นายธณัฐ เตชะเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ เวลท์เอกซ์ จำกัด ได้เปิดเผยถึงจุดประสงค์ของการจัดงานสัมมนาครั้งนี้ขึ้นว่า "นอกจากการสร้างการรับรู้เพื่อทำให้ผู้คนได้รู้จักแพลตฟอร์ม WealthX ที่ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงความง่าย ความปลอดภัย ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลได้อย่างลึกซึ้ง และแม่นยำที่สุด อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญของการจัดงานสัมมนาครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้การลงทุนให้กับบุคคลทั่วไป ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของ WealthX ที่มีความมุ่งมั่นให้ทุกคนสามารถสร้างอิสรภาพทางการเงิน และคุณภาพชีวิตที่ดีได้ในระยะยาวได้"
โดยภายในงานสัมมนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน มาร่วมเป็นวิทยากร อาทิ นายคมสัน ผลานุสนธิ กรรมการผู้จัดการ บลจ. แอสเซท พลัส และนางสาวมทินา วัชรวราทร, CFA ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ. กสิกรไทย ที่มาร่วมบรรยายภายใต้หัวข้อ "ชำแหละกองทุนหุ้นนอกตัว TOP จาก บลจ. แอสเซท พลัส และ บลจ. กสิกรไทย" โดยทั้ง 2 ท่าน ได้มีการเผยถึงความเสี่ยงในระยะสั้นจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ที่ผู้ลงทุนไม่ควรกังวลมากจนเกินไป แต่ควรให้ความสำคัญกับเรื่องของปัจจัยพื้นฐาน รวมถึงการแนะนำกองทุนรวมในธีมต่าง ๆ ที่มีโอกาสเอาชนะความผันผวนได้ เช่น นางสาวมทินาแนะนำธีมเทคโนโลยีฝั่งเอเชีย และเทคโนโลยีโลก นายคมสันแนะนำธีมความมั่นคงทางการป้องกันประเทศ และธีมประเทศเวียดนาม เป็นต้น
นายวีระพงษ์ ธัม ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่า กับการบรรยายภายใต้หัวข้อ "ลงทุนกองทุนอย่างไร ผลตอบแทนดีไม่แพ้นักลงทุน FULL-TIME" ได้มาแชร์ถึงกลยุทธ์การลงทุนในยุคนี้ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งผู้ลงทุนจำเป็นต้องปรับแนวคิดใหม่ โดยไม่ควรโฟกัสที่เรื่องของผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่ควรให้ความสำคัญกับเรื่อง ความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นจากความผันผวน การลงทุนในระยะยาว และต้นทุนค่าธรรมเนียม และนอกจากนี้ ผู้ลงทุนไม่ควรเน้นหาหุ้นผู้ชนะตัวเดียวแบบในอดีต แต่ต้องกระจายไปตามได้เปรียบ ด้วยการใช้กลยุทธ์ Core & Satellite
ในขณะเดียวกัน นางสาวณริดา มานะสมจิตร Senior Financial Advisor in Singapore และเจ้าของเพจ Gee Money & More ก็มาร่วมให้ความรู้ในหัวข้อ "INSIGHTS จัดพอร์ตกองทุนรวมหุ้นนอก จากเศรษฐีระดับโลก" โดยเล่าถึงกลุ่มสินทรัพย์ที่น่าสนใจอย่าง "กลุ่มระบบนิเวศ AI" ที่ควรเน้นไปที่กลุ่มผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ สินค้าที่ถูกนำมาใช้ผลิตปัญญาประดิษฐ์ สินค้าที่มีการวางจำหน่ายแล้ว และกลุ่มพลังงานที่ธุรกิจ AI มีความจำเป็นต้องใช้ รวมถึงธีมอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ของจีน เช่น ธุรกิจหุ่นยนต์ หรือแบตเตอรี่ เป็นต้น
รวมถึง นายธณัฐ ที่มาบรรยายในหัวข้อ "WealthX จะช่วยเราบริหารความมั่งคั่งได้อย่างไร" โดยถือเป็นการเปิดตัวการใช้งานแพลตฟอร์ม WealthX อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดเผยเทคโนโลยีสำคัญ YIELDTECHTM ที่จะสามารถสร้างคำสั่งขายกองทุนรวมรายเดือนให้เป็นรายรับประจำแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะเปิดให้ใช้กันได้ภายในไตรมาส 1 ของปีนี้
และหัวข้อสุดท้ายคือ "เคล็ดลับเลือกกองทุน RMF ผลตอบแทนดี ลดหย่อนสูง ฉบับคนงานเยอะ ไม่มีเวลา" ที่นายธณัฐ ได้มีการบรรยายร่วมกับนายกิตติศักดิ์ โควินท์ทวีวัฒน์ นักลงทุนเน้นคุณค่า และเจ้าของเพจ Billionaire VI ซึ่งทั้งคู่ได้มีการบอกเล่าถึงการหาจังหวะเวลาในการซื้อกองทุน RMF ที่ตอบโจทย์ในปี 2569 ซึ่งคาดเดาภาพรวมเศรษฐกิจได้ยาก โดยแนะนำให้กระจายความเสี่ยงไปหลายสินทรัพย์ โดยแบ่งเป็น Core 70% ลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ หรือหุ้นทั่วโลก กับ Satellite 30% ลงทุนในธีมที่ชอบ เช่น จีน, AI, Healthcare โดยรอเข้าซื้อในจังหวะที่ตลาดปรับตัวลงแรง รวมทั้งการให้คำแนะนำถึงการเลือกกองทุนรวมที่ไม่จ่ายค่าประกันความเสี่ยงค่าเงิน (Unhedged) ที่อาจสร้างประโยชน์ได้มากกว่าสำหรับผู้ลงทุนระยะยาว
ทั้งนี้ WealthX ถือเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนในกองทุนรวม ที่มาพร้อมเครื่องมือจัดการพอร์ต และกองทุนลดหย่อนภาษีที่ออกแบบมาเพื่อ "ทำให้การสร้างความมั่งคั่งเป็นเรื่องง่าย" สำหรับคนไทยทุกคน จากคุณสมบัติสำคัญ 3 เทคโนโลยีอย่าง PICKTECHTM ที่จะมีการใช้โมเดลทางสถิติและข้อมูลย้อนหลังมาช่วยคัดสรรและเปรียบเทียบกองทุนที่เด่นที่สุดในแต่ละธีมการลงทุน PORTTECHTM ระบบที่ช่วยจัดพอร์ตให้สอดคล้องกับความสนใจ และความเสี่ยงที่รับได้ของผู้ลงทุน และ NAVTECHTM ระบบแสดงผลตอบแทนของพอร์ตเพื่อนำมาวัดผลกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มได้อย่างแม่นยำ และนอกจากนั้นในแพลตฟอร์ม WealthX ยังมีกองทุน Exclusive ค่าจัดการต่ำหลายกองทุนที่ถูกคัดสรรมาพิเศษให้แก่ลูกค้าของ WealthX โดยเฉพาะ
สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน WealthX ได้ที่ AppStore และ PlayStore เพื่อเข้าถึงแพลตฟอร์มการลงทุนที่พร้อมช่วยบริหารความมั่งคั่งให้คุณได้ทันที หรือศึกษาข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.wealthx.co/