STARLUX รับมอบเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ลำแรก

สตาร์ลักซ์ แอร์ไลน์ส (STARLUX Airlines) สายการบินจากไต้หวัน ได้รับมอบเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ลำแรก จากจำนวนทั้งหมด 18 ลำ ส่งผลให้ STARLUX ก้าวขึ้นเป็นสายการบินลำดับที่ 11 ของโลกที่นำเครื่องบินรุ่นใหญ่ที่สุดในตระกูล เอ350 (A350) เข้าประจำการ โดยเครื่องบิน เอ350-1000 (A350-1000) ลำใหม่นี้จะเข้าประจำการร่วมกับฝูงบิน เอ350-900 (A350-900) จำนวน 10 ลำที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้บริการเที่ยวบินระยะไกลระดับพรีเมียมจากไทเปสู่ยุโรป และทวีปอเมริกาเหนือ รวมถึงเส้นทางที่คัดเลือกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

Wednesday 7 January 2026 14:48
STARLUX รับมอบเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ลำแรก

เพื่อเฉลิมฉลองการเข้าประจำการของสมาชิกใหม่ล่าสุดในฝูงบิน STARLUX ได้เปิดตัวลวดลายตัวถังเครื่องบินโฉมใหม่ที่โดดเด่น สะท้อนทั้งนวัตกรรมและอัตลักษณ์ของสายการบิน โดยการออกแบบผสานเอกลักษณ์ด้านภาพลักษณ์ของ STARLUX เข้ากับลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งสื่อถึงวัสดุคอมโพสิตขั้นสูงที่เป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างเครื่องบิน นอกจากนี้ ตัวเลข "1000" ที่ปรากฏอย่างเด่นชัดบนลำตัวเครื่อง ยังเน้นย้ำสถานะของ A350-1000 ในฐานะเครื่องบินแอร์บัสรุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่อยู่ระหว่างการผลิต และทำหน้าที่เป็นเครื่องบินหลักรุ่นใหม่ของสายการบิน

ปัจจุบัน STARLUX ให้บริการด้วยฝูงบินแอร์บัสทั้งหมด ประกอบด้วยเครื่องบินรุ่น เอ321นีโอ (A321neo) เอ330-900 (A330-900) และ A350-900 โดยเครื่องบิน A350-1000 ลำใหม่นี้จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งและเติมเต็มฝูงบินที่มีอยู่ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ สายการบินยังได้สั่งซื้อเครื่องบินขนส่งสินค้า เอ350เอฟ (A350F) จำนวน 10 ลำ เพื่อรองรับการพัฒนาเครือข่ายการขนส่งสินค้าในอนาคต

A350 เป็นเครื่องบินลำตัวกว้างที่ทันสมัยที่สุดในโลก และได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการเดินทางระหว่างทวีป ด้วยการออกแบบใหม่ทั้งหมดที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยและอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง มอบประสิทธิภาพในการปฏิบัติการและความสะดวกสบายของผู้โดยสารในระดับที่โดดเด่น เครื่องยนต์เจเนอเรชันใหม่ควบคู่กับการใช้วัสดุน้ำหนักเบา ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง ต้นทุนการดำเนินงาน และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องบินคู่แข่งในรุ่นก่อนหน้า นอกจากนี้ A350 ยังมาพร้อมห้องโดยสาร Airspace ที่กว้างขวาง ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย ด้วยที่นั่งขนาดกว้าง เพดานสูง และระบบแสงไฟที่ออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศการเดินทางที่ผ่อนคลาย

เช่นเดียวกับเครื่องบินแอร์บัสทุกรุ่น เครื่องบิน A350 สามารถปฏิบัติการบินด้วยเชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ในสัดส่วนผสมได้สูงสุดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และแอร์บัสตั้งเป้าให้เครื่องบินของบริษัทสามารถรองรับการใช้ SAF ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ. 2573

ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เครื่องบินตระกูล A350 มียอดคำสั่งซื้อสะสมเกือบ 1,500 ลำ จากลูกค้า 66 รายทั่วโลก