TCMA ชู Co-processing ผสานการจัดการของเสีย หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดคาร์บอน สู่ Net Zero 2050

สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ตอกย้ำบทบาทของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ในฐานะกลไกสำคัญของประเทศ สนับสนุนการจัดการของเสียอย่างเป็นระบบ ควบคู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านกระบวนการ Co-processing in Cement Kilns ภายใต้แนวคิด "Turning Waste into Purpose for Net Zero 2050" สะท้อนความร่วมมือของผู้ผลิตปูนซีเมนต์ทุกรายในประเทศ การสนับสนุนเชิงนโยบายของภาครัฐ และการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ผ่าน SARABURI SANDBOX เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050 อย่างเป็นรูปธรรม

Thursday 5 February 2026 15:20
TCMA ชู Co-processing ผสานการจัดการของเสีย หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดคาร์บอน สู่ Net Zero 2050

นายนภดล รมยะรูป อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เปิดเผยว่า TCMA ซึ่งเป็นความร่วมมือของผู้ผลิตปูนซีเมนต์ทุกรายในประเทศไทย เข้าร่วมงาน Asia Environmental and Waste Management Expo (Asia EnwastExpo) เพื่อสื่อสารบทบาทของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในฐานะกลไกเชิงโครงสร้าง ที่เชื่อมโยงการจัดการของเสีย การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเข้าด้วยกัน

"TCMA ทำงานร่วมกันในระดับอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่างเป็นระบบ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยมีจุดแข็งจากกระบวนการผลิตที่ใช้ความร้อนสูง โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมใช้งานทั่วประเทศ และระบบควบคุมสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล ซึ่งเอื้อต่อการจัดการของเสียอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ" นายนภดลกล่าว

การดำเนินงานของ TCMA เป็นไปตาม Thailand Net Zero Cement and Concrete Roadmap 2050 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางโลกของ Global Cement and Concrete Association (GCCA) ที่กำหนดให้ Co-processing และเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นกลไกหลักในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม โดย Co-processing ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีการใช้อย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก

อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยมีศักยภาพในการเป็น Solution เชิงระบบด้านการจัดการของเสีย จากศักยภาพของเตาเผาปูนซีเมนต์ที่ใช้ความร้อนสูงถึง 1,450 องศาเซลเซียส สามารถทำลายของเสียได้อย่างสมบูรณ์ ไม่เกิดสารตกค้าง และไม่กระทบต่อคุณภาพปูนซีเมนต์ รองรับของเสียจากภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และเกษตร ประกอบกับเครือข่ายโรงงานที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ช่วยให้การจัดการของเสียสามารถขยายผลได้อย่างรวดเร็วและลดต้นทุนในระดับระบบเศรษฐกิจ

กลไกสำคัญที่ TCMA ผลักดัน คือ Co-processing in Cement Kilns กระบวนการเผาร่วมในตาเผาปูนซีเมนต์ ด้วยการนำของเสียมาใช้เป็นพลังงานและวัตถุดิบทดแทนในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเปลี่ยนของเสียให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ สนับสนุนนโยบายรัฐด้านการจัดการของเสียและการลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์และมีเทน บรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 และลดการฝังกลบ ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมสำคัญของประเทศไทย

"Co-processing เป็นตัวอย่างของเศรษฐกิจหมุนเวียนที่วัดผลได้จริง จากความร่วมมือของสมาชิก TCMA ทั้งอุตสาหกรรม ในช่วงปี 2563-2567 สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 13.4 ล้านตันคาร์บอน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มอัตราการใช้พลังงานทดแทนเป็น 68% ภายในปี 2573 และ 100% ในปี 2593 สอดคล้องกับโรดแมปของอุตสาหกรรมและเป้าหมาย NDC ของประเทศไทย" นายนภดล กล่าว

ขณะเดียวกัน TCMA ยังผลักดัน SARABURI SANDBOX ในฐานะพื้นที่นำร่องที่บูรณาพัฒน์ ความร่วมมือการจัดการของเสียด้วย Co-processing ในโรงงานปูนซีเมนต์ เข้ากับความร่วมมือของภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาสังคม โดยใช้ศักยภาพของโรงงานปูนซีเมนต์ เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการแปรรูปของเสียอย่างปลอดภัย พร้อมแสวงหาความช่วยเหลือจากต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและการเงินจากต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นว่า การลดคาร์บอน การจัดการของเสีย และการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ สามารถเดินหน้าไปพร้อมกันได้จริง และสามารถต่อยอดขยายผลสู่พื้นที่อื่นในอนาคต

"เมื่อผสานศักยภาพของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของไทย เข้ากับการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ และการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม การจัดการของเสียด้วย Co-processing จะไม่เพียงตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเสริมความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050 อย่างยั่งยืน" นายนภดล กล่าวสรุป

TCMA ชู Co-processing ผสานการจัดการของเสีย หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดคาร์บอน สู่ Net Zero 2050