สำหรับการศึกษาครั้งนี้ สศก. โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8, 9 และ 10 ได้รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เกษตรกรในปีการผลิต 2567 ในพื้นที่แหล่งผลิตปาล์มน้ำมันที่สำคัญของประเทศไทย จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ ชุมพร พังงา ระนอง นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล และประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างเกษตรกร จำนวน 304 ราย โดยนำแนวคิด ต้นทุนส่วนเพิ่มในการลดก๊าซเรือนกระจก (Marginal Abatement Cost: MAC) มาเป็นกรอบในการวิเคราะห์เปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างเกษตรกรทั่วไปและเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน
จากผลการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างเกษตรกรทั่วไปและเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน พบว่า "การวิเคราะห์ดินก่อนการใส่ปุ๋ย" โดยสามารถช่วยให้เกษตรกร ประหยัดต้นทุนค่าปุ๋ยลงได้เฉลี่ย 348.61 บาทต่อไร่ เนื่องจากการใช้ปุ๋ยที่ตรงตามความต้องการของดินและพืช ช่วยลดการใช้แม่ปุ๋ยที่เกินความจำเป็น ซึ่งแม้ภาพรวมเกษตรกรกลุ่มนี้จะมีต้นทุนการผลิตรวมสูงกว่าเกษตรกรทั่วไป (ประมาณ 248.55 บาทต่อไร่) ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณผลผลิต แต่เมื่อพิจารณาผลลัพธ์ที่ได้นับว่าคุ้มค่ามาก เพราะทำให้มี ผลผลิตปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 632.48 กิโลกรัมต่อไร่ และกำไรสุทธิของเกษตรกรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3,533.68 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็น 0.53 บาทต่อกิโลกรัม สะท้อนให้เห็นว่าสามารถสร้างแรงจูงใจทางด้านเศรษฐกิจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตไปสู่แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ โดยสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ในด้านสิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่าเกษตรกรทั่วไปถึง 93.44 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) ต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 10.94 โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) จากปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด ในกระบวนการผลิต
เมื่อพิจารณาในเชิงเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม พบว่า การวิเคราะห์ดินก่อนใส่ปุ๋ย มีค่าต้นทุนส่วนเพิ่มในการลดก๊าซเรือนกระจก (MAC) เท่ากับ -37.81 ซึ่งตัวเลขที่ติดลบนี้มีความหมายสำคัญ คือ เมื่อเกษตรกรเปลี่ยนจากการผลิตปาล์มแบบทั่วไปมาใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดการลดก๊าซเรือนกระจก 1 kgCO2e ได้เท่ากับ 37.81 บาท ซึ่งถือเป็นมาตรการที่ Win-Win คือสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนการผลิตโดยรวม นับเป็นมาตรการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน และมีศักยภาพในการขยายผลในวงกว้างระดับประเทศ
จากผลการศึกษาจะเห็นได้ว่า การลดก๊าซเรือนกระจกสร้างกำไรเพิ่มได้จริง โดยใช้แรงจูงใจทางเศรษฐกิจนำทาง อย่างไรก็ตาม ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นเรื่องคุณภาพปุ๋ยชุมชนและความต่อเนื่องของการตรวจดิน ทั้งนี้ สศก. แนะให้ เกษตรกร ปรับการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและรวมกลุ่มเพื่อเข้าถึงเทคโนโลยี ส่วน ภาครัฐ ต้องบริการตรวจดินให้ รวดเร็ว แม่นยำ เข้าถึงง่าย ยกระดับมาตรฐานปุ๋ยชุมชน และเตรียมความพร้อมสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญ ในการขับเคลื่อนปาล์มน้ำมันไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลกต่อไป สำหรับท่านที่สนใจผลการศึกษาเพิ่มเติม สามารถสอบถามมาได้ที่ สำนักงานเศราฐกิจการเกษตรที่ 9 สงขลา (สศท.9) โทรศัพท์ 074 312 996 ในวันและเวลาราชการ