เดลตา แอร์ไลน์ส ขยายฝูงบินแอร์บัส สั่งซื้อเครื่องบินลำตัวกว้างเพิ่ม 31 ลำ

เดลตา แอร์ไลน์ส ได้ลงนามในคำสั่งซื้อเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุดจากแอร์บัสอย่างเป็นทางการจำนวน 31 ลำ ประกอบด้วยเครื่องบิน เอ330-900 (A330-900) จำนวน 16 ลำ และ เอ350-900 (A350-900) จำนวน 15 ลำ โดยเมื่อส่งมอบครบถ้วน ฝูงบินเครื่องบินลำตัวกว้างของเดลตาจะเพิ่มเป็น เอ330นีโอ (A330neo) รวม 55 ลำ และเอ350 (A350) รวม 79 ลำ

Monday 2 February 2026 16:26
เดลตา แอร์ไลน์ส ขยายฝูงบินแอร์บัส สั่งซื้อเครื่องบินลำตัวกว้างเพิ่ม 31 ลำ

เอ็ด บาสเตียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเดลตา แอร์ไลน์ส กล่าวว่า "ขณะที่เราขยายเครือข่ายเส้นทางระหว่างประเทศและเตรียมฝูงบินเพื่อรองรับตลาดเส้นทางบินระยะไกลที่เพิ่มขึ้น เครื่องบินรุ่นใหม่นี้จะช่วยเสริมศักยภาพการดำเนินงานและยกระดับข้อเสนอด้านบริการระดับพรีเมียม เราให้ความสำคัญกับความร่วมมืออันยาวนานกับแอร์บัส และเครื่องบินลำตัวกว้างเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการ รวมถึงสร้างประโยชน์ด้านต้นทุนในระยะยาวในอนาคต"

เบอนัวต์ เดอ แซงต์-เอ็กซูเปรี รองประธานบริหารฝ่ายการขาย ธุรกิจอากาศยานพาณิชย์ของแอร์บัส กล่าวว่า "ความเชื่อมั่นที่เดลตากลับมามีต่อทั้ง A330neo และ A350 สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นพันธมิตรที่ยาวนาน และสมรรถนะอันเป็นเลิศของตระกูลเครื่องบินลำตัวกว้างของแอร์บัส เครื่องบินทั้งสองรุ่นมอบพิสัยการบิน ความจุ และประสบการณ์ห้องโดยสารระดับพรีเมียมที่เดลตาต้องการ เพื่อขยายสู่ตลาดใหม่ ๆ และเชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกเข้าด้วยกัน"

ปัจจุบัน เดลตา แอร์ไลน์ส ใช้งานเครื่องบินแอร์บัสมากกว่า 500 ลำ ครอบคลุมทุกรุ่น ตั้งแต่ A220 ไปจนถึง A350-900 และยังมีคำสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสที่ยังรอส่งมอบอยู่อีกราว 200 ลำ รวมถึงรุ่น เอ350-1000 (A350-1000)

เครื่องบิน A330neo ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ เทรนท์ 7000 (Rolls-Royce Trent 7000) รุ่นใหม่ล่าสุด ออกแบบให้สามารถบินได้ไกลสูงสุด 8,100 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 15,000 กิโลเมตร แบบไม่หยุดพัก พร้อมช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และต้นทุนการดำเนินงานได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องบินคู่แข่งรุ่นก่อนหน้า ขณะที่ A350 เป็นเครื่องบินลำตัวกว้างที่ทันสมัยที่สุดในโลก ออกแบบให้บินได้ไกลสูงสุด 9,700 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 18,000 กิโลเมตร แบบไม่หยุดพัก และกำหนดมาตรฐานใหม่ของการเดินทางข้ามทวีป ด้วยเทคโนโลยีและอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงที่มอบประสิทธิภาพและความสะดวกสบายในระดับสูงสุด เครื่องยนต์ Rolls-Royce รุ่นใหม่ล่าสุด ควบคู่กับการใช้วัสดุน้ำหนักเบา ช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิง ลดต้นทุนการดำเนินงาน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องบินคู่แข่งรุ่นก่อนหน้า

ทั้ง A330neo และ A350 มาพร้อมห้องโดยสาร Airspace ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแอร์บัส มอบผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารที่ทันสมัย ช่วยยกระดับความสะดวกสบายในการเดินทางให้แก่ทั้งผู้โดยสารและลูกเรือ

เช่นเดียวกับเครื่องบินแอร์บัสทุกรุ่น A330neo และ A350 สามารถใช้งานเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ได้สูงสุดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และแอร์บัสตั้งเป้าให้เครื่องบินของบริษัทสามารถรองรับการใช้ SAF ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี พ.ศ.2573

ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ตระกูลเครื่องบิน A350 มียอดสั่งซื้อสะสมมากกว่า 1,500 ลำ จากลูกค้า 67 รายทั่วโลก ขณะที่ตระกูลเครื่องบิน A330 มียอดสั่งซื้อสะสมมากกว่า 1,900 ลำทั่วโลก