SUBCON Thailand 2026 เดินหน้าสร้างโอกาสผู้ประกอบการไทย เชื่อมสู่ Supply Chain โลก รับเม็ดเงินลงทุนทะลุ 1.87 ล้านล้านบาท

"SUBCON Thailand 2026 เดินหน้าสร้างโอกาสผู้ประกอบการไทย เชื่อมสู่ Supply Chain โลก รับเม็ดเงินลงทุนทะลุ 1.87 ล้านล้านบาท"บีโอไอ ผนึกกำลัง สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่เวทีโลก ผ่านกิจกรรมสำคัญ ที่งาน SUBCON Thailand 2026

Wednesday 22 April 2026 16:15
SUBCON Thailand 2026 เดินหน้าสร้างโอกาสผู้ประกอบการไทย เชื่อมสู่ Supply Chain โลก รับเม็ดเงินลงทุนทะลุ 1.87 ล้านล้านบาท

กรุงเทพฯ - สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย และสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย จัดงานแถลงข่าว "SUBCON Thailand 2026" โดยปีนี้ก้าวสู่ปีที่ 20 เพื่อประกาศความพร้อมในการจัดงานเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตและซัพพลายเชน ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 พฤษภาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา ภายใต้แนวคิดการเป็น "SOURCING INNOVATION SHAPING TOMORROW" งาน SUBCON Thailand 2026 มุ่งเน้นการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการจับคู่ธุรกิจจริงระหว่างผู้ซื้อระดับโลกและผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย

คุณฐนิตา ศิริทรัพย์ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาที่ห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังปรับตัว นับเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตและจัดหาชิ้นส่วนศักยภาพสูงของภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ และดิจิทัล บีโอไอจึงเดินหน้าทำหน้าที่มากกว่าการส่งเสริมการลงทุน แต่เป็น "ผู้เชื่อมโยงโอกาส" สู่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ไทย ผ่านหลายมาตรการ ไม่ว่าจะเป็น มาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับ SMEs มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart and Sustainable Industry) การพัฒนาทักษะแรงงาน และการจับคู่ธุรกิจกับผู้ซื้อระดับโลก สำหรับงาน SUBCON THAILAND 2026 ถือเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้ผู้ผลิตไทยเข้าสู่ Supply Chain โลกอย่างเป็นรูปธรรม โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าซื้อขายกว่า 24,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยต่อยอดให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจยุคใหม่

คุณฐนิตากล่าวเพิ่มเติมว่า ในงาน SUBCON Thailand ปีนี้ บีโอไอยังได้จัดงาน BOI Symposium 2026 ภายใต้แนวคิด "Thailand: Driving Toward Smart and Green Mobility" เพื่อสะท้อนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ที่มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์แห่งอนาคตและระบบการผลิตอัจฉริยะ

นอกจากนี้ ในบริบทที่อุตสาหกรรมโลกให้ความสำคัญกับการแข่งขันควบคู่กับความยั่งยืน บีโอไอยังมีแนวทางเชิงรุกในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ยกระดับสู่การเป็น Smart & Green Industry ทั้งในด้านการใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติ การปรับกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการยกระดับมาตรฐานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดสากล

"SUBCON Thailand 2026 จะทำหน้าที่เป็น "สะพานเชื่อมสำคัญ" ที่ทำให้โอกาสจากเม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่เกิดขึ้นจริง โดยเป็นเวทีที่รวบรวมผู้ซื้อระดับโลกและผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยมาเจรจาธุรกิจ ช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ และปรับตัวสู่การเป็นผู้ผลิตที่มีศักยภาพในระดับโลกอย่างยั่งยืน" คุณฐนิตา กล่าว

คุณชนินทร์ ขาวจันทร์ นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และระบบอัตโนมัติ ยังคงเป็นโอกาสเชิงโครงสร้างที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคการผลิตทั่วโลกกำลังเร่งปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีขั้นสูงและการผลิตอัจฉริยะ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญ ทั้งในด้านการแข่งขันด้านต้นทุน การผลิตในระดับ Economy of Scale รวมถึงการแข่งขันจากผู้ผลิตรายใหญ่ในต่างประเทศ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตไทยยังมีจุดแข็งในด้านความยืดหยุ่น คุณภาพ และความสามารถในการปรับตัว ซึ่งหากได้รับ "โอกาส" และ "การเชื่อมโยงที่เหมาะสม" ก็สามารถยกระดับเข้าสู่ Supply Chain ของอุตสาหกรรมใหม่ได้

