สรุป 5 ไฮไลต์ห้ามพลาด ชวนสำรวจชีวิตตั้งแต่ 'ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย'
ภายในงานมีกิจกรรมน่าสนใจมากมายที่จะพาทุกคนออกเดินทางสำรวจเรื่องราวชีวิตและความตายในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น
- นิทรรศการสมุดเบาใจ ออกแบบการจากลาอย่างมีความหมาย เหมือนจดหมายรักฉบับสุดท้าย
พบกับ "สมุดเบาใจ" ที่ช่วยให้ผู้คนได้ทบทวนตัวเองและวางแผนล่วงหน้าเกี่ยวกับการรักษา และรูปแบบการใช้ชีวิตในช่วงวาระสุดท้าย พร้อมมีตัวอย่างสมุดเบาใจจากผู้คนหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ เพื่อสะท้อนว่าการเตรียมตัวเรื่องความตายเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นคิด และสื่อสารกับคนรอบข้างได้ตั้งแต่วันนี้ พร้อมเปิดโอกาสให้ได้ทดลองทำ E-Living Will บันทึกเจตนารมณ์การรักษาของตัวเองในรูปแบบดิจิทัล ที่เก็บข้อมูลไว้ในระบบออนไลน์ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าถึงได้ในอนาคต และในปีนี้ทางผู้จัดแจกสมุดเบาใจรุ่นลิมิเต็ด สำหรับผู้เข้าร่วมงาน 100 ท่านแรกอีกด้วย
- Cancer City เพราะมะเร็งมาโดยไม่รู้ตัว เมืองจำลองทำให้คุณสัมผัสเพื่อตั้งรับได้อย่างเข้าใจ
โซนประสบการณ์จำลองที่ออกแบบพื้นที่ให้เหมือนการเดินทางของผู้ป่วยมะเร็งในโรงพยาบาล เป็นการเดินทางที่ถูกร้อยเรียงผ่านการออกแบบอย่างประณีต คล้ายการเดินชมนิทรรศการร่วมสมัยที่สวยงาม มีชีวิตชีวา แตกต่างจากภาพจำของบรรยากาศหม่นเศร้าอย่างที่หลายคนคาดคิด โดยผู้เข้าร่วมจะเข้าไปสัมผัสสถานการณ์จำลองตั้งแต่การเข้าพบแพทย์ การรับข้อมูลเกี่ยวกับโรค เพื่อชวนตั้งคำถามกับตัวเองทั้งในด้านการตัดสินใจ การวางแผนชีวิต และการดูแลจิตใจ พร้อมทำความเข้าใจประสบการณ์ของผู้ป่วย และตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมตัวรับมือกับความเจ็บป่วยล่วงหน้า
- Koon Palliative Care การดูแลประคับประคองเริ่มต้นได้ตั้งแต่ยังไม่ป่วย
อีกหนึ่งโซนที่ชวนเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับ "การดูแลแบบประคับประคอง" ซึ่งหลายคนมักเข้าใจว่าเป็นเพียงการดูแลในช่วงสุดท้ายของชีวิต แต่ในความเป็นจริงแล้ว การวางแผนการดูแลที่ดีที่สุดควรเริ่มต้นตั้งแต่วันที่เรายังมีสุขภาพกายและใจที่พร้อม เพื่อให้สามารถกำหนดทางเลือกในการรักษาและการใช้ชีวิตได้อย่างมีความหมาย
โรงพยาบาลคูนจึงให้ความสำคัญกับการดูแลที่ยึดความต้องการของผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง พร้อมเยียวยาใจผู้ดูแลไปในเวลาเดียวกัน เพราะเชื่อว่า "ผู้ดูแลคือคนสำคัญของการดูแล เราจึงดูแลคุณไปพร้อมกัน เพื่อให้คุณยังมีแรงกายและแรงใจในการดูแลคนที่คุณรักต่อไป" แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่าการดูแลสุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงคนรอบข้างที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการดูแลด้วย
นอกจากนี้ แนวทางการรักษาของคูนยังมุ่งเน้นไปที่ "ตัวโรค" มากกว่าการจำกัดอยู่ที่ช่วงวัยหรือเพศ เพราะความเจ็บป่วยสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ การดูแลแบบประคับประคองจึงครอบคลุมตั้งแต่ผู้ป่วยเด็กไปจนถึงผู้สูงวัย โดยทีมแพทย์พร้อมดูแลทั้งความสุขสบายของผู้ป่วยและครอบครัว ควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์ที่เหมาะสมในทุกระดับ ตั้งแต่การดูแลแบบเบื้องต้นไปจนถึงการรักษาที่เข้มข้นตามความจำเป็น
- Test Die ทดลองนอนโลงหลากสไตล์
