เหล่าผู้นำธุรกิจเตือนปัญหาซัพพลายเชนจากผลพวงของโควิด-19 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อความสามารถในการทำกำไร

พฤหัส ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๐๒๒ ๑๕:๐๐
- ผลการศึกษาล่าสุดจากฟลินท์ฟ็อกซ์แสดงให้เห็นว่า 90% ของธุรกิจกำลังประสบความยากลำบากในการจัดการความผันผวนของตลาดจากผลพวงของโควิด-19 และเงินเฟ้อ

การศึกษาล่าสุดที่จัดทำโดยฟอร์เรสเตอร์ คอนซัลติง (Forrester Consulting) ในนามของฟลินท์ฟ็อกซ์ (Flintfox) แพลตฟอร์มด้านการจัดการราคาอัจฉริยะ ได้แสดงให้เห็นว่า บริษัทค้าปลีก บริษัทด้านการผลิต และบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค กำลังเผชิญกับความท้าทายในการจัดการด้านการทำกำไรขององค์กร สืบเนื่องมาจากผลกระทบของปัญหาโควิด-19 เงินเฟ้อและ และห่วงโซ่อุปทาน

ทั้งนี้ 90% ของธุรกิจรายงานว่า การระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อความสามารถในการจัดการด้านการกำหนดราคาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ขององค์กร โดย 39% เปิดเผยว่า บริษัทไม่สามารถไล่ตามความผันผวนของราคาในตลาดได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างชัดเจน โดยธุรกิจต่าง ๆ สูญเสียความสามารถในการทำกำไรเฉลี่ย 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี เพราะไม่สามารถตอบสนองต่อแรงกดดันต่าง ๆ ของตลาดได้รวดเร็วเพียงพอ

ผลการศึกษาผู้นำธุรกิจมากกว่า 900 รายได้เผยให้เห็นว่า รูปแบบธุรกิจในปัจจุบันทำให้จัดการกับการเปลี่ยนแปลงทางราคาไม่ได้ โดย 41% ยังคงพึ่งพากระบวนการแบบดั้งเดิมในการจัดการกับความผันผวนทางราคา ขณะที่ผู้นำธุรกิจกว่าครึ่งหนึ่ง (53%) ระบุว่า โรคระบาดกดดันให้พวกเขาต้องการทัศนวิสัยที่ดียิ่งขึ้นในด้านความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจรวมถึงอัตรากำไร เพื่อให้ตอบสนองความผันผวนทางราคาได้อย่างเหมาะสม

สำหรับปี 2565 นั้นจะเห็นการพลิกโฉมรูปแบบธุรกิจขับเคลื่อนนโยบายของคณะกรรมการ เนื่องจากการแปรเปลี่ยนไปของกระแสโลกคาดเดาได้ยากยิ่งขึ้น โดย 60% ของธุรกิจระบุว่า ข้อมูลคุณภาพต่ำและการจับข้อมูลที่ไม่ดีพอ เป็นปัจจัยขัดขวางความสามารถในการก้าวนำความผันผวนของตลาดและรักษาความสามารถในการแข่งขัน

การวิจัยฉบับนี้บ่งชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงไปสู่การจัดการด้านการกำหนดราคาอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ จะเป็นปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจที่มีความสำคัญเป็นอันดับแรก ในการจัดการกับผลกระทบจากภาวะชะงักงันทั่วโลกในปีหน้านี้ โดยธุรกิจกว่า 1 ใน 5 (23%) จะหันมาใช้เทคโนโลยีกำหนดราคาอัจฉริยะในปี 2565

ธุรกิจกว่า 3 ใน 4 (77%) ยกให้การกำหนดราคาอัตโนมัติด้วยระบบการกำหนดราคาอัจฉริยะ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดที่มีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ทางธุรกิจ เนื่องจากคาดเดาผลกระทบระยะยาวของโควิด-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจโลกได้ยากมากยิ่งขึ้น

จอห์น มอส ( John Moss) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฟลินท์ฟ็อกซ์ กล่าวว่า "หลังเกิดความไม่แน่นอนของโรคระบาด อัตรากำไรก็กลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างที่ไม่เคยเป็นมา และในขณะที่ปัญหาเงินเฟ้อและห่วงโซ่อุปทานสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ความสามารถในการรับมือกับความผันผวนได้อย่างรวดเร็วก็กลายมาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจเพิ่มมากขึ้น การหันมาใช้รูปแบบการกำหนดราคาอัจฉริยะจะทำให้ธุรกิจรับมือกับความซับซ้อนเชิงปฏิบัติการและรับรองอนาคตทางธุรกิจของบริษัทจากเหตุการณ์ที่เป็นภัยต่อตลาดได้"



ที่มา:  พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๗:๕๑ โอซีซี มอบความสุข ตัดผมฟรีให้กลุ่มผู้สูงอายุ
๑๖:๕๗ OR คงอันดับเครดิตที่ระดับ AA จาก TRIS Rating ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ด้วยแนวโน้ม Stable สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัทในฐานะผู้นำตลาดค้าปลีกน้ำมัน
๑๖:๑๕ เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Hikvision เสริมแกร่งตลาดโซลูชันความปลอดภัยในประเทศไทย
๑๖:๑๒ มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย) ส่งมอบผลิตภัณฑ์ในเครือฯ ร่วมเป็นกำลังให้เหล่าอาสาสมัครกู้ภัย
๑๖:๕๗ กทม. กำชับบุคลากรโรงเรียนในสังกัดปฏิบัติตามระเบียบ-เร่งจัดสวัสดิการดูแลอย่างเหมาะสม
๑๖:๕๕ CHOW ตอกย้ำคุณภาพมาตรฐานสากล ผ่านการรับรอง ISO 9001 และ ISO 14001
๑๖:๐๔ คาเฟ่ อเมซอน เปิดสาขาใหม่ ร้านกาแฟแบรนด์แรก ณ รัฐสภา ชวนสัมผัสประสบการณ์เครื่องดื่มคุณภาพ พร้อมวิวแม่น้ำเจ้าพระย
๑๖:๓๑ SMPC ส่งมอบหุ่นยนต์ดินสอช่วยงานแพทย์ ให้ รพ.มหาวิทยาลัยพะเยา และ รพ.พะเยา
๑๖:๒๓ เมกาบางนา จับมือ บัตรเครดิตวีซ่ากสิกรไทย เสิร์ฟโปรเด็ด มื้อนี้ K เลย อิ่มคุ้ม X4 ที่เมกาบางนา
๑๖:๑๙ เหนือ-อีสาน ยังอ่วมฝุ่น กรมอนามัย เร่งลงพื้นที่ แนะวิธีทำห้องปลอดฝุ่น-มุ้งสู้ฝุ่น