เงินบาทในระยะต่อไปมีแนวโน้มแข็งค่าต่อได้ โดยมองกรอบที่ราว 30.85-31.35 เนื่องจาก 1) ความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลง เพราะคาดว่าพรรคภูมิใจไทยน่าจะเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว และความเสี่ยงที่งบประมาณปี 2570 จะถูกประกาศล่าช้ามีน้อยลง เพราะคาดว่าการจัดตั้งรัฐบาลอาจเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยในกรณีฐานคาดว่าอาจล่าช้าเพียงราว 1-2 เดือน ซึ่งน้อยกว่างบฯ ปี 2566 ที่ล่าช้าถึง 7 เดือน
2) Development จากตลาดโลกน่าจะช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าต่อ โดยหลังจากที่เกิด Sell-off ในหลายสินทรัพย์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ล่าสุด Sentiment ตลาดดีขึ้น นักลงทุนเข้ามาช้อนซื้อสินทรัพย์ รวมถึงการเข้าซื้อทองคำ ทำให้ราคาทองคำกลับมาสูงขึ้น หนุนบาทแข็ง
3) ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสอ่อนค่าลงอีกได้ โดยมองว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนแอลง สะท้อนจากเลขการจ้างงานภาคเอกชนที่เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแออีกครั้ง ทั้งนี้ ต้องจับตาเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะประกาศกลางสัปดาห์นี้ โดยตลาดมองว่าอาจปรับดีขึ้น แต่หากเลขจริงออกมาแย่กว่าคาดตามเลขการจ้างงานตัวอื่น ก็อาจทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนค่าแรง กดดันบาทแข็งค่าต่อ
4) เงินเยนมีความเสี่ยงด้านอ่อนค่าลดลง แม้พรรค LDP ของนางซานาเอะ ทาคาอิจิ ชนะเลือกตั้งแบบ Super majority โดยเงินเยนไม่อ่อนค่ามาก เพราะทาคาอิจิมีท่าทีดำเนินนโยบายที่แข็งกร้าวน้อยลง โดยนโยบายการลดภาษีอาหาร (Sales tax) อาจมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และอาจไม่ออกพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้นมาเพื่อใช้ทำ funding จึงทำให้ตลาดคลายความกังวลลง นอกจากนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังสามารถแทรกแซงเงินเยนได้หากอ่อนค่าเร็ว ดังนั้น จะช่วยลดแรงกดดันด้านอ่อนค่าของเงินบาทตามไปด้วย
5) เห็นสัญญาณเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ไหลเข้ามาสู่ตลาดการเงินไทย และหากมองไปข้างหน้า คาดว่าเงินทุนเคลื่อนย้ายจะยังไหลเข้าตลาด EM-Asia ซึ่งไทยยังอยู่ในกลุ่มที่อาจได้รับอานิสงส์จากเทรนด์นี้
สำหรับผู้นำเข้า หาก USDTHB ลงมาที่ระดับราว 30.75-31.25 เป็นระดับที่น่าเข้าซื้อ โดยมองว่า ธปท. น่าจะเข้าไปประคองให้เงินบาทไม่แข็งค่าลงไปมาก เพราะยังมีความสามารถ (Room) ในการเข้าแทรกแซงค่าเงินบาทได้ หลังไทยรอดพ้นจากการถูกจัดเป็น FX manipulator ของกระทรวงคลังสหรัฐฯ
สำหรับผู้ส่งออก มองว่าหาก USDTHB สูงขึ้นมาที่ระดับราว 31.50-32.00 เป็นระดับที่ขายได้ โดยหากมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เช่น เลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ออกมาดีตามที่ตลาดคาด อาจทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้น หรือหากราคาทองคำลดลงอีก อาจกดดันบาทอ่อนค่าได้