อินเวอร์เตอร์จาก Solis โดดเด่นด้วยความคุ้มค่า แข็งแรงทนทาน ได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล มาพร้อมระบบ Monitoring ที่ใช้งานง่าย และรองรับเทคโนโลยี Hybrid รวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน (Battery) อย่างครบวงจร จึงทำให้ Solis กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงในประเทศไทยและทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานที่มองหาสมดุลระหว่าง "ราคา" และ "ประสิทธิภาพ"
การเยี่ยมชมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการดูสายการผลิตทั่วไป แต่เป็นการเปิดมุมมองสู่อนาคตของพลังงานสะอาดที่ขับเคลื่อนด้วยความแม่นยำและนวัตกรรมขั้นสูง ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่โรงงาน สิ่งที่สัมผัสได้คือความล้ำสมัยของสายการผลิตแบบ Automation เกือบทั้งหมด โดย Solis ใช้หุ่นยนต์และระบบ AI ในกระบวนการประกอบชิ้นส่วนที่ต้องการความละเอียดสูง เพื่อลด Human Error และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้ทันต่อความต้องการของตลาดโลกที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
อินเวอร์เตอร์ทุกเครื่องต้องผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบในสภาวะอุณหภูมิสุดขั้ว ตั้งแต่ร้อนจัดจนถึงหนาวจัด การเปิดใช้งานต่อเนื่องเพื่อจำลองการใช้งานจริงในระยะยาวหลายสิบปี รวมถึงการทดสอบมาตรฐาน IP65/IP66 เพื่อยืนยันความทนทานต่อทุกสภาพอากาศ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงมาตรฐานคุณภาพระดับโลกของ Solis และสร้างความเชื่อมั่นว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานและเชื่อถือได้
ภายในงานยังมีการจัดแสดงโซลูชัน Hybrid Inverter รุ่นล่าสุด Solis 125kW Hybrid ซึ่งเป็นโซลูชันกักเก็บพลังงานแบบ 3 เฟส สำหรับกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรม (C&I) โดยเฉพาะ และถือเป็นรุ่นที่ทรงพลังที่สุดในตระกูล Hybrid ของ Solis ในปัจจุบัน จุดเด่นสำคัญ ได้แก่
- รองรับโหลดกระชากสูง: ในโหมดสำรองไฟ (Off-grid) สามารถทนโหลดเกินได้ถึง 160% เป็นเวลา 10 วินาที เหมาะสำหรับการสตาร์ทมอเตอร์หรือเครื่องจักรขนาดใหญ่
- พอร์ตอเนกประสงค์ (GEN / Smart Load) และการจัดการเฟสอิสระ รองรับ 100% Unbalanced Output
- รองรับการต่อขนานได้สูงสุด 10 เครื่อง ให้กำลังรวมสูงถึง 1.25 MW
- ช่วยลด Peak Demand โดยจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ในช่วงที่ค่าไฟสูง
- มีระบบสำรองไฟที่เชื่อถือได้ เหมาะสำหรับคลังสินค้าแช่เย็น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และโรงงานที่ไม่สามารถหยุดสายการผลิตได้
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการเปิดตัว SolisStorage EverCore โซลูชันกักเก็บพลังงานอัจฉริยะแบบครบวงจร (All-in-One Energy Storage System - ESS) สำหรับกลุ่มธุรกิจ อุตสาหกรรม และโครงการขนาดใหญ่ โดย EverCore รวมเอาอินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี่ และระบบบริหารจัดการพลังงาน (EMS) ไว้ในยูนิตเดียว ทำให้ติดตั้งง่ายและมีประสิทธิภาพสูงกว่าการแยกอุปกรณ์หลายระบบเข้าด้วยกัน
จุดเด่นของ EverCore ได้แก่
- Integrated Design: รวม Hybrid Inverter, แบตเตอรี่ LFP, ระบบดับเพลิง และระบบควบคุมอุณหภูมิไว้ในยูนิตเดียว พร้อมใช้งาน
- Modular & Scalable: ขยายระบบได้ตั้งแต่ระดับ 100 kWh ไปจนถึงระดับเมกะวัตต์ (1.25 MW / 15.66 MWh)
- สลับเป็นโหมดสำรองไฟ (Off-grid) ได้ภายในไม่ถึง 10 มิลลิวินาที (10 ms) ไฟไม่กระพริบ
- ทำงานร่วมกับ SolisCloud และระบบ AI เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ไฟ ช่วยคำนวณการชาร์จและจ่ายไฟให้คุ้มค่าที่สุด เช่น ชาร์จไฟในช่วงค่าไฟต่ำ และจ่ายไฟในช่วงค่าไฟสูง
การเยี่ยมชมโรงงาน Solis ในครั้งนี้ ทำให้เห็นชัดว่าอินเวอร์เตอร์ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแปลงไฟอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น "สมองอัจฉริยะ" ของบ้านและโรงงานอุตสาหกรรม ความมุ่งมั่นด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ของ Solis จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้พลังงานแสงอาทิตย์เข้าถึงได้ง่าย คุ้มค่า และยั่งยืนสำหรับทุกคนในอนาคต