บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด แนะนำซื้อ NER ด้วยปัจจัยบวกจากผลประกอบการปี 2569 ยังเติบโตได้จากเป้าการขายที่ผู้บริหารคาดไว้ที่ระดับ 500,000 ตัน โดยมีตลาดที่คาดว่าจะขายเพิ่มได้อย่างประเทศอินเดีย ที่มีโอกาสเห็นการปรับโครงสร้างภาษีสินค้ากลุ่มยางผสม
ทั้งนี้ การเติบโตหลักจะเห็นในปี 2570 และยังคงแนะนำ ซื้อ เช่นเดิม ประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 5.84 บาท (6XPER'26E) NER จ่ายปันผลครึ่งหลังปี 2568 อีก 0.26 บาท/หุ้น (รวมทั้งปีจ่าย 0.31 บาท/หุ้น) XD 23 เมษายน และจ่าย 7 พฤษภาคม 2569 ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด แนะนำ "ซื้อ" ประเมินว่า มูลค่าที่เหมาะสมปีนี้อยู่ที่ราคา 5.50 บาท/หุ้น อิง PE เฉลี่ย (หลังช่วงโควิด-19) ที่ 5.60 เท่า โดยมีมุมมองปี 2569 Outlook ยังดี บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 5 แสนตัน มองราคายางทั้งปีเป็นขาขึ้น คาดการณ์ราคาขายเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 65 บาท/กก. โดยกลุ่มลูกค้าหลักยังเป็นบริษัทสัญชาติจีน พร้อมมุ่งขยายตลาดไปในประเทศอินเดียมากขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายจาก 5% เป็น 10% และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ 2-3 รายในปีนี้
ประเมินกำไรสุทธิปีนี้ 1,815 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 3.2% เมื่อเทียบกำไรจากการดำเนินงานปกติปีก่อน โดยมาจากรายได้ปีนี้ 31,850 ล้านบาท (+5.3%) ที่ปริมาณขาย 490,000 ตัน ราคาขายเฉลี่ย 65 บาท/กก. และระดับ GPM ที่ 9.8% สูงกว่าปีก่อนเล็กน้อยที่ระดับ 9.7% เนื่องมาจากแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยปีนี้อาจสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน จากปัจจัยเอลนีโญที่จะกลับมาส่งผลกระทบในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ขณะที่ SG&A/Sales ค่อนข้างทรงตัวที่ระดับ 2.3% และค่าใช้จ่ายทางการเงินอีกราว 552 ล้านบาท
อนึ่ง ภาพรวมบริษัทฯ ในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 30,510.20 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,884.52 ล้านบาท สำหรับปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เติบโตสู่ระดับ 32,000 ล้านบาท จากปัจจัยสนับสนุนด้านราคายางที่เริ่มฟื้นตัวและปรับเข้าสู่ทิศทางขาขึ้นอย่างชัดเจน ประกอบกับปริมาณการจำหน่ายยางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยและความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้น