- เหม่อลอย ไม่รับรู้สิ่งรอบตัว
- กระพริบตาถี่, เคี้ยวปากเบาๆ
- เดินวน พูดซ้ำ เบลอ มึนงง ทำอะไรซ้ำๆ
- มีน้ำลายไหลรุนแรง
- แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว วูบล้มทันที
สาเหตุของโรคลมชักมีได้หลายอย่าง เช่น...
- ความผิดปกติของสมองตั้งแต่กำเนิด หรือพันธุกรรม
- อุบัติเหตุหรือได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ
- เนื้องอกในสมอง เลือดออกในสมอง
- การติดเชื้อ เช่น สมองอักเสบ ฝีในสมอง
- โรคหลอดเลือดสมอง
บางคนไม่มีความผิดปกติของเนื้อสมองโดยตรง แต่อาจเกิดจากตัวกระตุ้น เช่น ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า แอลกอฮอล์ สารเสพติด หรือยาบางชนิด สิ่งเหล่านี้ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการชักได้เช่นกัน
จะรู้ได้อย่างไร? ว่าเป็นโรคลมชักแพทย์จะตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียด เช่น ซักประวัติ ตรวจร่างกายและตรวจเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) หรือ การตรวจด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟฟ้า (MRI Scan) บางรายอาจต้องเจาะตรวจน้ำไขสันหลัง เพื่อให้วินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ
โรคลมชักรักษาอย่างไร?หากพบสาเหตุชัดเจน เช่น เนื้องอกหรือฝีในสมอง อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ส่วนใหญ่โรคลมชักสามารถควบคุมอาการได้ด้วยยาและการดูแลตัวเอง เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด ทานอาหารมีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ สารเสพติดและสิ่งกระตุ้น
** ผู้ป่วยโรคลมชักต้องทานยาอย่างสม่ำเสมอ ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด และควรปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด
หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเข้าข่ายโรคลมชัก การรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สามารถควบคุมอาการ และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ พร้อมคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง และควรศึกษาวิธีการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันท่วงทีอย่างปลอดภัย
โรคลมชัก (epilepsy) เกิดจากการมีคลื่นไฟฟ้าผิดปกติในสมอง อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >> https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/612
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมCall Center 1512 ต่อ 2999Line Official : ramhospital