แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18 ซึ่งจัดขึ้นตลอดระยะเวลา 3 วัน เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ระหว่างบุคลากรสาธารณสุข นักวิชาการ และภาคีเครือข่ายจากหลากหลายภาคส่วน งานวิชาการครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็น "ปัจจัยกำหนดสุขภาพ" ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกช่วงวัย ทั้งจากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ภัยแล้งรุนแรง มลพิษทางอากาศ รวมถึงความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อระบบสุขภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ทั้งนี้ กรมอนามัยมุ่งขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เท่าทันบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเน้นการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) การพัฒนานวัตกรรมสุขภาพที่เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง และการเสริมพลังชุมชนให้สามารถดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างยั่งยืน รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับการดำเนินงาน
นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่ดีด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเตรียมความพร้อมของระบบสุขภาพในการรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อสุขภาพประชาชนในทุกกลุ่มวัย ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ การปาฐกถา การบรรยายและอภิปรายทางวิชาการ การนำเสนอผลงานวิชาการทั้งแบบ Oral Presentation และ Poster Presentation รวม 89 ผลงาน รวมถึงการประกวด LIKE Talk Award สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมทั้งสิ้น 1,491 คน ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษาและนักวิชาการ และภาคเอกชนรวมถึงภาคประชาสังคม "นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบโล่และเกียรติบัตรเพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม อาทิ โล่เชิดชูเกียรติด้านการส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ ประจำปี 2568 7 ประเภท โล่เชิดชูเกียรติโรงเรียนต้นแบบงานอนามัยโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ประจำปี 2568 พร้อมเกียรติบัตรหน่วยงานในสังกัดกรมอนามัยที่ร่วมขับเคลื่อนงานอนามัยโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งการประชุมครั้งนี้ถือเป็นอีกเวทีสำคัญที่สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยให้สามารถรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน" รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว