ที่ประชุมสภานโยบายได้ให้ความเห็นชอบ "ข้อเสนอเพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) พ.ศ. 2570 - 2575" เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการนำพาประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) และดำเนินการตามกลไกของความตกลงปารีส เพื่อลดผลกระทบทั้งความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risk) และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk)
ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวมุ่งเน้นการใช้เครื่องมือทาง อววน. เข้ามาสนับสนุน การปรับตัว (Adaptation) และสร้างภูมิคุ้มกัน (Resilience) ให้แก่ทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของผู้ประกอบการภายในประเทศให้สามารถรับมือกับเงื่อนไขมาตรการทางการค้าใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการดึงดูดการลงทุนและเพิ่มมูลค่า GDP ให้สูงขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง โดยประกอบด้วย 3 แผนงานหลัก ได้แก่:
- กรอบและแผนงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และงานวิจัยเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Resilience) เช่น การเสริมศักยภาพการเตือนภัยล่วงหน้า การจัดการทรัพยากรน้ำ การเกษตรยั่งยืน และการประเมินความเสี่ยงต่อภัยพิบัติ
- แผนงานการพัฒนากำลังคนทักษะสูง: เร่งสร้างบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อรองรับผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมและบริการในการเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดสีเขียว รวมทั้งผลิตกำลังคนที่จะทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุน ทั้งนักนโยบาย ภาครัฐ และประชาชน
- แผนงาน Net Zero Campus: สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศโดยส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาเป็นพื้นที่ต้นแบบในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นพื้นที่ทดลองนวัตกรรม (Climate Innovation) และมีระบบการประเมินคาร์บอน (Carbon Accounting) ที่เป็นมาตรฐานเดียวกับประเทศ
นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบ "ข้อเสนอการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนาขององค์การมหาชนที่มีภารกิจด้านการวิจัยและนวัตกรรม" เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดและเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานวิจัยและพัฒนา ที่ประชุมได้เห็นชอบให้เสนอคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พิจารณานำหลักเกณฑ์ด้านการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนา (กรณีสถาบันอุดมศึกษา) มาบังคับใช้กับองค์การมหาชนที่มีภารกิจด้านการวิจัยและนวัตกรรม 7 แห่ง ได้แก่ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) การปรับปรุงระเบียบนี้จะช่วยลดข้อจำกัดต่าง ๆ เช่น สามารถใช้วิธีเฉพาะเจาะจงสำหรับพัสดุที่จำเป็นเร่งด่วนในการวิจัย การจ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าให้คู่สัญญาต่างประเทศ หรือการนำพัสดุมาถอดตรวจเพื่อทำ Reverse Engineering ได้คล่องตัวยิ่งขึ้น ทั้งนี้ แนวทางการจัดซื้อจ้างดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อผ่านการพิจารณาคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ โดย สอวช. จะเร่งประสานกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ต่อไป
ศาสตราจารย์กิตติคุณบวรศักดิ์ ได้ให้ข้อคิดเห็นเชิงนโยบายต่อระบบบริหารราชการแผ่นดินที่ยังขาดการบูรณาการ โดยยกตัวอย่างประเด็นเร่งด่วนอย่างการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานรับผิดชอบกระจายอยู่ในหลายกระทรวง จึงเสนอให้พิจารณาจัดตั้งหน่วยงานกลางระดับกระทรวง เพื่อให้การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมีเอกภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในมิติด้านการพัฒนากำลังคน ได้เสนอแนะให้เร่งปฏิรูปอาชีวศึกษา โดยปรับเปลี่ยนค่านิยมจากที่มุ่งเน้น 'ปริญญา' ไปสู่การสร้าง 'ทักษะที่ปฏิบัติได้จริง' (ทักษะเหนือปริญญา) เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของเศรษฐกิจยุคใหม่ และเชื่อมโยงกับระบบการอุดมศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยเร่งให้ สอวช. ประสานความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงาน ก.พ. และตัวแทนผู้ประกอบการ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมเร่งปรับเปลี่ยนมุมมองและค่านิยมที่มีต่อระบบอาชีวศึกษาใหม่