รวมทั้งนายสุเมธ เดชะตันตระกูล ผู้อำนวยการส่วนมรดกโลกทางธรรมชาติและพื้นที่สงวนชีวมณฑล ให้เกียรติบรรยายและอภิปรายในประเด็นสำคัญ อาทิ สถานการณ์พื้นที่สงวนชีวมณฑลของประเทศไทย การประยุกต์ใช้กรอบแผนปฏิบัติการหางโจว (Hangzhou Action Plan) ของยูเนสโกให้เหมาะสมกับบริบทไทย นอกจากนั้นยังมีการเปิดพื้นที่อภิปรายถึง "บทบาทของเยาวชนต่อการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์และฐานทุนทางชีวภาพของประเทศไทย" ด้วย
นายสุรชิต แวงโสธรณ์ ผู้อำนวยการ สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช และผู้จัดการ พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช ทำหน้าที่ดำเนินรายการการอภิปรายในหัวข้อดังกล่าว โอกาสนี้ นางสาวกนกทิพย์ สมศิริ นักทดลองวิทยาศาสตร์วิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม (ศนพ.) วว. และปฏิบัติงาน ณ สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ในฐานะตัวแทนเยาวชนพื้นที่สงวนชีวมณฑลของประเทศไทย (Thailand MAB Youth) ได้เข้าร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงการทำงานกับเครือข่ายเยาวชนระดับนานาชาติภายใต้กรอบ UNESCO โครงการ Man and the Biosphere (MAB) ร่วมกับผู้แทนภาคีเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมและเยาวชน จากมูลนิธิผืนป่าในใจเรา และ GYBN ของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในหัวข้อ "การบริหารจัดการพื้นที่สงวนชีวมณฑล ให้บรรลุเป้าหมายในการเป็นพื้นที่สาธิต BCG Model โดย คุณวิมลมาศ นุ้ยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแหลมสน
ในการนี้ พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช โดย คุณโชคดี ปรโลกานนท์ หรือ ลุงโชค เกษตรกรตัวอย่าง เจ้าของสวนลุงโชค อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายชัยพร ทับทิมทอง หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาภูหลวง และนายนรินทร์ เทศสร หัวหน้าสถานีวนวัฒวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) ร่วมแนะนำและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน นอกจากนี้ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 คณะผู้เข้าร่วมประชุมได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ พื้นที่สงวนชีวมณฑลป่าสักห้วยทาก โดยมี นายธนากร สิงห์เชื้อ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ให้การต้อนรับ
นอกจากนั้นยังได้ศึกษาและเรียนรู้กลไกการบริหารจัดการในพื้นที่จริง อาทิ การจัดการไผ่ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรท้องถิ่น ซึ่งเป็นตัวอย่างการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิชาการ ภาคท้องถิ่น และเยาวชน ความสำเร็จของการประชุมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของผู้เข้าร่วมกว่า 40 ท่าน และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ 12 ท่าน จากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และเครือข่ายเยาวชน สะท้อนถึงพลังความร่วมมือในการยกระดับพื้นที่สงวนชีวมณฑลของประเทศไทยให้เป็นต้นแบบการบริหารจัดการที่เป็นเลิศในระดับสากลต่อไป