"EV และอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เช่น อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เครื่องมือแพทย์ อากาศยาน ระบบขนส่งมวลชน และระบบอัตโนมัติ เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่มูลค่าเพิ่ม"

"การเปลี่ยนผ่านเป็นการปรับตัวทั้งระบบ โดยผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และความสามารถตอบงานที่ซับซ้อน"

"ในกรณีของผู้ผลิต BEV ในไทยมีรุ่นหลากหลายแต่ปริมาณต่อรุ่นต่ำ จึงอยากสร้าง Economy of Scale ทำให้ชิ้นส่วนมีต้นทุนสูงกว่าการนำเข้าจากจีน แม้ลงทุนเทคโนโลยี สมาชิกพร้อมสู้หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนจากรัฐ เช่น มาตรการส่งเสริมชิ้นส่วนในประเทศและการถ่ายทอดเทคโนโลยี"

"แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยก็เริ่มปรับตัวเร็วและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของ supply chain ใหม่"

"สิ่งสำคัญในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการแข่งขันด้านราคา แต่คือการพัฒนาศักยภาพให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนมากขึ้นของผู้ซื้อระดับโลก ทั้งในด้านมาตรฐาน เทคโนโลยี และความน่าเชื่อถือ"

"หากเชื่อมโอกาสกับแพลตฟอร์มอย่าง SUBCON Thailand ได้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยก้าวทันและก้าวนำ แต่ต้องยอมรับการแข่งขันจากผู้ผลิตจีนที่มี Economy of Scale สูง ในปีที่ผ่านมา SUBCON Thailand สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ

ได้จริง ทั้งการพบผู้ซื้อใหม่ เปิดตลาด และต่อยอดความร่วมมือระยะยาว มีสมาชิกยกระดับเป็น supplier ให้ต่างชาติ แต่ยังมีหลายรายที่ยังไม่ใช้เวทีนี้ จึงเชิญชวนให้มาใช้โอกาสและต้องอดทนสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้า"

"ปีนี้สมาคมฯ พร้อมเข้าร่วม SUBCON Thailand 2026 นำสมาชิกจากยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร โลหะการ และพลาสติก มาแสดงศักยภาพ อีกทั้งจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นเพราะเห็นคุณค่าการรวมกลุ่มที่สร้างโอกาสทางธุรกิจ""ความคาดหวังปีนี้เน้น 'คุณภาพของความร่วมมือ' เพื่อธุรกิจระยะยาว สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อระดับโลก ให้ SUBCON เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ลดต้นทุนและการปล่อย CO2 พร้อมให้ภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องมาร่วมคิดพัฒนาอุตสาหกรรมไทย"

"SUBCON Thailand เป็นเวทีที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง ทั้งการขยายตลาด การเข้าถึงผู้ซื้อรายใหม่ และการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาว เราคาดหวังว่าในปีนี้ จะเกิดความร่วมมือที่มี 'คุณภาพ' มากยิ่งขึ้น และสามารถต่อยอดไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมไทย" คุณชนินทร์ กล่าว

คุณสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ความสำเร็จของงานเกิดจากความร่วมมือระหว่างบีโอไอ สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ซึ่งช่วยผสานจุดแข็งของแต่ละภาคส่วน

"เราไม่ได้สร้างเพียงงานแสดงสินค้า แต่เรากำลังสร้าง 'Ecosystem Platform' ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของอุตสาหกรรม" สำหรับปีนี้ งาน SUBCON Thailand 2026 จะจัดร่วมกับ 4 งานอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ INTERMACH, Plastics & Rubber Thailand, Future Mobility Thailand และ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 ซึ่งจะทำให้เกิดแพลตฟอร์มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ครอบคลุมทั้งระบบการผลิต เทคโนโลยี และซัพพลายเชนในที่เดียวภายในงานยังคงเน้นกิจกรรม Business Matching ที่พัฒนาให้มีความแม่นยำและตรงเป้าหมายมากขึ้น รวมถึง Buyers' Village โซนพิเศษที่เปิดเผยความต้องการ sourcing จากผู้ซื้อระดับโลกโดยตรง กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงผู้ซื้อคุณภาพ ลดต้นทุนการหาพันธมิตร และเพิ่มโอกาสในการปิดดีลธุรกิจจริง

SUBCON Thailand 2026 จึงไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็น "เวทีเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจระดับโลก" ที่ช่วยผลักดันผู้ประกอบการไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน และเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

SUBCON Thailand 2026 เดินหน้าสร้างโอกาสผู้ประกอบการไทย เชื่อมสู่ Supply Chain โลก รับเม็ดเงินลงทุนทะลุ 1.87 ล้านล้านบาท