"บล.คิงส์ฟอร์ด"ลุ้นดัชนีหุ้นไทยทะลุ 1,700 จุด พ.ค.นี้ เน้นเกาะติดการเมืองคาดจัดตั้งรัฐบาลใหม่ , สงครามการค้าสหรัฐ – จีน แนะซื้อ CPALL-BJC-HMPRO-AOT-ERW-AP-SPALI-PSH รับอานิสงส์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

อังคาร ๐๗ พฤษภาคม ๒๐๑๙ ๑๔:๑๗
"บล.คิงส์ฟอร์ด"ประเมินดัชนีหุ้นไทยเดือนพ.ค.นี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,640 – 1,720 จุด แนะติดตามความคืบหน้าปัจจัยการเมือง ลุ้นเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และนายกฯได้ภายในเดือนมิ.ย.62 ส่วนข้อตกลงการค้าสหรัฐ-จีนหากไม่ได้ข้อยุติจะเป็นปัจจัยกดดันการฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง แนะเน้นซื้อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น CPALL, BJC, HMPRO, AOT, ERW, AP, SPALI, PSH

นายอภิชัย เรามานะชัย รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในเดือนพ.ค. 2562 คาดว่า ดัชนีหุ้น(SET)จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,640 – 1,720 จุด โดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คือ 1 ) ประเด็นการเมือง กกต.จะต้องรับรองผลการเลือกตั้ง 95% ให้ได้ ก่อนวันที่ 9 พ.ค.62 หลังจากนั้น 15 วันจะมีการเรียกประชุมสภานัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาฯ ผู้แทนราษฎร์และประธานวุฒิสภา หลังจากนั้นจึงลงคะแนน 2 สภารวมเสียง 750 เสียง เพื่อสรรหานายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดจะได้นายกฯ ใหม่ราวปลาย มิ.ย. 62 น่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน 2 ) การเจรจาการค้าสหรัฐ – จีน ล่าสุดยังไม่ได้ข้อยุติ โดยมีความเสี่ยงที่สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนมูลค่า 2 แสน ล.ดอลลาร์ ที่อัตรา 25 % ซึ่งอาจจะกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาวของทั้ง 2 ประเทศราว -0.50 %

"ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินหากได้รัฐบาลใหม่ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ น่าจะส่งผลให้บวกต่อฟื้นตัวของ เศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง แต่ยังรอประเมินผลการเจรจาการค้าสหรัฐ – จีน หากไม่ได้ข้อยุติจะส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในครึ่งปีหลังชะลอตัวกว่าคาดการณ์ ส่วนทิศทางดัชนี SET พ.ค. นี้ ฝ่ายวิเคราะห์คาดดัชนีจะเคลื่อนไหวอยู่ระดับ 1,640 – 1,720 จุด " นายอภิชัยกล่าว

ในส่วนรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย งวดไตรมาส1/62 มีแนวโน้มฟื้นตัวหากเทียบกับงวดไตรมาส 4/61 แต่จะชะลอตัวหากเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน หลังจากกลุ่มธนาคารพาณิชย์รายงานกำไรไตรมาสแรกของปีนี้ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ราว 5 % ซึ่งกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี น่าจะฟื้นตัวจากไตรมาส4/61 จากกำไรสต็อกน้ำมัน แต่กำไรยังคงชะลอตัวจากงวดเดียวกันปีก่อน เนื่องจากสเปรดปิโตรเคมีและค่าการกลั่นยังทรงตัวระดับต่ำ ส่วนกลุ่มธุรกิจ Domestic คาดกำไร ยังขยายตัวได้ดี เช่น ค้าปลีก , ท่องเที่ยว , โรงพยาบาล

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนเดือนพ.ค.62 แนะนำลงทุนลักษณะ Trend Follow โดยมีแนวรับบริเวณ 1,640 – 1,660 แต่หากสามารถผ่านแนวต้านที่ 1,680 จุดได้ ประเมินดัชนี SET มีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1,700 – 1,720 จุด แนนำทยอยซื้อหุ้น CPALL, BJC, HMPRO, AOT, AAV, ERW, AP, PSH, SPALI เนื่องจากได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท ผ่านการบริโภค , ท่องเที่ยว และอสังหา ฯ นอกจากนี้สามารถซื้อลงทุนในหุ้น BBL, CK, STEC, AMATA, WHA และซื้อหุ้นที่ประโยชน์จากการปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนของ MSCI เช่น KBANK, SCC, PTT, ADVANC, BDMS, BH, CPN, CPF, TU

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๗:๕๑ โอซีซี มอบความสุข ตัดผมฟรีให้กลุ่มผู้สูงอายุ
๑๖:๕๗ OR คงอันดับเครดิตที่ระดับ AA จาก TRIS Rating ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ด้วยแนวโน้ม Stable สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัทในฐานะผู้นำตลาดค้าปลีกน้ำมัน
๑๖:๑๕ เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Hikvision เสริมแกร่งตลาดโซลูชันความปลอดภัยในประเทศไทย
๑๖:๑๒ มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย) ส่งมอบผลิตภัณฑ์ในเครือฯ ร่วมเป็นกำลังให้เหล่าอาสาสมัครกู้ภัย
๑๖:๕๗ กทม. กำชับบุคลากรโรงเรียนในสังกัดปฏิบัติตามระเบียบ-เร่งจัดสวัสดิการดูแลอย่างเหมาะสม
๑๖:๕๕ CHOW ตอกย้ำคุณภาพมาตรฐานสากล ผ่านการรับรอง ISO 9001 และ ISO 14001
๑๖:๐๔ คาเฟ่ อเมซอน เปิดสาขาใหม่ ร้านกาแฟแบรนด์แรก ณ รัฐสภา ชวนสัมผัสประสบการณ์เครื่องดื่มคุณภาพ พร้อมวิวแม่น้ำเจ้าพระย
๑๖:๓๑ SMPC ส่งมอบหุ่นยนต์ดินสอช่วยงานแพทย์ ให้ รพ.มหาวิทยาลัยพะเยา และ รพ.พะเยา
๑๖:๒๓ เมกาบางนา จับมือ บัตรเครดิตวีซ่ากสิกรไทย เสิร์ฟโปรเด็ด มื้อนี้ K เลย อิ่มคุ้ม X4 ที่เมกาบางนา
๑๖:๑๙ เหนือ-อีสาน ยังอ่วมฝุ่น กรมอนามัย เร่งลงพื้นที่ แนะวิธีทำห้องปลอดฝุ่น-มุ้งสู้ฝุ่น