รมช.กษ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาประแสร์ ร่วมกับนายกรัฐมนตรี เพื่อตรวจติดตามงานตามยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก และพบปะประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการกว่า 500 คน

ศุกร์ ๑๒ มิถุนายน ๒๐๑๕ ๐๘:๕๙
นายอำนวย ปะติเส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาประแสร์ ร่วมกับ ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อตรวจติดตามงานตามยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก และพบปะประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการกว่า 500 คน ณ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน และกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมกับ กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ ร่วมนำเสนอความคืบหน้าตามแผนงานบริหารจัดการน้ำ โดยมีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์ และโครงการผันน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์ไปยังลุ่มน้ำคลองใหญ่ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทานและอีสท์ วอเตอร์ เป็นโครงการหลักในการลงพื้นที่ตรวจติดตามของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ภายใต้คณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ เป็นประธาน

สำหรับโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์ เป็นการติดตั้งฝายพับได้ (Flap Gate Weir) โดยใช้บานเหล็กขนาด 1.00*17.18 ม. จำนวน 4 บาน บริเวณสันฝายของ Spillway ซึ่งจะสามารถกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้นอีก 47 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นปริมาณน้ำกักเก็บรวม 295 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าการดำเนินงานแล้วเสร็จกว่า 80% โดยโครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มน้ำต้นทุนให้กับพื้นที่การเกษตรและการอุตสาหกรรม รวมถึงป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็มได้อีกด้วย ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าว จะช่วยลดปัญหาอุทกภัยที่บริเวณท้ายน้ำ และชุมชนกว่า 5 แสนครัวเรือน ได้ใช้ประโยชน์เพื่อการอุปโภคบริโภค ทำให้เกิดการบริหารจัดการน้ำจากอ่างประแสร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และสร้างเสถียรภาพให้กับแหล่งน้ำภาคตะวันออก ทั้งในพื้นที่ จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี โดยในอนาคตพื้นที่เกษตรกรรมจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เพิ่มขึ้นอีกกว่า 80,000 ไร่

นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภาคตะวันออกของกรมชลประทาน มีทั้งหมด 3 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1. ยุทธศาสตร์การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต(เกษตรและอุตสาหกรรม) มีเป้าหมายในการจัดหาแหล่งน้ำให้ได้ 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ภายในปี 2569 โดยในพื้นที่เกษตรน้ำฝนจะบูรณาการร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และกรมพัฒนาที่ดิน ในการสนับสนุนแหล่งน้ำนอกเขตชลประทาน 2. ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย มีเป้าหมายเพื่อจัดทำระบบระบายน้ำ คลองผันน้ำในพื้นที่วิกฤตภาคตะวันออก ได้แก่ เมืองจันทบุรี ปราจีนบุรี และชลบุรี รวมทั้งรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษอรัญประเทศ จ.สระแก้ว และ 3. ยุทธศาสตร์การเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เน้นการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2558 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานได้รับงบประมาณ จำนวน 2,217 ล้านบาท สำหรับดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำในภาคตะวันออกทั้งหมด 591 โครงการ ซึ่งมีโครงการประเภทต่าง ๆ อาทิ การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำ ขุดลอกลำน้ำ สร้างฝายทดน้ำ ก่อสร้างระบบส่งน้ำชลประทาน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ 265 โครงการ สำหรับแผนการแก้ไขปัญหาที่เป็นโครงการระยะกลางและระยะยาวที่สำคัญ มีแผนพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำในลุ่มน้ำคลองวังโตนด เช่น อ่างเก็บน้ำวังโตนด อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ เป็นต้น ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้จะสามารถรองรับความต้องการใช้น้ำในภาคตะวันออกได้ถึง 20 ปี

ด้านนายอภิชาต จงสกุล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ได้ดำเนินงานในโครงการบริหารจัดการน้ำ ได้แก่ 1.งานแหล่งน้ำเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยการขุดลอกหนอง งานฝายน้ำล้นและขุดลอกคลอง และงานอ่างเก็บน้ำ 2.งานพัฒนาแหล่งน้ำชุมชน เป็นที่ผนวกรวมการจัดหาแหล่งน้ำต้นทุน งานระบบกระจายน้ำจากแหล่งน้ำต้นทุนนั้น ๆ ตลอดจนปรับปรุงบำรุงดิน เพื่อการต่อยอดงานแหล่งน้ำให้มีผลสัมฤทธิ์ในการใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรกรรมในพื้นที่โครงการ ให้กับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และ 3.งานแหล่งน้ำไร่นานอกเขตชลประทาน เป็นการบรรเทาปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำ ในพื้นที่ทำการเกษตรของเกษตรกร เพ่อให้มีแหล่งน้ำที่เหมาะสมในการทำการเกษตร กักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ และสนับสนุนการทำเกษตรแบบผสมผสาน ตามแนวทฤษฎีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเกษตรกร

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๐๔ เม.ย. OR จับมือภาครัฐและผู้ประกอบการชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพการตลาดผลิตภัณฑ์ OTOP ผ่านโครงการ 'ไทยเด็ด' มุ่งเสริมแกร่งเศรษฐกิจชุมชนไทยอย่างยั่งยืน
๐๔ เม.ย. เทลสกอร์ จับมือพันธมิตร ขับเคลื่อนโครงการ 'Help You, Help Me' สู่ปีที่ 6 ผสานพลังคอนเทนต์ครีเอเตอร์ สนับสนุนโครงการเพื่อสังคม
๐๔ เม.ย. เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว สนับสนุนภารกิจกู้ภัย มอบอาหารและเครื่องดื่มให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์
๐๔ เม.ย. ร้อนๆแบบนี้ มาหมุนให้ฉ่ำ!!สนุกสุดมันส์ไปกับเครื่องเล่น Water Roller ลูกบอลน้ำมหาสนุก
๐๔ เม.ย. ซัมเมอร์นี้ชวนเช็กอินสมุย แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของชาวเวลเนส ที่ BDMS Wellness Clinic สาขา Celes Samui
๐๔ เม.ย. โซเชียลจับตา ตึกถล่ม-อาฟเตอร์ช็อก ประเด็นร้อนหลังแผ่นดินไหว
๐๔ เม.ย. กรมทรัพยากรน้ำ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เหียะน้อย พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่
๐๔ เม.ย. GoWabi แพลตฟอร์มจองบริการบิวตี้ครบวงจรอันดับ 1 ในไทยเปิดตัวบริการ GoWabi POS พร้อมประกาศรางวัล GoWabi Top Rated
๐๔ เม.ย. ทีทีบี เชิญชวนเที่ยว พิพิธภัณฑ์ครุฑ สืบสานพลังศรัทธา สรงน้ำ สมเด็จมหาราชทรงครุฑ เสริมพลังบุญรับปีใหม่ไทย
๐๔ เม.ย. บัตรเครดิต ทีทีบี มอบโปรฯ ฟรีอัปเกรด! HUT บุฟเฟต์ อิ่มไม่อั้น จ่ายเพียง 399 บาท