รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำทีมเยี่ยมชม รพ. บำรุงราษฎร์ ในฐานะโรงพยาบาลกักกันแห่งรัฐทางเลือก หรือ AHQ ชูคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัย

ศุกร์ ๐๙ ตุลาคม ๒๐๒๐ ๑๔:๒๐

ดร. สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นพ. ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) นำคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และสื่อมวลชน เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานโรงพยาบาลกักกันแห่งรัฐทางเลือก (Alternative Hospital Quarantine - AHQ) ณ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยมี ภญ. อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ผู้อำนวยการด้านบริหาร (CEO) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้การต้อนรับและนำชมขั้นตอนและมาตรฐานการการดูแลผู้ป่วยต่างชาติที่เดินทางเข้ารับการรักษาพยาบาลในรูปแบบของ AHQ โดยโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีผู้ป่วยให้ความเชื่อมั่นเข้ารับการรักษาร้อยละ 40 จากกลุ่มสถานพยาบาล AHQ ที่เข้าร่วมโครงการ นับตั้งแต่ทางการได้อนุญาตให้ผู้ป่วยต่างชาติสามารถเดินทางเพื่อเข้ารับการรักษาในประเทศได้ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ นอกจากความสำเร็จในการส่งมอบการรักษาด้วยประสบการณ์ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์สั่งสมมาตลอด 40 ปี และการให้บริบาลด้วยความเอื้ออาทรด้วยน้ำใจแห่งความเป็นคนไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บำรุงราษฎร์ได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากผู้ป่วยเป็นจำนวนมากทั่วโลก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ยังมีการเตรียมพร้อมในการรับสถานการณ์การแพร่ระบาดได้อย่างดี ซึ่งทางโรงพยาบาลได้มีประสบการณ์การตรงในการรับมือมาตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคซาร์ส โรคไข้หวัดนก และโรคเมอร์ส

จากสถานการณ์โควิด-19 โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดในระยะเริ่มต้น เพื่อบริหารจัดการการดำเนินงานในช่วงโควิด-19 ได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ โดยมีทีมงานที่มีประสบการณ์คอยติดตามข้อมูลข่าวสารจากองค์กรภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจในการปรับเปลี่ยนการรับมือให้ทันต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วง โดยโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ยังคงยึดหลักผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางในทุกๆ การตัดสินใจ การปรับตัวในช่วงสถานการณ์โควิด-19 จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างถูกต้อง ถูกเวลา และตรงกับความต้องการหรือพฤติกรรมของผู้ป่วยที่เปลี่ยนไป อาทิ การแยกพื้นที่บริการผู้ป่วยโรคหวัด การให้บริการ 60 second service การให้บริการ teleconsultation ซึ่งมีความสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยต่างชาติที่อาจยังไม่สะดวกเดินทางเข้ามารับการรักษาในช่วงนี้ ที่สำคัญ การดำเนินการทุกอย่างของโรงพยาบาลฯ มุ่งเน้นในเรื่องคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยสูงสุดของทั้งผู้ป่วย ญาติ และทุกคนในโรงพยาบาล ตลอดจนความมุ่งมั่นเพื่อผลลัพธ์ของการรักษาอย่างเหมาะสมและดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยอ้างอิงจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับและพิสูจน์ได้เท่านั้น

ซึ่งจากการที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มุ่งมั่นในการดำเนินการตามมาตรฐานการตรวจคัดกรองและป้องกันอย่างเข้มงวดและสม่ำเสมอตลอดช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้องค์กรอิสระของสหรัฐอเมริกา Global Health Accreditation หรือ GHA ได้มอบประกาศนียบัตร GHA COVID-19 ให้กับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เป็นแห่งแรกของโลก เพื่อรับรองว่าโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เป็นโรงพยาบาลที่มีคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วยต่างชาติในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งไม่เพียงแต่นำชื่อเสียงมาให้โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เท่านั้น แต่ยังสร้างชื่อเสียงและความเชื่อมั่นให้กับการรักษาพยาบาลของประเทศอีกด้วย

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๗:๐๑ OR จับมือภาครัฐและผู้ประกอบการชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพการตลาดผลิตภัณฑ์ OTOP ผ่านโครงการ 'ไทยเด็ด' มุ่งเสริมแกร่งเศรษฐกิจชุมชนไทยอย่างยั่งยืน
๑๖:๒๒ เทลสกอร์ จับมือพันธมิตร ขับเคลื่อนโครงการ 'Help You, Help Me' สู่ปีที่ 6 ผสานพลังคอนเทนต์ครีเอเตอร์ สนับสนุนโครงการเพื่อสังคม
๑๖:๐๐ เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว สนับสนุนภารกิจกู้ภัย มอบอาหารและเครื่องดื่มให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์
๑๖:๐๐ ร้อนๆแบบนี้ มาหมุนให้ฉ่ำ!!สนุกสุดมันส์ไปกับเครื่องเล่น Water Roller ลูกบอลน้ำมหาสนุก
๑๖:๕๒ ซัมเมอร์นี้ชวนเช็กอินสมุย แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของชาวเวลเนส ที่ BDMS Wellness Clinic สาขา Celes Samui
๑๖:๑๑ โซเชียลจับตา ตึกถล่ม-อาฟเตอร์ช็อก ประเด็นร้อนหลังแผ่นดินไหว
๑๕:๐๐ กรมทรัพยากรน้ำ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เหียะน้อย พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่
๑๕:๐๐ GoWabi แพลตฟอร์มจองบริการบิวตี้ครบวงจรอันดับ 1 ในไทยเปิดตัวบริการ GoWabi POS พร้อมประกาศรางวัล GoWabi Top Rated
๑๕:๐๓ ทีทีบี เชิญชวนเที่ยว พิพิธภัณฑ์ครุฑ สืบสานพลังศรัทธา สรงน้ำ สมเด็จมหาราชทรงครุฑ เสริมพลังบุญรับปีใหม่ไทย
๑๕:๕๑ บัตรเครดิต ทีทีบี มอบโปรฯ ฟรีอัปเกรด! HUT บุฟเฟต์ อิ่มไม่อั้น จ่ายเพียง 399 บาท