ดร.ณัฐนัย อนันตรัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจ ในปี 2569 ว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ระดับ 2,200 ล้านบาท ซึ่งมาจากการเข้ารับงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยคาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้เป็นรายได้ภายในปีนี้ประมาณ 40% และส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปีถัดไป
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการปี 2569 บริษัทฯ คาดว่าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดการณ์รายได้รวมที่ระดับ 3,500 ล้านบาท เติบโตที่ประมาณ 10-15% ซึ่งมาจากหลายปัจจัยหนุนที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การประมูลโครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ระยะที่ 3 (USO 3) ของ กสทช. ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนุนสำคัญของการเติบโตด้านรายได้และกำไรในปี 2569 นี้
ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ก็เล็งเห็นโอกาสการเติบโตจากอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยอยู่ระหว่างรอลงนามสัญญางานระบบไมโครเวฟสำหรับกองบัญชาการกองทัพไทย มูลค่า 99 ล้านบาท เพื่อใช้ในระบบการสื่อสาร เรดาร์และการตรวจจับพื้นที่ยุทธศาสตร์ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ มีประสบการณ์ในโครงการโดรนและแอนตี้โดรน ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันมีความต้องการอย่างมาก
นอกจากแผนรุกตลาดในประเทศแล้ว จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะขับเคลื่อน ITEL ให้เติบโตแบบก้าวกระโดดได้คือ การจัดตั้ง "ITEL Global" ร่วมกับ SEAX พันธมิตรผู้ให้บริการเคเบิลใต้น้ำรายใหญ่จากสิงคโปร์ ที่จะเข้ามาช่วยเสริมแกร่งทั้งด้านเงินทุนและฐานลูกค้า ยกระดับขีดความสามารถจากผู้ให้บริการโครงข่ายภายในประเทศ สู่การเป็นผู้เล่นในระดับภูมิภาค การผนึกกำลังในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดประตูสู่ตลาด New S-Curve ที่จะสร้างรายได้จากกลุ่มลูกค้าข้ามชาติที่เข้ามาสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยขนาดใหญ่เป็นจำนวนมากได้อย่างมหาศาล
ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มเห็นผลลัพธ์เกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ ที่จะมีการให้บริการกลุ่มลูกค้า Hyperscaler อย่างน้อย 1-2 สัญญา และจะผลักดันให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจาก 5% เพิ่มขึ้นเป็น 15% ด้วย
"ในปี 2569 โลกดิจิทัลจะก้าวไปไกลกว่าเดิม ทั้งการทำงานแบบไฮบริดและการใช้ดาต้าปริมาณมหาศาล ทำให้บทบาทของ ITEL ไม่ใช่แค่ผู้ให้บริการโครงข่าย แต่คือผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน ที่เป็นหัวใจสำคัญต่อทั้งชีวิตประจำวันและเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งบทบาทของ ITEL ก็คือ การทำให้ทุกอย่าง 'เดินต่อได้' แม้โลกจะเปลี่ยนเร็วแค่ไหน" ดร.ณัฐนัย กล่าวปิดท้าย