นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าผลักดันกำไรสุทธิปี 2571 ที่ระดับ 2,000-2,500 ล้านบาท จาก 1,460.7 ล้านบาทในปี 2568 พร้อมขยายรายได้สู่ระดับ 53,000-54,000 ล้านบาท ผ่านการขยายเครือข่ายสาขาจาก 629 สาขา เป็น 1,230 สาขาทั่วประเทศ ควบคู่การดำเนินกลยุทธ์ Branch Optimization เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสาขา การใช้เทคโนโลยี AI และ Data Analytics ในการบริหารสินค้าและต้นทุน รวมถึงการพัฒนา CRM และระบบสมาชิก เพื่อผลักดันอัตราการซื้อซ้ำของลูกค้าเพิ่มขึ้น 20%
ในด้านธุรกิจค้าปลีก บริษัทมุ่งเพิ่มสัดส่วนสินค้า High Margin และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ผ่านการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partnerships) และการทำ Co-branding ร่วมกับแบรนด์ชั้นนำ เพื่อสร้างคอลเลกชันพิเศษและขยายฐานลูกค้า โดยล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวความร่วมมือกับแบรนด์ Disney ในการพัฒนาทองแผ่นคอลเลกชันพิเศษ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามและสามารถจำหน่ายหมดล็อตแรกภายในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์หลังเปิดตัว ควบคู่การขยายสินค้าไปสู่กลุ่มความเชื่อและกลุ่มที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อเพิ่มยอดขายต่อบิลและรองรับลูกค้าในหลายเซกเมนต์
พร้อมกันนี้ บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ Cross-selling ระหว่างสินค้าทองคำและสินค้ากลุ่มไฮมาร์จิ้น รวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยเทคโนโลยี เพื่อเสริมความสามารถในการทำกำไร และสะท้อนการทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ "Gold Ecosystem และ Financial Platform" อย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับธุรกิจขายฝากทองคำ "ทองมาเงินไป" บริษัทวางให้เป็น Growth Engine หลัก โดยตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยที่ระดับ 50% ต่อปี และคาดพอร์ตลูกหนี้ขายฝาก (AR Balance) เติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) 52% พร้อมขยายพอร์ต ณ สิ้นปี 2569 คาดอยู่ที่ระดับ 12,000 ล้านบาท และตามแผน 3 ปี ณ สิ้นปี 2571 มุ่งสู่ระดับ 29,000 ล้านบาท ควบคู่การขยายสาขาแบบ Stand-alone สู่ 900 สาขาทั่วประเทศ เพื่อสร้าง Network Scale และเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าอย่างครอบคลุม
ขณะเดียวกัน บริษัทยังมุ่งยกระดับ Gold Financing Ecosystem ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น อาทิ การออกแบบเงื่อนไขสัญญาที่ยืดหยุ่นตามกลุ่มลูกค้า และการพัฒนาช่องทางดิจิทัล ทั้งแอปพลิเคชัน บริการรับ-ส่งทองถึงบ้าน (Delivery Service) และ LINE OA เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น พร้อมทั้งศึกษาโอกาสต่อยอดโมเดลธุรกิจและการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและเสริมความแข็งแกร่งด้านการเงินในระยะยาว
การเข้าร่วมโครงการ Jump+ ในครั้งนี้ ยังสะท้อนความมุ่งมั่นของ AURA ในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี โดยให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งให้กับผู้ถือหุ้น และเพิ่มมูลค่าให้กับตลาดทุนไทยอย่างยั่งยืน