อีกหนึ่งโซนที่สร้างความสนใจให้กับผู้เข้าร่วมงานคือ Test Die จากสุริยาหีบศพ ที่พาเปิดประสบการณ์ให้ทดลองนอนในโลงศพหลากหลายรูปแบบ ทั้งโลงแบบคริสต์ โลงจีน โลงดีไซน์มินิมอลสำหรับผู้ที่ไม่ยึดโยงกับพิธีกรรม โลงที่สามารถ Custom ออกแบบเองได้ รวมไปถึงโลงสำหรับน้อง ๆ สัตว์เลี้ยง และไฮไลต์เด็ดอย่างโลงเห็ด ที่ทำจากเส้นใยเห็ดและเศษขี้เลื่อย ที่สามารถย่อยสลายได้ใน 60 วัน และนำพาสารอาหารจากร่างกายกลับคืนสู่ระบบนิเวศได้เมื่อฝังลงดิน
อีกทั้งทางสุริยาหีบศพ ได้ทำการบริจาคโลงศพ จำนวน 210 ใบ เพื่อเป็นกุศลในการร่วมจัดงาน Death Fest 2026 โดยโลงต่าง ๆ นั้น นำจัดตกแต่งภายในแต่ละพื้นที่ในงาน ไม่ว่าจะเป็นแบคดรอปเวที Circle Information ด้านหน้าฮอลล์ เป็นต้น เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกและชวนให้ตระหนักว่าความตายเป็นสิ่งใกล้ตัวที่อยู่ร่วมกับพวกเราทุกคน อีกทั้งผู้ร่วมงานยังสามารถร่วมบริจาคโลงศพเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ผ่านโครงการของสุริยาหีบศพได้ในโซนนี้เช่นกัน
- จัดเต็มเวทีเสวนาวิชาน่ารู้ตลอดทั้งงาน
นอกจากกิจกรรมสนุก ๆ แล้ว ภายในงานยังมีเวทีเสวนาจัดเต็มทั้งการดูแลสุขภาพ และการเตรียมตัวรับมือกับช่วงเวลาสำคัญของชีวิต โดยหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความสนใจในวันเปิดงานคือ "Palliative Care ฉบับอยู่ตัวคนเดียว" ที่สะท้อนชีวิตสังคมเมืองที่มีผู้คนจำนวนไม่น้อยเลือกใช้ชีวิตลำพัง โดยสาระสำคัญเล่าถึงวิธีการเตรียมตัวที่เริ่มจากการรู้จักตัวเอง เข้าใจความเสี่ยงด้านสุขภาพ วางแผนล่วงหน้าว่าในสถานการณ์ใดที่เราต้องการหรือไม่ต้องการการรักษาแบบใด และสื่อสารความต้องการนั้นกับคนที่ไว้ใจได้ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือทีมแพทย์ พร้อมแนะนำวิธีการพูดคุยกับคนใกล้ตัวถึงการวางแผนรับมือที่อาจจะเกิดขึ้น
นอกจากนี้ภายในงานยังรวบรวมสินค้าและบริการเกี่ยวกับการจากลาในรูปแบบใหม่ ๆ อาทิ ปักกิ่งดี พวงหรีดทางเลือกที่ออกแบบให้เป็นต้นไม้จริง เมื่อจบพิธีสามารถนำต้นไม้ไปปลูกต่อได้ ช่วยลดขยะจากพวงหรีดแบบเดิม รวมถึง FuneralThai บริการจัดของชำร่วยในงานศพสไตล์โมเดิร์น ตลอดจนร้านอาหารที่ออกแบบเมนูสำหรับผู้สูงอายุ อาหารสุขภาพ และเมนูที่เหมาะสำหรับงานศพ
ที่สำคัญภายในงานยังมีกิมมิกซ่อนอยู่อีกมากมาย ทั้งประธานเปิดงานที่ท่านได้จากไปแล้ว ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเวศ วะสี ถูกเล่าขึ้นบนจอผ่านถ้อยคำของ พญ.จันทพงษ์ วะสี ภรรยา ผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันแนวคิดการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายในประเทศไทย ขณะเดียวกันการออกแบบพื้นที่ของงานยังเน้นแนวคิด ลดการสร้างขยะและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เช่น การนำหีบศพจากสุริยาหีบศพกว่า 210 โลง มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งสถานที่ ภายในงานมีจุดบริการเติมน้ำดื่มฟรีครอบคลุมทั่วบริเวณงาน รวมถึงการจัดระบบคัดแยกขยะและการใช้วัสดุที่สามารถนำกลับไปใช้ต่อได้
ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน Death Fest ได้ถึงวันที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 09:00 - 19:00 น. ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี (เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย)
ลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้าได้ที่ https://forms.gle/rNRWiF8Ygzm5hsCC6 ไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ที่สนใจกิจกรรมเวิร์กช็อปและข้อมูลด้านอื่น ๆ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟสบุ๊ก Death Fest คลิก: https://www.facebook.com/deathfest.th