"อังศนา" โดดเด่นด้วยสไตล์การเล่นดนตรี และแนวทางของวงที่เราวางไว้นั้น เริ่มจากโจทย์เราตั้งคำถามว่า "การทำโชว์ให้มีความเป็นไทยแต่จะทำอย่างไรให้ความเป็นไทยนั้นไม่ดูฝืน หรือ อึดอัดมากจนเกินไป" จะสร้างสรรค์ หรือทำอะไรดี! ให้ดนตรีไทยได้อยู่ถูกที่ ถูกเวลา อย่างเหมาะเจาะ จึงเกิดเป็นแนวดนตรีแบบที่เราเรียกกันว่า ไทย "cinematic" จากแนวคิดที่ว่าดนตรีไทยควรอยู่กับอะไรที่ดูหนักแน่น ดราม่า และกระแทกใจ แต่เปี่ยมไปด้วยความสุขุม สุภาพ ไม่ก้าวร้าว ทำให้เกิดเป็นสไตล์การเล่นดนตรีที่ผสมผสานองค์ประกอบของ ทำนอง เสียงประสาน จังหวะ และเนื้อเสียง เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว และพลังทีมเบื้องหลังแบบจัดเต็ม
จุดเริ่มต้นของวงมาจาก "ภู" และ "มะเหมี่ยว" ที่วางคอนเซปต์ไว้คร่าว ๆ ก่อนจะคัดเลือกสมาชิกที่ "เคมีเข้ากัน" มากกว่าความเก่งเพียงอย่างเดียว จนกลายเป็นทีม 9 คน จากหลากหลายคณะ ได้แก่ นายศักดิพัฒน์ พงศ์พิละ ปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ (ต้าร์ กีต้าร์) นายเจตน์ เลิศหัสดีรัตน์ ปี 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ (เจตน์ คีย์บอร์ด) นายเอกกาญ คงประโยชน์ ปี 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ (อู๋ ดนตรีไทย(ขลุ่ย,ระนาด) นายศักรินทร์ มงคลชนะวงศ์ ปี 2 คณะวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (พี มือกลอง) นายวสุธร ฉินธนทรัพย์ ปี 3 คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (กันต์ นักร้องนำ) นายฉัฐวัฒน์ จิระเบญจวัฒน์ ปี 3 คณะ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ (ทุ่งนา นักร้องนำ) นางสาวปภาดา พรรณธรรม ปี 3 คณะ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ (มะเหมี่ยว นักร้องนำ) นางสาวลภัสรดา รัตนวิชัย ปี 4 คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (แบม นักร้องนำ) นายภูมิกิตติวรรษ บุญลือ ปี 6 คณะวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (ภู มือเบส)ที่พร้อมทุ่มสุดตัวเพื่อเป้าหมายเดียวกัน
เมื่อย้อนถามไปว่า ชื่อวง "อังศนา" มันคืออะไรยังไง?...พอฟังแล้วก็มีที่มาไม่ธรรมดาเลยคะ เพราะว่าเดิมทีเดียวตั้งใจใช้ชื่อ "ประดู่แดง (PDB)" ตามวงดนตรีประจำมหาวิทยาลัย แต่เพื่อความเหมาะสมจึงปรับเป็น "อังศนา" ซึ่งมีความหมายใกล้เคียงกัน สื่อถึง "ต้นประดู่ หรือ ดอกประดู่" เป็นการบอกตัวตนแบบมีชั้นเชิงว่า "เราคือประดู่แดงในอีกมิติหนึ่ง" ความโดดเด่นที่ทำให้ "อังศนา" แตกต่าง คือการสร้างแนวดนตรีที่เรียกว่า "Thai Cinematic" การผสมผสานดนตรีไทยเข้ากับอารมณ์หนักแน่น ดราม่า แต่ยังคงความสุภาพ ลึกซึ้ง และไม่ฝืนความรู้สึกของผู้ฟัง เป็นคำตอบของคำถามสำคัญว่า "จะทำยังไงให้ดนตรีไทยเท่ ๆ สามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้จริง" และพวกเขาก็พิสูจน์แล้วว่าแนวทางดนตรีนี้ "เอาอยู่" เมื่อสามารถคว้ารางวัล ชนะเลิศอันดับ 1 จากเวที 3K Music Festival มาครองได้สำเร็จ ไม่เพียงเท่านั้น สมาชิกวงยังมองไกลกว่าเวทีการแข่งขัน เพราะพวกเขาเชื่อว่าแนวดนตรีไทยร่วมสมัยกำลังกลับมาเป็นกระแสในตลาดเพลงไทยอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นแนวลูกทุ่งหรือดนตรีพื้นถิ่นที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ทำให้ "อังศนา" ไม่ใช่แค่วงเฉพาะกิจอีกต่อไป แต่คือ "โอกาส" และ "ก้าวต่อไป" บนเส้นทางดนตรีของพวกเขา จากกลุ่มนักศึกษาผู้หลงใหลในเสียงดนตรีธรรมดา ๆ ที่ก้าวเดินตามความฝันร่วมกัน วันนี้ความสำเร็จของวงได้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์ผลงาน และการต่อยอดดนตรีไทยสู่รูปแบบใหม่ที่เข้าถึงผู้ฟังยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว "อังศนา" จึงกำลังก้าวขึ้นเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญของวงการดนตรีไทย พร้อมพาเสียงดนตรีไทยไปไกลกว่าที่เคย..."ทำถึง" และ "จึ้ง" มากลูกพระจอม #SDG4 #SDG8 #SDG11 #SDG17