กทม.แนะประชาชนลดปัจจัยเสี่ยง Sick Building Syndrome

อังคาร ๑๔ มกราคม ๒๐๒๐ ๑๖:๕๔
นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวกรณีสื่อมวลชนเสนอบทความ เมืองแห่งโอกาส..แต่ไม่น่าอยู่ (กทม.) ระบุเนื้อหาวิถีชีวิตในกรุงเทพฯ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจว่า ปัจจุบันคนในสังคมใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบมีการแข่งขันเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ด้านเกิดความเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลาส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายและสภาพจิตใจ อีกทั้งประชาชนส่วนใหญ่ทำงานในตึกหรือภายในอาคารที่มีสิ่งแวดล้อมทางกายภาพไม่เหมาะสมรวมทั้งปัจจัยทางจิตสังคมส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยที่สัมพันธ์กับอาคารที่เรียกว่า Sick Building Syndrome (SBS) หมายถึงภาวะผิดปกติด้านสุขภาพ ทางระบบตา ระบบทางเดินหายใจ ระบบผิวหนัง อาการทั่วไปที่เกิดขึ้นคล้ายๆกลุ่มคนทำงานในอาคารที่มีความสัมพันธ์กับช่วงเวลาที่อยู่ในอาคาร แต่ไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่นอนได้ ซึ่งอาการจะหายไปเมื่อออกนอกอาคาร โดยมีปัจจัยจากอุณหภูมิ แสง เสียง การสั่นสะเทือน การระบายอากาศ มลพิษเช่น ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ปัญหาน้ำรั่วซึม ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ไม่เหมาะสม ซึ่งควรเพิ่มอัตราการระบายอากาศ โดยจัดให้มีพัดลมดูดอากาศ จัดผังองค์กร แยกส่วนที่ชัดเจนลดแหล่งกำเนิดพิษ หลีกเลี่ยงการสัมผัส ลดความเครียดจากการทำงานพักสายตา ออกกำลังกาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เป็นต้น ส่วนการเจ็บป่วยที่เกิดจากอาคาร (Building Related Illness) เป็นการเจ็บป่วยที่เกิดจากการทำงานในอาคารที่สามารถระบุสาเหตุของการเจ็บป่วยได้ เช่น วัณโรค เชื้อไข้หวัดใหญ่ เชื้อแบคทีเรีย ทั้งนี้ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานในออฟฟิศ ลดการเจ็บป่วยด้วยโรคออฟฟิศซินโดรม สำนักอนามัยได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคคนวัยทำงานในสถานประกอบการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีแนวปฏิบัติในการป้องกันและลดการเกิดออฟฟิศซินโดรม ตลอดจนออกหน่วยคัดกรองสุขภาพในสถานประกอบการ เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ พร้อมทั้งให้ความรู้ในการป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค

ในส่วนของปัญหามลพิษทางอากาศในอาคารที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อนามัยของประชาชนที่ผ่านมาสำนักอนามัยได้จัดบริการตรวจวัดคุณภาพอากาศในอาคารสาธารณะต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข และอาคารสำนักงานต่าง ๆ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้มีความเหมาะสมต่อผู้ปฏิบัติงานและผู้ใช้บริการในอาคารนั้น ส่วนอาคารสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น โรงแรม ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้า มีการดำเนินการภายใต้โครงการ Bangkok Clean and Green เพื่อให้อาคารสาธารณะเหล่านี้ มีการจัดการด้านความสะอาด ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่ดีไม่ก่อให้เกิดโรคหรืออันตรายแก่ประชาชนผู้ใช้บริการในอาคารสาธารณะนั้น นอกจากนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 จะมีการสัมมนาผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่กว่า 200 แห่ง เพื่อกำหนดมาตรการในการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมภายในอาคารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นการป้องกันโรคติดต่อต่าง ๆ รวมทั้งการจัดการหม้อไอน้ำเพื่อลดการปล่อยฝุ่นละอองและมลพิษอากาศออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๗:๐๑ OR จับมือภาครัฐและผู้ประกอบการชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพการตลาดผลิตภัณฑ์ OTOP ผ่านโครงการ 'ไทยเด็ด' มุ่งเสริมแกร่งเศรษฐกิจชุมชนไทยอย่างยั่งยืน
๑๖:๒๒ เทลสกอร์ จับมือพันธมิตร ขับเคลื่อนโครงการ 'Help You, Help Me' สู่ปีที่ 6 ผสานพลังคอนเทนต์ครีเอเตอร์ สนับสนุนโครงการเพื่อสังคม
๑๖:๐๐ เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว สนับสนุนภารกิจกู้ภัย มอบอาหารและเครื่องดื่มให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์
๑๖:๐๐ ร้อนๆแบบนี้ มาหมุนให้ฉ่ำ!!สนุกสุดมันส์ไปกับเครื่องเล่น Water Roller ลูกบอลน้ำมหาสนุก
๑๖:๕๒ ซัมเมอร์นี้ชวนเช็กอินสมุย แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของชาวเวลเนส ที่ BDMS Wellness Clinic สาขา Celes Samui
๑๖:๑๑ โซเชียลจับตา ตึกถล่ม-อาฟเตอร์ช็อก ประเด็นร้อนหลังแผ่นดินไหว
๑๕:๐๐ กรมทรัพยากรน้ำ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เหียะน้อย พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่
๑๕:๐๐ GoWabi แพลตฟอร์มจองบริการบิวตี้ครบวงจรอันดับ 1 ในไทยเปิดตัวบริการ GoWabi POS พร้อมประกาศรางวัล GoWabi Top Rated
๑๕:๐๓ ทีทีบี เชิญชวนเที่ยว พิพิธภัณฑ์ครุฑ สืบสานพลังศรัทธา สรงน้ำ สมเด็จมหาราชทรงครุฑ เสริมพลังบุญรับปีใหม่ไทย
๑๕:๕๑ บัตรเครดิต ทีทีบี มอบโปรฯ ฟรีอัปเกรด! HUT บุฟเฟต์ อิ่มไม่อั้น จ่ายเพียง 399 บาท