ไพบูลย์เตรียมหารือกระทรวงคลัง เคาะกองทุนลดหย่อนภาษีแทน LTF

พุธ ๓๑ กรกฎาคม ๒๐๑๙ ๑๗:๑๖
ไพบูลย์เผย FETCO เตรียมเสนอกองทุนรูปแบบใหม่แก่รัฐมนตรีคลังในสัปดาห์หน้า ชูจุดเด่นเอื้อประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้มีรายได้ระดับปานกลางเพิ่ม ตอบโจทย์การลงทุนนโยบายรัฐบาลเหตุ 65% ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-หุ้นยั่งยืน-เอสเอ็มอี

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ในฐานะประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยในระหว่างร่วมรายการ "LIVE with Guru เจาะลึกกับผู้รู้เรื่องการลงทุน" ในเพจเฟซบุ๊ก TISCO Mastery ว่า ภายในสัปดาห์หน้า (5 -11 ส.ค.62) สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) จะเข้าไปนำเสนอข้อมูลให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อให้พิจารณาในประเด็นของกองทุนรูปแบบใหม่ ที่จะเข้ามาทดแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ซึ่งจะหมดอายุภายในปี 2562 โดยรูปแบบของกองทุนใหม่จะให้สิทธิประโยชน์การลดหย่อนภาษีแก่ผู้ที่มีรายได้ปานกลางและผู้ที่มีรายได้น้อยมากขึ้น

ทั้งนี้กองทุนรูปแบบใหม่จะมีลักษณะเด่น 2 ข้อ ได้แก่ ข้อแรกสามารถเพิ่มวงเงินการลงทุนสูงสุดได้ 30% ของรายได้พึงประเมิน และยอดรวมไม่เกิน 250,000 บาท จากเดิมที่เคยกำหนดให้สามารถลงทุนได้สูงสุดที่ 15% ของรายได้พึงประเมิน และยอดรวมไม่เกิน 500,000 บาท เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และข้อสองเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนประเภทของหลักทรัพย์ที่กองทุนรวมจะลงทุนได้ ด้วยการกำหนดสัดส่วนการลงทุน 65% ให้ลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Infrastructure Fund) กลุ่มหุ้นยั่งยืนที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และมีธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) รวมถึงหุ้นเอสเอ็มอี ด้วย

นายไพบูลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วัตถุประสงค์ของการตั้งกองทุน LTF คือต้องการให้คนไทยตื่นตัวเรื่องการลงทุนในตลาดทุนมากขึ้น และต้องการกระตุ้นให้เกิดการออมในระยะยาว โดยระยะเวลาที่ผู้ลงทุนมีข้อกำหนดต้องถือครองอย่างน้อย 7 ปีปฏิทินนั้น จึงถือว่ายังมีความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม กองทุนนี้ถือได้ว่าประสบความสำเร็จในหลายด้าน หากพิจารณาข้อมูลในแง่ของขนาดกองทุน ณ ปัจจุบัน กองทุน LTF มีขนาดกองทุนสูงถึง 3 แสนกว่าล้านบาท ขณะที่อัตราผลตอบแทนหากลงทุนตั้งแต่ยุคแรกๆ และไม่มีการขายออกเลยจะให้ผลตอบแทนสูงถึงหลายเท่าตัว และที่สำคัญสามารถสร้างวัฒนธรรมการออมระยะยาวให้คนไทยได้ และยังช่วยตอบโจทย์ประเทศทั้งในแง่ของการลดความเหลื่อมล้ำลง

"เสียงตอบรับจากกระทรวงการคลังในเบื้องต้นมีแนวโน้มที่ดี โดยในสัปดาห์หน้าสภาธุรกิจตลาดทุนไทยจะเข้าไปอธิบายประโยชน์ต่างๆ ให้รัฐมนตรีคลังได้เห็น และส่วนตัวเชื่อว่าการลงทุนผ่านกองทุนในรูปแบบใหม่นี้จะช่วยให้คนไทยเข้าถึงการลงทุนในหุ้นมากขึ้น การลงทุนในหุ้นให้ผลตอบแทนที่ดีหากลงทุนในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเงินออม-เงินลงทุนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากได้รับผลตอบแทนที่ดีก็จะทำให้สามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในวัยเกษียณได้" นายไพบูลย์กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๐๒ เม.ย. แจกจริง! แบรนด์ซุปไก่สกัดส่งมอบรถเทสล่า มูลค่า 1.649 ล้านบาท ให้ผู้โชคดี ในแคมเปญ ดื่มแบรนด์ สแกนเลขในขวด ปี
๐๒ เม.ย. GFC ตอบโจทย์ทุกความปลอดภัยเรื่องอาคาร - ถังแช่แข็งตัวอ่อน เปิดให้บริการสำหรับผู้มีบุตรยากตามปกติครบ 3
๐๒ เม.ย. KJL ลุยภาคใต้! จัดใหญ่สัมมนา 'รวมพลคนไฟฟ้า ON TOUR' ที่ภูเก็ต
๐๒ เม.ย. แว่นท็อปเจริญ จับมือ กรมกำลังพลทหารบก แนะแนวการศึกษาและอาชีพ สร้างโอกาสแก่ทหารกองประจำการและครอบครัว
๐๒ เม.ย. AnyMind Group คว้ารางวัล Gold ในงาน Martech Innovation Awards 2025
๐๒ เม.ย. โชว์พลังดีไซน์ไทยในงาน STYLE Bangkok 2025 รวมแบรนด์ดาวรุ่งจาก Talent Thai และ Designers' Room ที่คุณไม่ควรพลาด
๐๒ เม.ย. ธนาคารกสิกรไทย จัดสัมมนาใหญ่ K WEALTH Forum: เจาะลึก 5 ปัจจัยเปลี่ยนเกมการลงทุนโลก
๐๒ เม.ย. PSP ปิดดีลทุ่ม 409.5 ลบ. ถือหุ้นใน รีไซเคิล เอ็นจิเนียริ่ง (RE) ปักหมุดธุรกิจสู่ศูนย์กลางรีไซเคิลสารเคมีแห่งภูมิภาค
๐๒ เม.ย. กลุ่มซีไอเอ็มบี เปิดรับสมัครสอบชิงทุน CIMB ASEAN Scholarship 2025 ทุนเรียนต่อปริญญาตรี - ปริญญาโท พร้อมโอกาสร่วมงานกับกลุ่มซีไอเอ็มบี
๐๒ เม.ย. ศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค เปิดพิกัดจุดสรงน้ำพระ เสริมสิริมงคลกับเทศกาล สงกรานต์อิ่มบุญ