ดร.กภ.เบญจมาภรณ์ หาญเจริญกุล คณบดีคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดเผยว่า สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ส่งผลให้ความต้องการด้านการฟื้นฟูสุขภาพและการดูแลระยะยาวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ก็มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจากการทำงาน เช่น ออฟฟิศซินโดรม อาการปวดเรื้อรัง หรือการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย นักกายภาพบำบัดจึงมีความสำคัญมากในระบบสาธารณสุขและภาคเอกชน นอกจากนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีนักกายภาพบำบัดที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพประมาณ 15,000 คน แต่ทำงานในสายวิชาชีพจริงราว 10,000 คน และอยู่ในระบบกระทรวงสาธารณสุขประมาณ 7,000 คน นักกายภาพบำบัด 1 คน ต้องดูแลประชากรเฉลี่ยประมาณ 4,500 คน ขณะที่เกณฑ์ที่เหมาะสมซึ่งกระทรวงสาธารณสุขกำหนด อยู่ที่ 1 คนต่อประชากร 2,000 คน สะท้อนให้เห็นภาวะขาดแคลนนักกายภาพบำบัดในประเทศไทยอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดความต้องการบุคลากรในสายวิชาชีพนี้อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาหลักสูตรกายภาพบำบัดของ DPU จึงมุ่งตอบโจทย์ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันที สอดคล้องกับความต้องการของยุคปัจจุบัน
คณบดีคณะกายภาพบำบัด DPU กล่าวอีกว่า หลักสูตรของ DPU ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสภาวิชาชีพอย่างถูกต้อง สะท้อนศักยภาพ ความพร้อมทั้งการเรียนการสอน บุคลากร และแหล่งฝึกปฏิบัติทางคลินิก โดยเน้นการผลิตบัณฑิตให้มีความรู้และทักษะครอบคลุมทุกด้านของวิชาชีพ ทั้งระบบโครงสร้างและกล้ามเนื้อ ระบบประสาท ระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือด กายภาพบำบัดในเด็ก และเวชศาสตร์การกีฬา รวมถึงการดูแลผู้สูงอายุและงานฟื้นฟูในชุมชน หลักสูตรของคณะกายภาพฯ DPU ไม่เพียงให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนตามมาตรฐานวิชาชีพ แต่ยังมุ่งเสริมสร้างทักษะการเป็นผู้ประกอบการในเชิงคลินิกบริการส่งเสริมสุขภาพ เนื่องจากแนวโน้มของอุตสาหกรรมสุขภาพ (Wellness Industry) เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในรูปแบบคลินิกเฉพาะทาง ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ ธุรกิจสปา และบริการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ให้นักศึกษาได้เรียนรู้การจัดตั้งธุรกิจคลินิกกายภาพบำบัดหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องของตนเองตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อพัฒนาศักยภาพบัณฑิตให้สามารถต่อยอดสู่อาชีพอิสระหรือผู้ประกอบการได้มากขึ้น
"จุดเด่นของ DPU คือ เราไม่ได้ผลิตเพียงนักกายภาพบำบัด แต่ยังสร้างนักกายภาพบำบัดที่คิดในเชิงธุรกิจและการสร้างสรรค์นวัตกรรมการดูแลรักษาและพัฒนาระบบสุขภาพให้ดีขึ้น โดยมี 'DPU Relieve คลินิกกายภาพบำบัด' ซึ่งเป็นคลินิกกายภาพบำบัดต้นแบบที่จัดตั้งขึ้นภายในมหาวิทยาลัย เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป ภายใต้การดูแลของอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ด้วยอุปกรณ์การเรียนและเครื่องมือทางกายภาพบำบัดที่ทันสมัย ตั้งแต่พื้นฐานวิชาชีพไปจนถึงการออกแบบบริการสุขภาพ การสร้างแบรนด์ และการบริหารคลินิก ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในยุคปัจจุบัน พร้อมทีมคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทั้งด้านการสอนและการปฏิบัติงานจริงเฉพาะทางครบทั้ง 5 ด้านตามมาตรฐานวิชาชีพ นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายความร่วมมือกับสถานพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศกว่า 50 แห่ง เพื่อรองรับการฝึกปฏิบัติงาน และเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลายให้นักศึกษา" ดร.กภ.เบญจมาภรณ์ กล่าว
ดร.กภ.เบญจมาภรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้จะมีสถาบันการศึกษาเปิดสอนหลักสูตรด้านกายภาพบำบัดเพิ่มมากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของระบบสาธารณสุขและตลาดแรงงานไทย เนื่องจากผู้ที่จะเป็นนักกายภาพบำบัดได้ ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งคณะกายภาพบำบัด DPU สนับสนุนการเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษา โดยจัดติวเข้มสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 เพื่อเตรียมสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โดยรวบรวมข้อสอบย้อนหลังและฝึกทำข้อสอบเสมือนจริง พร้อมอธิบายแนวคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มโอกาสสอบผ่านตั้งแต่รอบแรก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดคุณภาพสำคัญของสถาบันและผู้เรียน
ทั้งนี้ หลักสูตรกายภาพฯ DPU 4 ปี เปิดรับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) สายวิทย์-คณิต หรือศิลป์-คำนวณ มีหน่วยกิตวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์รวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต สำหรับนักเรียนที่สนใจ สามารถเยี่ยมชมคณะและทดลองเรียนรู้บรรยากาศจริงได้ ผ่านกิจกรรม Open House หรือการนัดหมายเข้าชมสถานที่ พร้อมพูดคุยกับคณาจารย์โดยตรง เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนสมัครเรียน โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-physical-therapy
"เราอยากเห็นบัณฑิตของเราเติบโตในแบบที่เขาเลือก ไม่ว่าจะทำงานในองค์กร หรือสร้างธุรกิจของตัวเอง สิ่งสำคัญ คือ การมีทักษะคิดวิเคราะห์ และต่อยอดความรู้ให้เกิดมูลค่าได้ในโลกยุคปัจจุบันและอนาคต" คณบดีกล่าว และเพิ่มเติมอีกว่า DPU Relieve คลินิกกายภาพบำบัดของมหาวิทยาลัย ไม่เพียงใช้ในการฝึกปฏิบัตินักศึกษาเท่านั้น แต่เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. โดยสามารถเข้ารับบริการแบบ Walk-in หรือจองคิวล่วงหน้าผ่าน Line และ Facebook ของคลินิกได้ เพื่อความสะดวกในการเข้ารับบริการ