ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 67 ขยายตัวที่ 2.6% มองช่วงครึ่งหลังของปีมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นจากการเบิกจ่ายงบฯ และการส่งออก แนะจับตาความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้า

พฤหัส ๒๐ มิถุนายน ๒๐๒๔ ๑๑:๕๔
นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมา เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะให้ภาพแรงส่งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แข็งแรงกว่าคาด จนตลาดปรับการคาดการณ์ว่าเฟดจะยังไม่ลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ หรือ Higher for Longer นั้น แต่ก็มีประเด็นที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากในระยะหลัง ได้แก่ นโยบายภาษีของสหรัฐฯ และยุโรปที่กีดกันอุตสาหกรรม Cleantech ของจีน ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และแผงโซลาร์ ซึ่งมองว่าจะส่งผลให้เกิดการย้ายฐานการผลิตในภูมิภาคยุโรป อาเซียน และอเมริกาใต้ ขณะที่ หากโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้ง กลยุทธ์ของจีนในการกระจายความเสี่ยงทางการค้า อย่างเช่น China+1 ที่ขยายฐานการผลิตออกจากจีนไปยังประเทศอื่น ๆ เพื่อเลี่ยงกำแพงภาษีทางการค้า ก็มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบ ดังนั้น ไทยต้องจับกระแสประเด็นการเปลี่ยนแปลงนี้ เพื่อภาคอุตสาหกรรมไทยปรับทิศทางได้ทัน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 67 ขยายตัวที่ 2.6% มองช่วงครึ่งหลังของปีมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นจากการเบิกจ่ายงบฯ และการส่งออก แนะจับตาความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้า

นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองเพิ่มเติมถึงทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ว่า มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นตามการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และการส่งออกที่ขยายตัวเป็นบวกมากขึ้นจากปัจจัยฐานต่ำในปี 2566 อย่างไรก็ตาม ประเด็นความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นข้างต้น การระบายสินค้าจากกำลังการผลิตส่วนเกินจากจีนมายังตลาดโลกรวมถึงไทย ในขณะที่ปัญหาเชิงโครงสร้างและความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงมีผลให้ส่งออกไทยฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ โดยสรุปภาพรวมทั้งปี 2567 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะอยู่ที่ 2.6%

ด้านแนวโน้มภาคอุตสาหกรรมไทยนั้น นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ให้น้ำหนักกับ 3 ปัจจัยที่จะกระทบภาคอุตสาหกรรมในช่วงข้างหน้า ได้แก่ 1. ความไม่แน่นอนของการเบิกจ่ายภาครัฐ ที่จะกระทบอุตสาหกรรมก่อสร้าง 2. สินค้านำเข้าที่ไหลเข้าไทยเพิ่มขึ้น จากผลของสงครามการค้า ซึ่งจะกระทบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ และเหล็ก 3. ต้นทุนทางธุรกิจเพิ่มขึ้น ทั้งราคาน้ำมันดีเซลที่ภาครัฐทยอยลดการอุดหนุน และค่าแรงที่มีทิศทางสูงขึ้น จะกระทบต่อเอสเอ็มอีโดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้แรงงานเข้มข้น

ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ภาครัฐควรเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ กวดขันสินค้านำเข้าและสนับสนุนการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) รวมถึงเติมสภาพคล่องให้กับ SMEs และเน้นวางแผนการจัดการน้ำ ขณะเดียวกัน ถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนจะต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจขนานใหญ่ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ ทำให้รายได้เติบโตเร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุน

ที่มา: ธนาคารกสิกรไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๐๘:๔๘ คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.พะเยา ลงพื้นที่คัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ ยกระดับคุณภาพชีวิตสู่สังคมสูงวัยอย่างยั่งยืน
๐๘:๑๖ ม.ราชภัฏรำไพพรรณี ส่งเสริมศิษย์ปัจจุบันสร้างชื่อเสียงร่วมกับศิษย์เก่า สนับสนุนเทพีสงกรานต์จำแลงวิถีท่าใหม่
๐๘:๐๔ NGG JEWELLERY แนะนำ กังหันแห่งความฝัน Windmill Dreamers
๐๘:๔๒ JT Express เปิดเผยรายงานความยั่งยืน ปี 2024 การขับเคลื่อนแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนด้านโลจิสติกส์
๐๘:๔๘ EnCo ร่วมดูแลชุมชนใกล้เคียงหลังแผ่นดินไหว
๐๘:๐๗ NER รับใบประกาศนียบัตร CAC ระดับ 3 ดาว ขั้นสูงสุดของรางวัล ตอกย้ำองค์กรบริหารงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในทุกมิติ
๐๘:๒๙ ราชภัฏรำไพฯ จับมือ ม.เกษตรฯ ยกระดับศักยภาพรอบด้าน สู่ความเป็นเลิศทางวิชาการและพัฒนาท้องถิ่น
๐๘:๑๗ ร้อนแรงเกินต้าน.วาโก้ ส่ง คอลเลกชันรับซัมเมอร์ อัพลุคให้ปังกับแฟชั่นที่สะท้อนสไตล์คุณ จัดเต็มทั้งชุดครอบครัว ชุดว่ายน้ำ บราท็อป
๐๘:๐๑ Kahoot! ปฏิวัติการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
๐๘:๕๕ ดูเพลินวันหยุดยาว Men in Black 4 ภาครวด ที่ทรูโฟร์ยู ช่อง 24