AU พร้อมเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 23 ธ.ค.นี้ เร่งผุดสาขาใหม่ใน กทม. ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ดันรายได้เพิ่ม

พฤหัส ๒๒ ธันวาคม ๒๐๑๖ ๑๑:๒๘
บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ 'AU' ผู้สร้างปรากฏการณ์ธุรกิจขนมหวานในประเทศไทย พร้อมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 23 ธันวาคมนี้ เชื่อมั่นนักลงทุนให้การตอบรับเป็นอย่างดี หลังมั่นใจในศักยภาพธุรกิจและการเติบโต ด้านผู้บริหารประกาศแผนเร่งขยายสาขาในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด ครบ 30 สาขาภายในปี 61 เพิ่มการติดตั้งเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต ปรับระบบการเช่าพื้นที่ใหม่จากการเช่าระยะสั้นเป็นระยะยาว และพัฒนาระบบบัญชีและไอที พร้อมสร้างสำนักงานแห่งใหม่ สถานที่ฝึกอบรมพนักงานและศูนย์กระจายสินค้า เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ

นายแม่ทัพ ต.สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) กำลังสำคัญในการสร้างปรากฏการณ์ธุรกิจขนมหวานในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เป็นวันแรกในวันที่ 23 ธ.ค.นี้โดยใช้ชื่อย่อ 'AU' ในการซื้อขายบนกระดานหลักทรัพย์ และมั่นใจว่าหุ้น AU จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน ที่เชื่อมั่นใจในศักยภาพการดำเนินธุรกิจและแนวโน้มการเติบโตที่ดีในอนาคต หลังจากก่อนหน้านี้ได้เสนอขายหุ้น IPO จำนวนทั้งสิ้น 165ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.10 บาท ให้แก่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไปจองซื้อ ในราคาหุ้นละ 4.50 บาท เมื่อวันที่14-16 ธ.ค.ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด

ทั้งนี้ บมจ.อาฟเตอร์ ยู ดำเนินธุรกิจ 2 ส่วน คือ ธุรกิจร้านขนมหวานภายใต้เครื่องหมายการค้า 'อาฟเตอร์ ยู' และ 'เมโกริ'ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายน้ำแข็งไสที่เหมาะกับประเทศไทยที่เป็นเมืองร้อน และธุรกิจรับบริการจัดงานนอกสถานที่ อาทิ งานเลี้ยงสังสรรค์ งานแต่งงาน และการรับจ้างผลิตสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ ให้แก่สายการบินหรือร้านอาหาร โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะขยายสาขาร้านขนมหวานเพิ่มขึ้น จากปัจจุบัน ที่มีร้านอาฟเตอร์ ยูและเมโกริ รวม 20 สาขา เป็น 30 สาขาภายในปี 2561โดยเน้นพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดอยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งในการขยายสาขาจะต้องใช้ระยะเวลาคืนทุนไม่เกิน 1-2 ปี ขึ้นกับที่ตั้ง ขนาดพื้นที่และกำลังซื้อ รวมทั้งจะขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มขึ้น

พร้อมกันนี้ ได้วางแผนการติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตภายในโรงงานเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนการใช้แรงงาน และปรับระบบการเช่าพื้นที่ขยายสาขาจากระยะสั้นเป็นระยะยาว รวมถึงการก่อสร้างสำนักงานใหม่ สถานที่ฝึกอบรมพนักงานและศูนย์กระจายสินค้า ในย่านพัฒนาการ ตลอดจนพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

"หลังจากเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ แล้ว จะส่งผลให้บริษัทฯ มีความพร้อมในด้านเงินทุนเพิ่มขึ้น โดยเรามีความมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจขนมหวานและเบเกอรี่ครบวงจร ทั้งการขยายสาขาในกรุงเทพฯ หัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด" นายแม่ทัพ กล่าว

นางสาวกุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.อาฟเตอร์ ยู กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินธุรกิจกว่า 9 ปี ได้มุ่งเน้นสร้างความแตกต่างด้านผลิตภัณฑ์และบริการจากผู้ประกอบการรายอื่นๆ ทั้งการให้ความสำคัญกับรสชาติผลิตภัณฑ์ การบริการ การสร้างความพึงพอใจแก่ผู้บริโภค การรักษาและขยายฐานลูกค้า ทำเลที่ตั้ง ตลอดจนการทำตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้อาฟเตอร์ ยู เป็นร้านขนมหวานในใจผู้บริโภค โดยอาฟเตอร์ ยู ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมนูใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยมีเมนูพิเศษเพื่อนำเสนอแก่ลูกค้าในเทศกาลต่างๆ รวมถึงให้ความสำคัญกับคุณภาพการให้บริการและการสร้างความประทับใจให้แก่ผู้บริโภคทุกครั้งที่เข้ามาใช้บริการ

