“วันหัวใจโลก ประจำปี 2559” รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

จันทร์ ๑๐ ตุลาคม ๒๐๑๖ ๑๓:๒๙
จากสภาวะเศรษฐกิจและความมั่งคั่ง ทำให้ไลฟ์สไตส์การใช้ชีวิต การกินดี อยู่ดี รวมถึงพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ หากอยากมีชีวิตที่ยืนยาว!! อย่ามัวทำงานจนหลงลืมดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะสุขภาพของ "หัวใจ" เพราะโรคหัวใจถือเป็นภัยเงียบที่รุนแรง

รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เปิดเผยว่า โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญของทั่วโลก รวมทั้งสาธารณสุขของไทย จากข้อมูลสถิติของAmerican Heart Association (AHA) พบว่ามีผู้ที่เจ็บป่วยด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจ ถึง 17.3 ล้านคน และคาดว่าในอีก 14ปีข้างหน้า หรือ ในปีพ.ศ.2573 จะเพิ่มเป็น 23.6 ล้านคน นับว่าเป็นสาเหตุ การเจ็บป่วยและมีอัตราการตายเป็นอันดับหนึ่งของสหรัฐอเมริกาและอันดับ 3 ของประเทศไทยเลยทีเดียว

โรคหัวใจ มีสาเหตุเกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ทางกรรมพันธุ และปัจจัยที่ควบคุมได้ เช่น การดำเนินชีวิต ส่วนหนึ่งของปัจจัยการเกิดโรคมาจากการกินดีอยู่ดี ความสะดวกสบายที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ทำให้โรคหัวใจและหลอดเลือดมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้าย รวมถึงการป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจก่อนที่ภัยเหล่านี้จะมาถึงตัวนั้น โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติซึ่งเป็นโรงพยาบาลตติยภูมิขั้นสูงที่มีศูนย์หัวใจธรรมศาสตร์ ให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดครบวงจร จึงได้จัดกิจกรรม "วันหัวใจโลกประจำปี 2559" ( World Heart Day) ขึ้น เพื่อแนะเคล็ดลับดีๆ ในการดูแลหัวใจให้แข็งแรง การบริการตรวจสุขภาพหัวใจ รวมถึงการดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ มาเล่าสู่กันฟัง

ผศ. แพทย์หญิงอิงอร อรุณากูร ทีมพัฒนาคุณภาพการบริการผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ได้แนะเคล็ดลับการดูแลหัวใจ ห่างไกลโรคง่ายๆด้วยตัวเอง ดังนี้ ก่อนอื่นให้สำรวจตัวเองว่าการดำเนินชีวิตในแต่ละวันนั้นเสี่ยงต่อการเป็นโรคหรือไม่ เช่น การสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการทำลายหลอดเลือดแดงให้เสื่อมเร็วขึ้น การหมั่นตรวจวัดความดันสม่ำเสมอ โดยค่าความดันปกติควรอยู่ที่ระดับ 120/80 แต่หากค่าความดันสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมีค่าความดันที่ 140/90 นั่นหมายความว่ากำลังเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันสูง ควรได้รับการรักษาเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียในอนาคต นอกจากนี้ควรควบคุมน้ำหนักอย่าให้อ้วนลงพุง และลดอาหารประเภทไขมันสูง หรือจำกัดปริมาณแคลอรี่ ที่เหมาะสมในแต่ละวัน ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยควรเดินให้ได้ 3.2 กิโลเมตรต่อวัน ที่สำคัญต้องไม่เครียด เพราะความเครียดและซึมเศร้าจะทำให้สุขภาพหัวใจคุณแย่ลงได้ด้วยเช่นกัน ง่ายๆเพียงเท่านี้ก็เป็นการดูแลหัวใจ ให้แข็งแรงได้ด้วยตนเอง

ท้ายที่สุด ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ย้ำเตือนว่า หากคุณมีภาวะ ใจสั่น ใจเต้น ใจหวิวๆ เหนื่อยง่ายกว่าเดิม หรือหน้ามืด ควรรีบพบแพทย์เพื่อเช็กสุขภาพหัวใจโดยด่วน อย่าปล่อยให้"หัวใจ" อ่อนแอ ก่อนที่จะสายเกินไป

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๗:๐๑ OR จับมือภาครัฐและผู้ประกอบการชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพการตลาดผลิตภัณฑ์ OTOP ผ่านโครงการ 'ไทยเด็ด' มุ่งเสริมแกร่งเศรษฐกิจชุมชนไทยอย่างยั่งยืน
๑๖:๒๒ เทลสกอร์ จับมือพันธมิตร ขับเคลื่อนโครงการ 'Help You, Help Me' สู่ปีที่ 6 ผสานพลังคอนเทนต์ครีเอเตอร์ สนับสนุนโครงการเพื่อสังคม
๑๖:๐๐ เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว สนับสนุนภารกิจกู้ภัย มอบอาหารและเครื่องดื่มให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์
๑๖:๐๐ ร้อนๆแบบนี้ มาหมุนให้ฉ่ำ!!สนุกสุดมันส์ไปกับเครื่องเล่น Water Roller ลูกบอลน้ำมหาสนุก
๑๖:๕๒ ซัมเมอร์นี้ชวนเช็กอินสมุย แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของชาวเวลเนส ที่ BDMS Wellness Clinic สาขา Celes Samui
๑๖:๑๑ โซเชียลจับตา ตึกถล่ม-อาฟเตอร์ช็อก ประเด็นร้อนหลังแผ่นดินไหว
๑๕:๐๐ กรมทรัพยากรน้ำ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เหียะน้อย พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่
๑๕:๐๐ GoWabi แพลตฟอร์มจองบริการบิวตี้ครบวงจรอันดับ 1 ในไทยเปิดตัวบริการ GoWabi POS พร้อมประกาศรางวัล GoWabi Top Rated
๑๕:๐๓ ทีทีบี เชิญชวนเที่ยว พิพิธภัณฑ์ครุฑ สืบสานพลังศรัทธา สรงน้ำ สมเด็จมหาราชทรงครุฑ เสริมพลังบุญรับปีใหม่ไทย
๑๕:๕๑ บัตรเครดิต ทีทีบี มอบโปรฯ ฟรีอัปเกรด! HUT บุฟเฟต์ อิ่มไม่อั้น จ่ายเพียง 399 บาท