นายดรงค์ หุตะจูฑะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ในเครือแอสเซทไวส์ (ASW) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Leisure Residence เพื่อการพักอาศัยและการลงทุนอย่างยั่งยืน กล่าวว่า การที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอนุมัติให้ TITLE ย้ายเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ถือเป็นก้าวสำคัญของของบริษัท สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งตามแผน และความพร้อมขององค์กรทั้งในด้านขนาดธุรกิจ การบริหารจัดการ และการกำกับดูแลกิจการ
TITLE เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Leisure Residence ในจังหวัดภูเก็ต โดยพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตจริงของลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ส่งผลให้โครงการได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดอย่างต่อเนื่อง และสามารถสร้างฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน
ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปีหลังการเข้าลงทุนของแอสเซทไวส์ (ASW) บริษัทได้พัฒนาโครงการร่วมกันแล้วกว่า 15 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 45,347 ล้านบาท และสามารถสร้างรายได้รวมเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยในปี 2568 บริษัทเริ่มทยอยรับรู้รายได้จากโครงการ The Title Legendary บางเทา มูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2569 มีแผนทยอยโอนและรับรู้รายได้จากโครงการเพิ่มเติมอีกหลายโครงการ ได้แก่ The Title Heritage บางเทา, The Title Serenity ในยาง, Villa Estella ในยาง ซึ่งเป็นโครงการพูลวิลล่าโครงการแรกของบริษัทที่ได้รับการตอบรับอย่างดี รวมถึงโครงการ The Title Cielo ราไวย์ ทั้งนี้ บริษัทมี ยอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 15,259 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 สนับสนุนการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่องในระยะถัดไป
นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ Hospitality เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ได้แก่ The Salute Beach Club ที่หาดในยาง และโรงแรม voco Phuket Bangtao ภายใต้เครือ IHG เพื่อเสริมสร้าง Ecosystem ด้านการอยู่อาศัยและการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับศักยภาพของภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ mai ถือเป็นเวทีสำคัญที่ TITLE เติบโตและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นตลาดที่เล็งเห็นศักยภาพของบริษัทตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น และมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานด้านระบบบริหารจัดการ มาตรฐานการกำกับดูแลกิจการ และวินัยทางธุรกิจ จนบริษัทสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง การย้ายเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จึงถือเป็นก้าวต่อไปตามพัฒนาการขององค์กร สะท้อนถึงขนาดธุรกิจ ศักยภาพ และความพร้อมในการยกระดับสู่เวทีที่ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการขยายการลงทุน และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว