไทยซึ่งมีสาขารวมกัน ประมาณกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ ระบบงานหลักได้แก่การรับสมัครสมาชิก นำส่งเงินสะสม จ่ายเงินแก่สมาชิก และการให้บริการต่างๆ แก่สมาชิก เช่น ระบบ e-service สำหรับสมาชิก ทั้งหมดนี้นับเป็นการผสมผสานระหว่างการออมและการจัดการที่มีประสิทธิภาพอย่างเต็มรูปแบบ เพื่ออนาคตที่ดีและสภาพความเป็นอยู่ที่ดีต่อสังคม” นายธีรพันธุ์กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๗:๐๑ OR จับมือภาครัฐและผู้ประกอบการชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพการตลาดผลิตภัณฑ์ OTOP ผ่านโครงการ 'ไทยเด็ด' มุ่งเสริมแกร่งเศรษฐกิจชุมชนไทยอย่างยั่งยืน
๑๖:๒๒ เทลสกอร์ จับมือพันธมิตร ขับเคลื่อนโครงการ 'Help You, Help Me' สู่ปีที่ 6 ผสานพลังคอนเทนต์ครีเอเตอร์ สนับสนุนโครงการเพื่อสังคม
๑๖:๐๐ เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว สนับสนุนภารกิจกู้ภัย มอบอาหารและเครื่องดื่มให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์
๑๖:๐๐ ร้อนๆแบบนี้ มาหมุนให้ฉ่ำ!!สนุกสุดมันส์ไปกับเครื่องเล่น Water Roller ลูกบอลน้ำมหาสนุก
๑๖:๕๒ ซัมเมอร์นี้ชวนเช็กอินสมุย แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของชาวเวลเนส ที่ BDMS Wellness Clinic สาขา Celes Samui
๑๖:๑๑ โซเชียลจับตา ตึกถล่ม-อาฟเตอร์ช็อก ประเด็นร้อนหลังแผ่นดินไหว
๑๕:๐๐ กรมทรัพยากรน้ำ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เหียะน้อย พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่
๑๕:๐๐ GoWabi แพลตฟอร์มจองบริการบิวตี้ครบวงจรอันดับ 1 ในไทยเปิดตัวบริการ GoWabi POS พร้อมประกาศรางวัล GoWabi Top Rated
๑๕:๐๓ ทีทีบี เชิญชวนเที่ยว พิพิธภัณฑ์ครุฑ สืบสานพลังศรัทธา สรงน้ำ สมเด็จมหาราชทรงครุฑ เสริมพลังบุญรับปีใหม่ไทย
๑๕:๕๑ บัตรเครดิต ทีทีบี มอบโปรฯ ฟรีอัปเกรด! HUT บุฟเฟต์ อิ่มไม่อั้น จ่ายเพียง 399 บาท