ทั้งนี้ นอกจากแนวคิดการพัฒนาโดรนด้วยการนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งแล้ว มหาวิทยาลัยยังได้ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์จุดบอดที่อาจฉุดรั้งนวัตกรรมไทย ทั้งในเรื่องข้อกำหนดทางกฎหมายที่ซับซ้อนและการขาดพื้นที่ทดลองนวัตกรรมที่ยืดหยุ่น โดยมหาวิทยาลัยได้เดินหน้าสร้างทางออกผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรฐานใหม่ที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยก้าวจากการเป็นเพียงผู้ซื้อ มาเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม ที่ตอบโจทย์โลกอนาคตได้อย่างแท้จริง และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศด้วยฝีมือคนไทยเอง
ด้าน รศ.ดร.อำนวย เรืองวารี ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาคประชาชนไม่คุ้นเคยกับโดรน AI รู้จักการบังคับโดรนขนาดเล็กแบบง่ายๆ ดังนั้น งานประชุมวิชาการในครั้งนี้ มุ่งเน้นการนำเสนอความก้าวหน้าของการทำงานร่วมกันระหว่างโดรนและเอไอเพื่อสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งการเกษตรอัจฉริยะ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูง มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกร่วมนำเสนอผลงานวิจัยและการเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างระบบนิเวศการพัฒนาเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นการเพิ่มพูนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโดรนด้วยการผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจ เพราะจะมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับการทำงานนั้นๆ เช่น โดรน AI เพื่องานเกษตร โดรน AI เพื่องานทางท้องทะเล เป็นต้น การทำงานจะถูกป้อนตามคำสั่งด้วยปัญญาประดิษฐ์ ทำให้ได้งานตรงตามเป้าหมาย ลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ลดการใช้แรงงานคน และอื่นๆ นอกจากการพัฒนาโดรนแล้ว ผู้ใช้งานต้องมีการเพิ่มพูนทักษะเดิม ที่มีอยู่ให้เชี่ยวชาญ ทันสมัย หรือมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งการจะไปถึงจุดนั้นได้ การพัฒนาความรู้ผู้ใช้งานเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ มทร.ธัญบุรี ได้ร่วมทำงานกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ในการขยายการอบรมผู้ใช้โดรนให้ได้รับใบอนุญาต (License) รวมถึงการจัดอบรมบุคลากรให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเพื่อสอนการใช้โดรนที่ถูกต้องอีกด้วย