ปัจจุบัน 'อาฟเตอร์ ยู' มีเมนูของหวานและเครื่องดื่มให้บริการกว่า 100 รายการ รวมถึงมีสินค้าของที่ระลึก เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคตั้งแต่เด็กนักเรียนจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุ โดยมีเมนูที่ได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภค อาทิ กลุ่มฮันนี่โทส ช็อกโกแลตลาวา คากิโกริ นอกจากนี้ ได้ให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการปรุงจากครัวกลางเพื่อจัดส่งไปยังร้านขนมหวานสาขาต่างๆ ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ด้านนายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า อาฟเตอร์ ยู มีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำธุรกิจขนมหวานและเบเกอรี่ครบวงจร สะท้อนจากผลการดำเนินงานของ บมจ.อาฟเตอร์ ยู ที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยในปี 2556-2558 มีรายได้รวม 188.9ล้านบาท 311.6 ล้านบาท และ 414.9 ล้านบาทตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 5.6 ล้านบาท 45.8 ล้านบาท และ 57.5 ล้านบาทตามลำดับ ส่วนในงวด 9 เดือนแรกที่ผ่านมา (ม.ค. - ก.ย. 2559) มีรายได้รวม 440.9 ล้านบาท เติบโต 54.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 286.2 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 37.2 ล้านบาท

โดยผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกที่ผ่านมาที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดนั้น มีปัจจัยมาจากยอดขายสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้น14.5% จากความนิยมในเมนูน้ำแข็งไสคากิโกริและการออกเมนูใหม่ๆ ที่ส่งผลให้มีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นและลูกค้าเดิมเข้ามาใช้บริการซ้ำ รวมถึงได้ขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้น 6 สาขาเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๐๔ เม.ย. OR จับมือภาครัฐและผู้ประกอบการชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพการตลาดผลิตภัณฑ์ OTOP ผ่านโครงการ 'ไทยเด็ด' มุ่งเสริมแกร่งเศรษฐกิจชุมชนไทยอย่างยั่งยืน
๐๔ เม.ย. เทลสกอร์ จับมือพันธมิตร ขับเคลื่อนโครงการ 'Help You, Help Me' สู่ปีที่ 6 ผสานพลังคอนเทนต์ครีเอเตอร์ สนับสนุนโครงการเพื่อสังคม
๐๔ เม.ย. เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว สนับสนุนภารกิจกู้ภัย มอบอาหารและเครื่องดื่มให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์
๐๔ เม.ย. ร้อนๆแบบนี้ มาหมุนให้ฉ่ำ!!สนุกสุดมันส์ไปกับเครื่องเล่น Water Roller ลูกบอลน้ำมหาสนุก
๐๔ เม.ย. ซัมเมอร์นี้ชวนเช็กอินสมุย แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของชาวเวลเนส ที่ BDMS Wellness Clinic สาขา Celes Samui
๐๔ เม.ย. โซเชียลจับตา ตึกถล่ม-อาฟเตอร์ช็อก ประเด็นร้อนหลังแผ่นดินไหว
๐๔ เม.ย. กรมทรัพยากรน้ำ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เหียะน้อย พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่
๐๔ เม.ย. GoWabi แพลตฟอร์มจองบริการบิวตี้ครบวงจรอันดับ 1 ในไทยเปิดตัวบริการ GoWabi POS พร้อมประกาศรางวัล GoWabi Top Rated
๐๔ เม.ย. ทีทีบี เชิญชวนเที่ยว พิพิธภัณฑ์ครุฑ สืบสานพลังศรัทธา สรงน้ำ สมเด็จมหาราชทรงครุฑ เสริมพลังบุญรับปีใหม่ไทย
๐๔ เม.ย. บัตรเครดิต ทีทีบี มอบโปรฯ ฟรีอัปเกรด! HUT บุฟเฟต์ อิ่มไม่อั้น จ่ายเพียง 399 บาท