นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า การขึ้นทะเบียน GI "ปลาสลิดบ้านแพ้ว" ในครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรและสินค้าอัตลักษณ์ชุมชนอย่างเป็นระบบ โดยกรมฯ มีแนวทางส่งเสริมและยกระดับสินค้าอย่างครบวงจร ทั้งการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค การส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัย สามารถสะท้อนอัตลักษณ์ GI ให้เหมาะกับตลาดพรีเมียม ตลอดจนการขยายช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ อาทิ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศและต่างประเทศ การจัดหาช่องทางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกค้าส่งทั่วประเทศ และแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำ เป็นต้น โดยสินค้า "ปลาสลิดบ้านแพ้ว" มีศักยภาพจากจุดเด่นในด้านคุณภาพ รสชาติ และอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น สามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูป อาหารพร้อมรับประทาน และของฝากคุณภาพสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาสทางการตลาดได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ กรมฯ ยังมุ่งมั่นส่งเสริมการต่อยอดแหล่งผลิตสินค้า GI ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน เพื่อเชื่อมโยงสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นเข้ากับประสบการณ์ท่องเที่ยว สอดรับกับนโยบาย "365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน" ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งยกระดับสินค้าและบริการสู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูง โดยใช้จุดแข็งด้านคุณภาพและอัตลักษณ์ของสินค้าในท้องถิ่นสร้างรายได้สู่ผู้ประกอบการในพื้นที่ตลอดทั้งปี ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้า GIที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 256 รายการ และสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนรวมกว่า 115,979 ล้านบาท
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเชื่อมั่นว่า การขึ้นทะเบียน GI จะช่วยผลักดันให้ "ปลาสลิดบ้านแพ้ว" เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น พร้อมส่งเสริมให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครร่วมกันรักษามาตรฐานการผลิต และต่อยอดการพัฒนาสินค้า GI ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติสินค้าเกษตรมูลค่าสูงและ Soft Power ด้านอาหารของไทย ควบคู่กับการพัฒนาแหล่งผลิตเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน อันจะก่อให้เกิดการสร้างรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างยั่งยืนในระยะยาว