ทั้งนี้ จากผลการตรวจวิเคราะห์โรงฆ่าไก่ทั้ง 8 ราย โดยว่าจ้างบริษัทห้องปฏิบัติการเอกชนพบว่า ปริมาณสารเจือปน หรือค่ามลพิษในอากาศจากสถานประกอบกิจการโรงฆ่าสัตว์ ในเดือน ธ.ค. 67 มีค่ามลพิษอากาศผ่านทุกพารามิเตอร์ในกิจการโรงฆ่าสัตว์ทั้ง 8 ราย ส่วนผลการตรวจวิเคราะห์น้ำเสีย หรือน้ำทิ้งจากกิจการโรงฆ่าสัตว์พบว่า โรงฆ่าไก่ทั้ง 8 ราย มีระบบบำบัดน้ำเสียเบื้องต้น ชนิดบ่อเกรอะที่มีการเติมตัวกลางสำหรับจุลินทรีย์แบบเกาะติด โดยติดตั้งครบทุกรายกิจการสถานประกอบการ สรุปได้ว่าน้ำทิ้งจากโรงฆ่าไก่ทั้ง 8 ราย มีค่าคุณภาพมาตรฐานน้ำทิ้งผ่านเกณฑ์มาตรฐานของโรงงานอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม เพื่อความถูกต้องในการควบคุมกิจการโรงฆ่าไก่ให้ไม่มีการปล่อยมลพิษทางน้ำที่ไม่ได้ตามมาตรฐานน้ำทิ้งโรงงานเกี่ยวกับกิจการสัตว์ เช่น โรงฆ่าไก่ เป็นต้น ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม สนอ. จะประสานเบื้องต้นกับสำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ (สนน.) เข้าเก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง เพื่อตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการต่อไป
นอกจากนี้ สนอ. และสำนักงานเขตฯ จะดำเนินการตรวจสอบวัดกลิ่นและควันรบกวนบริเวณชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากกลิ่นรบกวนดังกล่าวในวันที่ 11 ก.พ. 68 รวมทั้งมีข้อสั่งการจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ผู้ประกอบการ 6 ราย ที่ยังใช้ถ่านเป็นเชื้อเพลิงเปลี่ยนเป็นแก๊ส LPG แทน โดย สนอ. ได้ชี้แจงทำความเข้าใจและจัดหาแนวทางการเปลี่ยนเชื้อเพลิงเป็นแก๊ส LPG จากกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการโรงฆ่าไก่ในการพิจารณาเปลี่ยนเชื้อเพลิง และขอความร่วมมือผู้ประกอบการทั้ง 8 ราย ประกอบกิจการให้ถูกสุขลักษณะ เช่น หมั่นทำความสะอาด เก็บเศษขนไก่ และตักเศษขนไก่และไขมันที่บ่อบำบัดน้ำเสียขั้นต้นเป็นประจำ
นางสาวสุชิรา ศิลานนท์ ผู้อำนวยการเขตวัฒนา กทม. กล่าวว่า โรงงานฆ่าไก่ทั้ง 8 รายที่ถูกร้องเรียนดังกล่าว มีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจาก กทม. ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และใบอนุญาตประกอบกิจการฆ่าสัตว์จากกรมปศุสัตว์อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การควบคุมการปลดปล่อยมลพิษของโรงงานฆ่าไก่เป็นไปตามมาตรฐานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานเขตฯ ได้ประสานสำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ สนน. เข้าเก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง เพื่อตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ และประสานกรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมควบคุมมลพิษเข้าตรวจสอบการดำเนินงานของโรงงานฆ่าไก่ เพื่อให้เป็นตามอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ จะเข้าตรวจสอบสุขลักษณะสถานที่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ โดยบูรณาการตรวจสอบการดำเนินงานของโรงงานฆ่าไก่ร่วมกับกรมปศุสัตว์ เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 68 และขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนมาใช้แก๊ส LPG เป็นเชื้อเพลิงในการต้มน้ำลวกไก่แทนการใช้ถ่าน เพื่อลดการเกิดฝุ่นควันจากการเผาไหม้ รวมทั้งกำชับให้ดูแลรักษาความสะอาด เก็บเศษขนไก่ และตักเศษขนไก่และไขมันที่บ่อบำบัดน้ำเสียขั้นต้นเป็นประจำ
ที่มา: กรุงเทพมหานคร