รู้จัก "โรคติดเชื้ออาร์เอสวีในผู้ใหญ่" ภัยเงียบที่อันตรายถึงชีวิต

พุธ ๐๓ กรกฎาคม ๒๐๒๔ ๑๕:๐๓
ภายหลังการระบาดของโควิด ผู้คนสนใจเรื่องการติดเชื้อที่แพร่กระจายทางการหายใจกันมากขึ้น และสามสหายสำคัญของโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มนี้ คือ "ไข้หวัดใหญ่" "โควิด" และ "อาร์เอสวี"
รู้จัก โรคติดเชื้ออาร์เอสวีในผู้ใหญ่ ภัยเงียบที่อันตรายถึงชีวิต

เชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus: RSV) เป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญของไข้หวัดในวัยเด็ก หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า 'โรคติดเชื้ออาร์เอสวี' ผู้ใหญ่ก็เป็นกันได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคปอดหรือโรคหัวใจอยู่เดิม ซึ่งเมื่อติดเชื้อนี้แล้วจะมีอาการรุนแรง และในบางรายอาจทำให้โรคเดิมกำเริบจนถึงขั้นทุพพลภาพหรือเสียชีวิต เพราะปัจจุบันโรคนี้ยังไม่มียารักษาโรคที่จำเพาะ แต่เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้

รศ. นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ เปิดเผยว่า 'โรคติดเชื้ออาร์เอสวีในผู้ใหญ่' เกิดขึ้นในระบบการหายใจทั้งส่วนบนคือจมูกและโพรงหลังจมูก และส่วนล่างคือหลอดลมลงไปจนถึงเนื้อปอด แพร่ระบาดติดต่อกันด้วยการได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจเอาละอองลอย หรือจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย ที่ติดตามผิวสัมผัสโดยมีไวรัสแฝงอยู่5 พบได้บ่อยในกลุ่มเด็กที่ไปโรงเรียนหรือสถานรับดูแลเด็กช่วงกลางวัน ซึ่งจะเป็นแหล่งนำเชื้อกลับมาแพร่ให้กับคนในบ้านโดยเฉพาะผู้สูงอายุ6 โรคนี้แพร่ระบาดได้ตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ภาวะโลกร้อนในปัจจุบันและในอนาคตเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พบโรคนี้มากขึ้นกว่าในอดีต

อาการของโรคจัดอยู่ในกลุ่มไข้หวัด คือ มีไข้ ไอ เจ็บคอ จาม น้ำมูกไหล ในคนปกติที่ร่างกายแข็งแรง โรคนี้จะหายได้เองภายใน 3-5 วัน แต่ในผู้สูงอายุโดยเฉพาะคนที่มีโรคร่วม เชื้อจะมีการลุกลามลงไปถึงหลอดลมฝอยและถุงลมปอดได้ ทำให้เกิดอาการหายใจลำบากเพราะหลอดลมตีบจากหลอดลมฝอยอักเสบ และอาจมีอาการหอบเหนื่อยมากจากถุงลมอักเสบลุกลามไปมากจนทำให้ปอดอักเสบเป็นวงกว้าง เมื่อเกิดความผิดปกติดังกล่าวข้างต้นแล้วไปพบแพทย์ช้า หรือไปพบแพทย์แล้วให้การวินิจฉัยได้แต่ก็ไม่มียาต้านไวรัสที่ได้ผลดีสำหรับรักษา จึงอาจทำให้เกิดผลลัพธ์ในด้านลบที่ทุกฝ่ายไม่พึงประสงค์

"ผู้ใหญ่ทุกคนมีความเสี่ยงติดเชื้ออาร์เอสวี แต่คนทั่วไปที่แข็งแรงดี เมื่อติดเชื้อมักจะหายได้ง่ายเหมือนไข้หวัดธรรมดา แต่ถ้าอายุมากขึ้น อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะมีโรคเรื้อรัง ที่สำคัญคือ โรคปอด โรคหัวใจ หากติดเชื้อ ก็จะมีอาการรุนแรงมากกว่าคนปกติได้ เพราะเมื่อเชื้อเข้าไปหลอดลมและปอด ทำให้โรคปอดกำเริบและกระเทือนไปถึงหัวใจที่ทำงานประสานงานกัน ทำให้กลุ่มเสี่ยงคือ คนที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปและมีโรคเรื้อรัง" รศ. นพ.นิธิพัฒน์ กล่าว

แม้ว่าปัจจุบันโรคติดเชื้ออาร์เอสวีในผู้ใหญ่จะยังไม่มีการรักษาจำเพาะที่ได้ผล แต่สามารถป้องกันโรคนี้ไม่ให้ระบาดรุนแรงได้ ด้วยมาตรการเช่นเดียวกับการป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่และโควิด คือ การหมั่นล้างมือเมื่อออกไปในที่สาธารณะในช่วงที่มีการระบาด หลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่สาธารณะที่มีผู้คนแออัดและมีการระบายอากาศไม่ดี ถ้าจำเป็น ต้องใส่หน้ากากให้แน่นหนาและถูกวิธี ถ้าเป็นหวัด ไม่ควรออกนอกบ้าน แต่ถ้าจำเป็น ให้ใช้เวลาสั้นที่สุด ใส่หน้ากากตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดผู้อื่น นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีวัคซีนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการป้องกันโรคติดเชื้ออาร์เอสวี สามารถปรึกษาแพทย์ถึงการป้องกันที่เหมาะสมโดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคปอดและหัวใจอยู่เดิม

ที่มา: เอบีเอ็ม คอนเนค

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๗:๕๑ โอซีซี มอบความสุข ตัดผมฟรีให้กลุ่มผู้สูงอายุ
๑๖:๕๗ OR คงอันดับเครดิตที่ระดับ AA จาก TRIS Rating ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ด้วยแนวโน้ม Stable สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัทในฐานะผู้นำตลาดค้าปลีกน้ำมัน
๑๖:๑๕ เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Hikvision เสริมแกร่งตลาดโซลูชันความปลอดภัยในประเทศไทย
๑๖:๑๒ มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย) ส่งมอบผลิตภัณฑ์ในเครือฯ ร่วมเป็นกำลังให้เหล่าอาสาสมัครกู้ภัย
๑๖:๕๗ กทม. กำชับบุคลากรโรงเรียนในสังกัดปฏิบัติตามระเบียบ-เร่งจัดสวัสดิการดูแลอย่างเหมาะสม
๑๖:๕๕ CHOW ตอกย้ำคุณภาพมาตรฐานสากล ผ่านการรับรอง ISO 9001 และ ISO 14001
๑๖:๐๔ คาเฟ่ อเมซอน เปิดสาขาใหม่ ร้านกาแฟแบรนด์แรก ณ รัฐสภา ชวนสัมผัสประสบการณ์เครื่องดื่มคุณภาพ พร้อมวิวแม่น้ำเจ้าพระย
๑๖:๓๑ SMPC ส่งมอบหุ่นยนต์ดินสอช่วยงานแพทย์ ให้ รพ.มหาวิทยาลัยพะเยา และ รพ.พะเยา
๑๖:๒๓ เมกาบางนา จับมือ บัตรเครดิตวีซ่ากสิกรไทย เสิร์ฟโปรเด็ด มื้อนี้ K เลย อิ่มคุ้ม X4 ที่เมกาบางนา
๑๖:๑๙ เหนือ-อีสาน ยังอ่วมฝุ่น กรมอนามัย เร่งลงพื้นที่ แนะวิธีทำห้องปลอดฝุ่น-มุ้งสู้ฝุ่น