นางนันท์มนัส กล่าวเพิ่มเติมว่า "แม้ว่าปีนี้ ไทยจะได้รับความกดดันจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจจากประเทศหลักอย่าง สหรัฐ ยุโรป และจีน รวมถึงเงินเฟ้อระดับสูงที่กระทบต่อกำลังซื้อของภาคครัวเรือนและต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ แต่ในช่วง 3Q65 ที่ผ่านมา GDP ของไทย ยังมีการขยายตัวถึง 4.5% YoY หลังจากที่ภาครัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุม Covid-19 ให้ได้รับแรงสนับสนุนจากการท่องเที่ยว การอุปโภคบริโภค และการลงทุนของภาคเอกชน จึงส่งผลให้ 9 เดือนแรกของปี 2565 เศรษฐกิจไทยเติบโต 3.1% YoY และยังมีสัญญาณการฟื้นตัวมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 4Q65 จาก Pent-up Demand ของการเดินทาง, การผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางทั่วโลก และ High season ทำให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยเริ่มเข้าสู่การฟื้นตัว ซึ่งแตกต่างจากสหรัฐฯหรือยุโรปที่เศรษฐกิจฟื้นตัวมาก่อนแล้ว และมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย
ทั้งนี้ ในปี 2566 ตลาดการเงินจะยังมีความผันผวนต่อเนื่องอีกระยะ โดยความเสี่ยงภาวะถดถอยของเศรษฐกิจยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด จากความกังวลต่อการดำเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัวมากเกินไป รวมถึงความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ยังคงตึงเครียด ด้านในประเทศเอง ภาวะหนี้ครัวเรือนไทยที่ยังอยู่ในระดับสูงอาจกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ดี เรายังคงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยสามารถฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2566 สอดคล้องกับ IMF ที่คาดการณ์ภาพรวมสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอาเซียนยังเห็นภาพสดใส และคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มที่เศรษฐกิจจะเติบโตอยู่ที่ 4.9% และสำหรับทิศทางเศรษฐกิจไทยของปี 2566 คาดการณ์ว่ามีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 2.8% ในปีนี้ เป็น 3.7% ที่หนุนด้วยการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคท่องเที่ยว จึงเป็นจังหวะดีในการเข้าลงทุนในช่วงสิ้นปีนี้ เพื่อเตรียมรับโอกาสการเติบโตไปพร้อมกับตลาดหุ้นไทยปี 66 นอกจากนี้ IMF มองว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2566 จะเติบโตประมาณ 2.7% และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ยุโรป และลาตินอเมริกา จะเติบโตประมาณ 1%, 0.5% และ 1.7% ตามลำดับ"
กองทุน SCBDSHARC1YE เป็นกองทุน Complex Fund ที่มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนซึ่งมีปัจจัยอ้างอิง มีความแตกต่างจากการลงทุนหรือใช้บริการผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนทั่วไป และยังคงมีความเสี่ยงผิดชำระหนี้ (default risk) ที่อาจเกิดขึ้นจากการผิดชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร/เงินฝากที่อาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนได้ โดยผู้ลงทุนจะไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ในช่วงเวลา 1 ปี ซึ่งผลการดำเนินงานในอดีต มิได้ยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจลงทุน และมีความจำเป็นในการขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนทำการลงทุน
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการที่ บลจ.ไทยพาณิชย์ โทร. 02-777-7777 กด 0 กด 6 และผู้สนับสนุนการขายทุกราย หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://scbam.info/3UgZ89d
ที่มา: หลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์