ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ พร้อมด้วย อาจารย์วิเชียร แก้วสมบัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ประเมินผลกระทบของภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ที่มีต่อเศรษฐกิจไทย หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีพื้นฐาน สำหรับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าสหรัฐฯ โดยประเทศไทยโดนเรียกเก็บถึงร้อยละ 36 ซึ่งจะมีผล 9 เม.ย.นี้ ว่าตัวเลขที่ออกมานั้น มากกว่าที่เคยประมาณการเอาไว้ที่อัตราภาษี 10-15% ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ที่ประมาณการไว้ในระดับ 0.87% แต่เมื่อมีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าถึงร้อยละ 36 คาดว่ามาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 จะมีผลทำให้มูลค่าการส่งออกรวมของไทยลดลงประมาณ 359,104 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ -1.93% ของ GDP โดยเป็นผลกระทบทางตรงจากการส่งออกสินค้าไปยังตลาดสหรัฐฯ ลดลง 300,237 ล้านบาท
ขณะที่ผลกระทบทางอ้อม มีทั้งการส่งออกวัตถุดิบของไทยในห่วงโซ่อุปทานจีน -เม็กซิโก แคนาดา กับสหรัฐฯ อีกราว 58,867 ล้านบาท ซึ่งจะมีผลให้เศรษฐกิจขยายตัวลดลง 1-2% ดังนั้นทำให้มีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจปี 2568 จะโตต่ำกว่า 2% ในปีนี้
ที่มา: มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย