บลจ.ทิสโก้โชว์ผลงานบริหาร 'กองทุนหุ้นไทย' TISCOHD - A และ TDSThaiESG สร้างผลตอบแทนอันดับ 1

บลจ.ทิสโก้โชว์ผลงานบริหารกองทุนหุ้นไทยสร้างผลตอบแทนอันดับ 1 ได้แก่ กองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน ชนิดหน่วยลงทุน A (TISCOHD-A) และกองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นปันผลไทยเพื่อความยั่งยืน (TDSThaiESG) ชนิดสะสมผลตอบแทน ชี้ตลาดหุ้นไทยกลับมามีเสน่ห์น่าลงทุนอีกครั้งจากบรรยากาศการเมืองในประเทศที่ราบรื่น กระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า คาดทีมบริหารเศรษฐกิจชุดใหม่จ่อออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น

Monday 23 February 2026 15:46
บลจ.ทิสโก้โชว์ผลงานบริหาร 'กองทุนหุ้นไทย' TISCOHD - A และ TDSThaiESG สร้างผลตอบแทนอันดับ 1

นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Saharat Chudsuwan Managing Director of TISCOASSET) เปิดเผยว่า จากความมุ่งมั่นในการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับลูกค้าในทุกสภาวะการลงทุน ล่าสุดข้อมูลจาก Morningstar Thailand ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า กองทุนหุ้นไทยของ บลจ.ทิสโก้ 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน ชนิดหน่วยลงทุน A (TISCOHD-A) และ กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นปันผลไทยเพื่อความยั่งยืน ชนิดสะสมผลตอบแทน (TDSThaiESG - A) สามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรม

โดยกองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน ชนิดหน่วยลงทุน A (TISCOHD-A) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในหุ้นไทยที่จ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง ซึ่งอยู่ในดัชนี SET HD 30 Total Return Index โดยใช้นโยบายการลงทุนแบบเชิงรุกมีผลการดำเนินงานย้อนหลังช่วงเวลา 10 ปี 7 ปี 5 ปี 3 ปี 1 ปี เป็นอันดับ 1 กลุ่มกองทุนหุ้นไทย Equity Large-Cap และได้รับการจัดอันดับ Morningstar 5 ดาว ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 อ้างอิงข้อมูลผลการดำเนินงานย้อนหลังจาก Morningstar Thailand ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.morningstarthailand.com

ผลการดำเนินงานย้อนหลังโดยละเอียด ตามข้อมูล บลจ.ทิสโก้ ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 กองทุน TISCOHD-A มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน 6.91% 3 เดือน 11.23% 6 เดือน 10.36% 1 ปี 25.02% 3 ปี 8.28% ต่อปี 5 ปี 8.23% ต่อปี 7 ปี 7.60% ต่อปี 10 ปี 8.83% ต่อปี และผลการดำเนินงานนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน อยู่ที่ 7.05% ต่อปี ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกัน ดัชนีชี้วัด ได้แก่ ดัชนีผลตอบแทนรวม SET Hight Dividend 30 (SET HD TRI) สัดส่วน 100% ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน 5.27% 3 เดือน 10.39% 6 เดือน 12.65% 1 ปี 18.69% 3 ปี 7.95% ต่อปี 5 ปี 8.03% ต่อปี 7 ปี 5.31% ต่อปี 10 ปี 7.90% ต่อปี และผลการดำเนินงานนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน อยู่ที่ 5.52% ต่อปี ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม ไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นปันผลไทยเพื่อความยั่งยืน (TDSThaiESG) ชนิดสะสมผลตอบแทน (TDSThaiESG - A) และชนิดจ่ายเงินปันผล (TDSThaiESG - D) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในหุ้นไทย ESG ที่มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ และ/หรือมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลที่ดี ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) มีผลการดำเนินงานย้อนหลังช่วงเวลา 3 เดือน,6 เดือน, 1 ปีและ YTD ในกลุ่มกองทุน Thai ESG-Equity เป็นอันดับ 1 และ 2 อ้างอิงข้อมูลผลการดำเนินงานย้อนหลังจาก Morningstar Thailand ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.morningstarthailand.com

ผลการดำเนินงานย้อนหลังโดยละเอียด ตามข้อมูล บลจ.ทิสโก้ ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 กองทุน TDSThaiESG - A มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน 12.22% 3 เดือน 14.33% 6 เดือน 9.55% 1 ปี 23.78% และผลการดำเนินงานนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน11.82% ต่อปี และกองทุน TDSThaiESG - D มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน 12.22% 3 เดือน 14.33% 6 เดือน 9.55% 1 ปี 23.78% และผลการดำเนินงานนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 11.82% ต่อปี ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกัน ดัชนีชี้วัด ได้แก่ ดัชนีผลตอบแทนรวม SETSG (SETESG TRI) สัดส่วน 100% มีผลการดำเนินงานย้อนหลังตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันอยู่ที่ 9.37% 3 เดือน 10.58% 6 เดือน 11.77% 1 ปี 13.75%และผลการดำเนินงานนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน2.44% ต่อปี

นายสาห์รัชกล่าวว่า สำหรับมุมมองหุ้นไทยในปี 2569 นั้น ดัชนีหุ้นไทยขึ้นมาซื้อขายใกล้ระดับ 1,500 จุดอีกครั้ง หลังจากการเมืองในประเทศกลับมามีความชัดเจน ทำให้นักลงทุนเห็นทิศทางการเมืองไทย และสร้างความมั่นใจว่าจะได้รัฐบาลใหม่ภายใน Q2 นี้ นอกจากนี้ ยังคาดว่าทีมเศรษฐกิจจะเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น และออกมาตรการหนุนการลงทุนตรงจากต่างชาติ จากปัจจัยดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) ปรับตัวขึ้นยืนเหนือ 1,500 จุดได้ในระยะหนึ่ง ทั้งนี้ กรณีเลวร้ายที่การเมืองไทยจะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่จากปมเรื่องบัตรเลือกตั้งนั้น จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ล่าช้าออกไป บลจ.ทิสโก้มองว่าตลาดหุ้นไทยอาจปรับตัวลงรับข่าว ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงก็จะเป็นจังหวะให้ทยอยเข้าซื้อเพราะท้ายที่สุดก็จะมีการจัดตั้งรัฐบาลที่คาดว่าจะมีเสถียรภาพมากขึ้นกว่าปัจจุบัน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะยังคงเดินหน้าเหมือนเดิม ขณะที่หุ้นไทยยังคงมีอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับที่ดีอย่างต่อเนื่อง

"ในช่วงนี้เป็นช่วงที่การเมืองในประเทศชัดเจน บลจ.ทิสโก้คาดว่าจะมีกระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง ดังนั้น บลจ.ทิสโก้จึงแนะนำให้นักลงทุนและลูกค้าทยอยลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายลงทุนหุ้นขนาดใหญ่และมีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ดี เพราะนอกจากจะช่วยให้พอร์ตการลงทุนไม่ผันผวนมากแล้ว ยังเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีจากราคาหุ้นและเงินปันผลอีกด้วย" นายสาห์รัชกล่าว

ผู้สนใจลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนกองทุน ThaiESG ก่อนตัดสินใจลงทุน กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางภาษี จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขกองทุน และสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดหรือขอรับหนังสือชี้ชวนกองทุนรวมอื่นๆ ของบลจ.ทิสโก้ได้ที่ บลจ.ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือ TISCO Contact Center โทร. 0 2633 6000 กด 4, 0 2080 6000 กด 4 และ www.tiscoasset.com หรือ แอปพลิเคชัน TISCO My Funds